KKR (Klai Kriad Ratio) as temple boxing trick

ต้องใช้ภาษาปะกิตซะหน่อย เดี๋ยวไม่เดิร์น ไม่จ๊าบ ท่านประธานชมรม YSW (Young Sexy Widow) Society จะอัพเกรดอายุเพิ่มเข้าไปอีกโดยไม่เจตนา เกาะซาเล้งของเถ้าแก่ซูให้ดีๆนะครับ เถ้าแก่โด๊ปไวอากร้าไปแล้ว ฮาๆๆๆ

๑ คำชี้แจงที่มาของ คลายเครียดเรโช

ตั้งขึ้นมาเล่นๆเพื่อ ล้อเลียน
เฟยหงเรโชของคุณเฟยหง
เมื่อประมาณปีกว่ามาแล้ว

๒ ใครเป็นผู้ริเริ่มวิธีทำคลายเครียดเรโช

ไม่รู้เหมือนกัน ครับ
นักเล่นหุ้นจำนวนมากที่ชอบ ปลอดภัยไว้ก่อน พอร์ตสอนไว้
ทำกัน มานานแล้ว
ผมเพียงแต่เอาชื่อใส่เข้าไป
เพื่อให้มองเห็นภาพ
สื่อ สารกันได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายซ้ำซาก

๓ อะไรคือคลายเครียดเรโชจุลภาค(ดูภาพประกอบ)

คือการขายหุ้น ที่ซื้อมา
เพื่อชักเอาส่วนทุนของเราขึ้นมาก่อน
และเก็บเอาส่วนเกิน ทุนที่คาดว่าจะได้จากผู้อื่น
เอามาเล่นเกมล่าส่วนเกินทุนต่อไปอย่างสบาย ใจ
เป็นการลดความเครียดจากการต้องติดตามหุ้นตัวนั้นได้
ยิ่งขายตอน ค่าคลายเครียดเรโชสูงมากเท่าไร
ความเครียดจากหุ้นตัวนั้นจะยิ่งน้อยลง เท่านั้น

สมมติเช่น
เราขายหุ้นตามวิธีคลาย เครียดเรโช
ที่ราคาหุ้นขึ้นมาจากที่ซื้อหนึ่งเท่าตัว หรือค่าคลายเครียดเรโชเท่ากับ ๑
ก็หมายความว่า เราได้เก็บส่วนทุนของเราเอาไว้แล้วอย่างปลอดภัยร้อยเปอร์เซนต์ ส่วนหุ้นที่เหลือ ขายเมื่อไร
ก็คือการแปลงทรัพย์สิน(หุ้น)เป็นเงินทุน
จาก ส่วนเกินทุน ที่ต้องได้จากผู้อื่นอย่างแน่นอนแล้ว

๔ ควรทำคลายเครียดเรโชที่ราคาหุ้นเท่าไร

ไม่มีอะไรตายตัว แต่ผมมักจะเลือกทำที่ค่า ๑
เพราะเป็นจุดที่ได้ส่วนทุนของตัวเองคืน
เท่า กับได้ส่วนเกินทุนทางตัวเลข ณ วันที่ขาย

๕ วิธีทำคลายเครียดเรโชเหมาะกับหุ้นประเภทไหน

ตอนนี้เกมล่า ส่วนเกินทุนคึกสุดขีด
ผมคิดว่า คลายเครียดเรโชเหมาะสำหรับทำกับหุ้นดังต่อไปนี้

ก.หุ้นที่ ราคาถูกลากไปที่ราคา “อนาคต”
เพื่อรอผลประกอบการที่ดีใน”อนาคต”
ประเภท พีอีสามสี่สิบ พีบีวีห้าหรือสิบ
ก็ยังเชียร์กันนักเชียรกันหนาว่า ดีเลิศประเสริฐศรี
ผมถือว่า อนาคตไม่มีใครรู้จริง
ดังนั้นควรเอา เงินคนอื่นตามไปเล่นจะปลอดภัยกว่า ฮาๆๆๆ

ข. หุ้นที่ราคาขึ้นมาเพราะข่าวลือ ข่าวปล่อย ข่าววงใน ข่าววงนอก
ข่าววง เวียน ข่าวสี่แยก ข่าวสามแยก ข่าวทางคู่ขนาน ข่าวทางด่วน ฯลฯ
ลองใช้ สามัญสำนึกถามตัวเองดูก็จะรู้
ขนาดลูกยังฟ้องแม่
น้องยังฆ่าพี่ เพราะเรื่องเงิน
นับประสาอะไรกับคนที่เราไม่รู้จักซักนิด
จะหวังดี อยากให้เราได้เงินทองใช้
ที่แท้มันก็คือ การมีผลประโยชน์แบบแชร์ลูกโซ่
จาก การร่วมด้วยช่วยกันปั่น
เพื่อทำให้หุ้นมีสภาพ”คล่องคอ”ให้มากที่สุด
หลัง จากนั้นก็วัดดวงกันเอาเองว่า
ใครจะเป็นห่วงสุดท้ายในแชร์ลูกโซ่
นี่ คือที่มาและที่ไปของข่าวทั้งหลาย
ดังนั้นหลังทำคลายเครียดเรโชเสร็จ
ควร จะตามมาด้วย
การงาบแล้วชิ่งหุ้นสปีซี่นี้ ในเวลาอันเหมาะสม

๖ ใครไม่ต้องทำคลายเครียดเรโช

เซียนหุ้นตัวจริงเสียงจริง ไม่ต้องทำ
เพราะเขาสามารถบริหารส่วนเกินทุนที่ได้มาจากผู้อื่น
ผ่านราคา หุ้นที่เขากำหนด หรือใครกำหนดก็ได้
แต่เขารู้ทะลุปรุโปร่งถึงเกมล่าส่วน เกินทุนในหุ้นตัวนั้น

๗ ใครที่ควรทำจะทำคลายเครียดเรโช
มนุษย์หุ้น
ที่ยอมรับว่าตัวเองจัดอยู่ในซับสปีซี่ “KU ไม่ค่อยรู้”
ถ้าบังเอิญบุญพาวาสนาส่ง
ให้หุ้นที่ถืออยู่ ขึ้นเกินร้อยเปอร์เซนต์
ต้องทำเพื่อความปลอดภัยของเงินในกระเป๋าตัวเอง
และ เพื่อความปลอดโปร่งในการล้วงเงินจากกระเป๋าคนอื่น

๘ กรณีศึกษาเรื่องคลายเครียดเรโช
กรณีศึกษาเรื่องการทำคลาย เครียดเรโช
ขอยกตัวอย่างหุ้นทุ่งคาฮาเบอร์ของคุณจีบา
ซื้อไว้ที่ต้น ทุน ๑.๔๙ บาท
ถ้าขายตอนนี้ที่ราคาประมาณ ๘.๗๐ บาท
ค่าคลายเครียดเร โชจะออกมาเท่ากับ ๔.๘๔
แสดงว่าคุณจีบาจะได้เงินทุนคืนกลับไปจนหมด
และ มีส่วนเกินทุนที่แฝงอยู่ในทรัพย์สิน(หุ้น)
พร้อมที่จะแปลงร่างเป็นเงิน ทุน ได้มากกว่าเงินทุนของตัวเองถึง
เกือบห้าเท่า !!!!!!!!!!!!
ใคร อยู่ในสภาพเช่นนี้แล้วเครียด
ก็คงต้องหาไวอากร้ามากินสักกำแก้เครียด แล้วมั่ง ฮาๆๆๆ

ที่จะขอเพิ่มเติม หลังจากได้อ่านความเห็นท่านอื่นๆก็คือ

คลายเครียดเรโชไม่ว่าจุล ภาคหรือมหภาค
ที่จริงแล้วเป็นแค่วิธีการ
ปรับความโลภให้สมดุล กับความรู้ที่ตัวเองมีอยู่เท่านั้น
ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการเล่นหุ้น ระดับสูงอย่างแน่นอน

คลายเครียดเรโชระดับจุลภาค
เป็น การบริหารความเสี่ยงแบบ
“หุ้นขาขึ้น” เท่านั้น
ใช้ไม่ได้ในหุ้นขาลง เพราะไม่มีโอกาสจะได้ใช้ ฮาๆๆๆ
ขอย้ำว่า”หุ้นขาขึ้น” ไม่ใช่”ตลาดขาขึ้น”
เพราะไม่ว่าตลาดหุ้นจะอยู่ในสภาพไหน
ก็จะมีหุ้น ที่ขึ้นและลง สวนทางกับตลาดเสมอ

สำหรับคลายเครียดเรโชระดับ มหภาค
เป็นการบริหารความเสี่ยงในทุกสภาวะของตลาดหุ้นโดยรวม
ไม่ ใช่หุ้นตัวใดตัวหนึ่ง
ตอนที่หุ้นตกหนักๆ ซึมยาวอยู่นานหลายปี
เคยมี คนรู้จัก เป็นนักเล่นพนันบอลถามผมว่า
เป็นไง ตอนนี้แย่เลย หุ้นตกยับ
เล่น บอลดีกว่า ฮาๆๆ
ผมเลยตอบไปว่า
สมมติว่า ผมเคยได้กำไรหุ้นมาสิบล้านบาท
แล้วไม่ว่าสภาพหุ้นจะเป็นอย่างไร
ผม ก็จะเอาเงินกำไรแค่ห้าล้านมาเล่น
และหุ้นที่ถืออยู่ในวงเงินห้าล้านบาท เหล่านั้น
มีปันผลให้ทุกปี
ผมจะมีโอกาสเจ๊งหุ้นได้ไหม ?
เป็นคำ ถามที่เซียนพนันบอลตอบไม่ออก
เพราะพนันบอล ไม่มีเงินปันผลตอบแทน ฮาๆๆ
ดัง นั้น คำตอบที่ทุกคนย่อมตอบได้ก็คือ
ไม่มีทางเจ๊งหุ้นจนหมดตัวอย่างแน่ นอนที่สุด
ต่อให้หุ้นทุกตัวที่ถืออยู่มีค่าเท่ากับศูนย์
และที่ สำคัญ
ขอยืนยันจากประสพการณ์ตัวเอง
ยังไม่เคยแม้แต่ปีเดียว
ที่ ผมไม่ได้รับเงินปันผลจากหุ้นที่ถือไว้
มีแต่มากหรือน้อย
ปีนี้ได้ มากที่สุด ตั้งแต่เล่นหุ้นมา

ผมขอสรุปเลยว่า
นักลงทุนทุกคน
จะ อยู่ในตลาดหุ้นได้ตลอดกาล
จะต้อง
“บริหารความโลภให้สมดุลกับความ รู้”
นี่เป็นกฏขั้นพื้นฐานของ

TEMPLE BOXING SCHOOL ฮาๆๆๆ

ยมก wrote:
ตามที่เฮีย KK บอก…
“ถ้าหุ้นเรายืนอยู่ในบริเวณ
ราคาตลาดฯตามแรงกรรมของผลประกอบการ
ไม่ค่อยมีความจำเป็นต้องดูด้านเท็คนิคของหุ้น
เพราะราคาหุ้นยังยืนอยู่บนพื้นฐาน
ที่อธิบายได้ด้วยผลประกอบการ + ฯลฯ”
ผมเลยอยากถามต่อไปว่า เราจะรู้ได้ไงครับว่าเจ้าราคาที่เราคิดว่ามันอยู่บนพื้นฐานของผลประกอบการ นั้น
คนอื่น (เจ้ามือ) เค้าจะคิดแบบเดียวกับเราหรือเปล่าครับเฮีย KK (มีคำถามให้เฮียฯ ปวดหัวอีกแล้ว)
ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ก่อนอื่นคงต้องขออภัยที่ตอบล่าช้าไปสอง วัน
ความจริงที่สมาชิกประจำในห้องสินธรรู้ดีคือ
ผมจะไม่โพสนอกเวลา ตลาดฯเปิดทำการครับ
นอกจากมีเรื่องที่คิดว่าสำคัญมากๆเท่านั้น
ดัง นั้นใครอยากด่าผมฟรีๆ สองวันสองคืน
ต้องโพสเย็นวันศุกร์ครับ
เพราะ โดนค่า ผมไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องตอบโต้
อย่างมากก็แอบแจ้งลบ ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆ

มาเข้าเรื่องกันครับ
ผมมีความเห็นว่า
ราคาตลาด ของหุ้น ตามแรงกรรมของผลประกอบการ
ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าใครเป็นเจ้ามือ
เพราะ ความจริงที่น่าเจ็บปวดคือ
ราคาหุ้นในบริเวณนี้ จะไม่มี “เจ้ามือ” ตัวจริงเสียงจริง

ผมมักชอบใช้คำพูดอยู่หนึ่งประโยค

“หุ้น ไม่มีสภาพคล่องคอ”

ที่มันไม่คล่องคอ ก็เพราะว่ามันไม่เจ้ามือนั่นเอง
พอมันไม่มีเจ้ามือ ที่จะใส่เงินก้อนยักษ์เข้ามาปั่นหุ้นตัวนั้น
หุ้นก็จะขึ้นลงอยู่ในกรอบ บริเวณของ
ราคาตลาด ตามแรงกรรมของผลประกอบการเท่านั้น
ซึ่งในบริเวณ นี้ เราดูแค่ปัจจัยพื้นฐานของหุ้น
บวกลบ สภาพคล่องคอ และข่าวดีร้ายจริงตามปัจจุบันก็พอ

ถ้าหุ้นไม่มีความเป็น”ตลาด”
เรา แทบไม่ต้องดูอะไรเลย นอกจากดู บีวี เท่านั้น

แต่พอมันเข้า”ตลาด”
ก็ เกิดอุปสงค์ อุปทานที่แตกต่างกัน ในหุ้นนั้นๆขึ้น
เงินกับหุ้น จะอยู่สลับต่ำแหน่งกันตลอดเวลา
ยิ่งถ้าหุ้น หลุดเข้าไปเล่นในกรอบ
แรง กรรมแห่งความโลภและความกลัว
เกมล่าส่วนเกินทุน จะมีข่าวดีเกินปัจจุบัน
เป็น ตัวทวีคูณ ทำให้ราคาหุ้นขึ้นได้แบบไร้เหตุผล
เพราะปริมาณเงินที่อัดใส่ เข้าไป พร้อมกับความโลภของคน
แต่จะมีอยู่กรณีเดียวเท่านั้น ที่หุ้นจะขึ้นได้ไม่สิ้นสุด

“ต้องมีเงินก้อนใหม่ๆ ใส่เข้าไปในหุ้นตัวนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

เวลาหุ้นมีสภาพคล่องคอสูง
ลอยอยู่ในกรอบแรงกรรมแห่งความโลภฯ
เงินกับหุ้น จะสลับตำแหน่งกันเร็วมาก
เร็วจนคนที่รวยอย่างแน่นอนที่สุดคือ
คน เก็บค่าต๋ง ฮาๆๆ

ดูภาพประกอบก่อน
เดี๋ยวผมขอออกความเห็นแบบ เท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่งต่อว่า
บริเวณไหนต้องใช้ความรู้พิเศษ
มารองรับ ความโลภฯและความกลัวของเราที่มีเพิ่มขึ้น
จากข่าวดี และร้ายเกินปัจจุบัน
และข่าวดีเกินปัจจุบันมีอะไรบ้าง


คลิ๊กเพื่อดูรูปขยาย

ผมขอวาดต่อยอด
จากภาพ ที่”คุณยมก”ได้ทำไว้อย่างสวยงาม
เป็นภาพประกอบข้างล่าง

บริเวณ กรอบด้านบน
ข่าวดีเกินปัจจุบันจะเป็นแรงขับดับให้
แรงกรรมแห่งความ โลภ สามารถเอาชนะแรงกรรมแห่งความกลัว
เช่นเดียวกับบริเวณกรอบด้านล่าง
ข่าว ร้ายเกินปัจจุบันจะเป็นแรงผลักดันให้
แรงกรรมแห่งความกลัว สามารถเอาชนะแรงกรรมแห่งความโลภ

คำว่า “เกินปัจจุบัน”
ก็หมาย ถึงการทำนาย”อนาคต”
ซึ่งไม่มีใครรู้จริงร้อยเปอร์เซนต์

ผมขอ แบ่งข่าวดีและร้ายเกินปัจจุบันใหม่อีกครั้งเป็น
ข่าวดีและร้ายเกิน ปัจจุบันแบบ

1 ข่าวดีและร้ายเกินปัจจุบันจากวิชาทางเศรษฐศาสตร์

2 ข่าวดีและร้ายเกินปัจจุบันจากจิตวิทยามวลชนเฉพาะตลาดหุ้น

ข่าวดี และร้ายเกินปัจจุบันแบบที่หนึ่ง
มีหลักวิชาการรองรับมายาวนาน
แต่ เมื่อไรที่เราคาดการณ์ไปในอนาคต ยิ่งยาวนานมากเท่าไร
โอกาสผิดจะยิ่งมี มากขึ้นเท่านั้น
ราคาหุ้นที่ลอยขึ้นมาอยู่ในบริเวณข่าวเกินปัจจุบันสาย เศรษฐศาสตร์
สำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่งมีความเห็นว่า
หุ้นจะยังคง ผันผวนได้ไม่มากเท่ากับ
ข่าวดีและร้ายเกินปัจจุบัน
จากการใช้ จิตวิทยามวลชนเฉพาะตลาดหุ้น
ด้วยข่าววงใน
ข่าวปล่อยจากสื่อต่างๆ
ข่าว เป้าราคาของรายใหญ่
สังเกตหรือไม่ว่า
ไม่เคยมีข่าวเป้าราคาจากราย ย่อยเลย ฮาๆๆๆ

สำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่งมีความเห็นเพิ่มเติมว่า
เงิน และหุ้นในตลาดแบ่งได้เป็นสองประเภทเท่านั้นคือ

1 เงินแบ่งออกเป็น
ก . เงินที่มีอำนาจในการซื้อนำ
ข. เงินที่มีอำนาจในการซื้อตาม

2 หุ้นแบ่งออกเป็น
ก. หุ้นที่มีอำนาจในการขายนำ
ข. หุ้นที่มีอำนาจในการขายตาม

เงินและหุ้นประเภท ข.
จะแปลงโฉมกลาย เป็นเงินและหุ้นประเภท ก. ได้ในทันที
ถ้าถูกกระแสจิตวิทยามวลชนเข้ามา ครอบงำอย่างรุนแรง
“จากข่าววงในและข่าวเป้าราคาของรายใหญ่เท่านั้น”

ช่วง เช้าขอแค่นี้ก่อน
ชักคิดไม่ค่อยออก
ขอต่อตอนบ่ายว่าด้วย

กระบวน การออสโมซิสความคิด
ดูดความคิดรายย่อย
จากกลัวไปโลภ
และจากโลภ ไปกลัว

ขอเวลาวาดรูปก่อน ยังไม่ได้คิดไว้เลย ฮาๆๆ

จากการเดาตามหลักเกินของสำนัก TEMPLE BOXING
หุ้นจะ เริ่มหลุดเข้าไปเล่นในกรอบบริเวณ
แรงกรรมแห่งโลภของผู้คนในตลาดก็ต่อ เมื่อ

1 มีสภาพคล่องคอเพิ่มหรือมีอยู่แล้วโดยปกติ

สภาพ คล่องคอของหุ้นต้องมีมากพอ
ที่รายใหญ่ซึ่งเป็นผู้นำในการทำราคาขึ้นไป สูงมากๆ
จะสามารถขายหุ้นทิ้ง ได้ทุกระดับราคาที่ต้องการ
โดยมีคน เข้ามารับตลอดเส้นทางขาลง
ที่น่ากลัวมากคือ เขาจะขายได้ทุกระดับราคา
โดย ไม่ได้สนใจว่ากำไรหรือขาดทุน
ขอเพียงได้กลับมายืนในตำแหน่งเงินสดอีก ครั้งเท่านั้น
เพราะมีแต่เงินสดเท่านั้น
ที่สามารถนำไปสร้างตำแหน่ง เพื่อถือครองหุ้นตัวใหม่ๆต่อไป

2 หุ้นตัวนั้นๆ จะขึ้นไปได้เรื่อยๆ

ตามใดที่มีเงินก้อนใหม่ๆใส่เข้าไป
และเงินก้อนเก่าที่ปั่นขึ้น ยังไม่ถอนตัวออกมา
จากการเปลี่ยนตำแหน่งยืน จากหุ้นกลับมาเป็นเงิน
ส่วน เงินก้อนใหม่ๆที่ใส่ตามเข้าไปทีหลัง
ก็จะเปลี่ยนตำแหน่งยืน จากเงินเป็นหุ้นโอท็อป ฮาๆๆ

3 มีข่าวดีเกินปัจจุบันเป็นตัวทวีคูณให้ราคามุ่งไปสู่พีบีวีสูงมากๆ

ข่าวดี เกินปัจจุบันได้แก่อะไรบ้าง
สำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่งได้จัดแบ่งออกเป็น 2 ซับสปีชี่คือ

ก. ข่าวดีเกินปัจจุบัน สายสามัญสำนึก

ได้แก่ การวิเคราะห์อนาคตของหุ้น
จากแนวโน้มที่มีอยู่ในอดีตและปัจจุบัน
ซึ่ง ผลประกอบการเริ่มดีขึ้นมากๆ
ข่าวดีเกินปัจจุบันสายสามัญสำนึก
จะใช้ ความรู้ทางเศรษฐศาตร์ใส่เข้าไป
ให้ดูเหมือนว่าการขึ้นของหุ้นมีเหตุผล
แต่ ไม่ว่าจะวิเคราะห์อย่างไร
ก็จะลงท้ายที่เป้าราคา ที่หุ้นจะไปในอนาคต
เป็น เป้าราคาที่”กูรู้” เชื่อ
หรือแค่ต้องการให้คนอื่นเชื่อว่ามันจะเป็น จริง
ส่วนจะจริงไม่จริง ก็เป็นอีกเรื่อง
แต่ความจริงที่เราพบเห็นใน ตลาดหุ้นคือ
ตัวเองเชื่อ แทบไม่มีความสำคัญอะไรเลย
ต้องทำให้คน อื่นๆ
ซึ่งถือครองเงินที่มีอำนาจในการซื้อตาม เชื่อเท่านั้น
ราคา หุ้นถึงจะขึ้นไปได้เรื่อยๆ
เป้าราคา จึงก็เป็นแค่ตัวกระตุ้นต่อมความโลภให้พุ่งกระฉูด
เกิดการเล่นเกมล่าส่วน เกินทุนแบบสุดๆ

หุ้นจะขยับขึ้นไปหาเป้าราคาได้ ถ้า

“ทุกคน พากันซื้อ โดยหวังจะไปรอขายให้คนอื่นๆที่เป้าราคา”

แปลกดีนะ
แมลง เม่าหุ้นมักจะไม่ถามตัวเองว่า
ที่เป้าราคา ใครจะเป็นคนซื้อ ฮาๆๆ

ข. ข่าวดีเกินปัจจุบัน สายวิสามัญฆาตกรรม ฮาๆๆๆ

จะมีข่าวดีเกิน ปัจจุบันอันไหน
ที่เด็ดและทำให้หูตั้งฉากไปกว่า

ข่าววงในทุกระ ดับพรีเมียรลีก ดิวิสั้นหนึ่ง สอง และสาม
ข่าวปล่อยจากมาร์เก็ตตี้แสน สวย
ข่าวเป้าราคาแบบ เห็นเขาบอกว่า…….

4 ทำไมต้องมีความรู้พิเศษฯให้เหมาะสมกับความโลภฯ

สำนักเท็มเปิ้ลบ๊อก ซิ่งมีความเห็นว่า
เมื่อไรที่หุ้นหลุดออกไปจากกรอบราคาตลาดฯตามผลประกอบ การ
หุ้นจะกลายเป็นแค่สำรับไพ่
ที่ผู้คนในตลาดหุ้น เห็นพ้องต้องกัน
ที่จะหยิบมันขึ้นมาเล่น
“เกมล่าส่วนเกินทุน” จากเงินที่ทุกคนใส่เข้าไป
ไม่ได้เกี่ยวกับเงินเกินทุนที่จะได้จาก
ผล ประกอบการของบริษัท ในรูปของยีลด์แม้แต่น้อย
หุ้นจะไม่มีคำว่าหุ้นดี หรือเน่า
มีแต่หุ้นขึ้นหรือลง
เงินและความโลภเป็นแรงผลักดันสำคัญ ที่สุด
ที่ทำให้หุ้นขึ้นหรือลงได้อย่างเว่อๆ
ไม่ใช่ผลประกอบการของ บริษัทอย่างที่มักจะอ้างกัน
ผลประกอบการ ไม่สามารถชี้นำและรองรับราคาหุ้นแล้ว
ปริมาณเงินที่ถูก
มือที่มอง ไม่เห็นใส่เข้าไปต่างหาก
เป็นตัวชี้นำราคาหุ้น

5 ความรู้พิเศษที่จำต้องมี เมื่อเล่นหุ้นนอกกรอบที่ตัวเองถนัด

สำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่งจะเน้น ย้ำอยู่เสมอว่า

“โลภมาก ต้องรู้ให้มาก
ถ้ารู้ไม่มาก อย่าดันโลภมาก”

ความรู้พิเศษที่ควรมีเมื่อตามเข้าไปเล่นหุ้นในกรอบ
แรง กรรมแห่งความโลภและความกลัว
ถ้าเรียงอันดับของสำคัญที่สุด
ที่จะทำ ให้เราชนะเกมล่าส่วนเกินทุน
ก็คือ

ก. ความรู้พิเศษเรื่องข่าววงใน

อันนี้สำคัญที่สุด มีความรู้พิเศษอันนี้แค่อันเดียว
ความรู้อันอื่นๆ โยนลงรีไซเคิล บินได้เลย ไม่มีความหมาย
แต่ต้องจำให้ขึ้นใจเลยว่า
จะรับประกันผล การเล่นได้กำไรร้อยเปอร์เซนต์
ต้องเป็นข่าววงในระดับ

พรีเมีย ร์ลีก และดิวิสั้นหนึ่งเท่านั้น ฮาๆๆๆ

สมมติถ้าผมเป็นเสี่ยเอกภพ
ก่อน เซ็นสัญญาเข้าร่วมแหกกระเป๋าแมลงเม่าหุ้นกับยูทีวี
ผมก็กระซิบบอกแม่ยาย กับน้องเมียว่า
อีกไม่นานจะเซ็นแล้ว
คุณแม่ และคุณน้องเมียสุดที่รัก ตุนไว้ซิฮะ
พอพรีเมียร์ลีก และดิวิสั้นหนึ่งตุนหุ้นไว้เพียบแล้ว
ก็ใช้บ๋อยกระจายข่าว
ให้บ๋อย พลีชีพ และบ๋อยรับทิพ
ผลัดกันเล่นราคาหุ้นจากข่าววงในดิวิสั้นสองและสาม ฮาๆๆ

ข. ความรู้พิเศษ จากการประยุกต์ความรู้ทางเทคนิคทั่วไป

เมื่อ เราไม่มีความรู้พิเศษเกรดซุปเปอร์เอ
ความรู้พิเศษถัดมา มีเราควรมีก็คือ
เทคนิคพิเศษ รู้เฉพาะคนหมู่น้อยๆ
เช่นกราฟที่มีการต่อยอด จิตวิทยามวลชนเฉพาะตลาดหุ้น ฯลฯ
ถ้าทุกคนในตลาด รู้แค่เท็คนิคทั่วไป
แล้ว รวยหุ้นจากกรอบบริเวณแรงกรรมแห่งความโลภฯได้
ป่านนี้รายย่อยรายจุกจิก กลายเป็นรายใหญ่ไปหมดแล้ว
แต่ความจริงก็คือ
เท็คนิคที่คนทั่วๆไปรู้ กันดี

“จะไม่สามารถจะเอาชนะเกมล่าส่วนเกินทุนแบบยั่งยืน”

ถ้า ไม่มีการต่อยอดออกไปใช้เฉพาะตัว
พ่อเลี้ยงเอวี่ คงไม่มีทางตั้งสำนักเผ่นพันลี้
ถ้ารู้แท่งเทียนเขียวแดง แค่งูๆปลาๆ ฮาๆๆๆ

ค. ความรู้จักควบคุมความโลภของตัวเอง

หลักเกินของสำ นักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่งมีว่า
ถ้าเราไม่มีความรู้พิเศษข้อ ก และ ข
ความ รู้พิเศษที่เราจำเป็นต้องมีให้ได้ก็คือ
ความรู้จักควบคุมความโลภของตัว เองให้ดีๆ
ผมในฐานะของผู้ร่วมก่อตั้งสำนัก ฮาๆๆๆ
ขอกระซิบบอกความ จริงว่า
ผมไม่มีความรู้พิเศษ ข้อ ก และ ข เลยคร๊าบ
ดังนั้นก็เลย ต้องใช้ความรู้พิเศษข้อ ค. เข้าสู้

ผมจะไม่ตามไปซื้อหุ้นที่หลุด กรอบ
แรงกรรมของผลประกอบการไปมากๆ
นั่งน้ำลายหกได้เป็นปีๆ ดีกว่าน้ำตาตกชั่วข้ามวัน
เพราะตัดขายขาดทุนไม่เป็น
นั่นคือการไม่ เปลี่ยนจุดอ่อนของเรา
ให้กลายเป็นจุดตาย
และถ้าตราบใดที่หุ้นผมซื้อ ยังยืนอยู่ในกรอบ
ราคาตลาด ตามแรงกรรมของผลประกอบการ
ผมจะถือหุ้น ตัวนั้น กินปันผลเป็นน้ำจิ้มไปเรื่อยๆ
เมื่อไรก็ตาม มีเจ้ามืออัดเงินก้อนยักษ์เข้ามาปั่น
ก็จะทะยอยขาย โดยการทำคลายเครียดเรโช
เอาเงินตัวเองขึ้นมาก่อน
เอาเงินคนอื่นตาม ไปเล่น
ทำไมมันง่ายๆ และดูโง่ๆ ยังงี้วะ
ก็เหมือนที่พระพยอมเคย เทศน์ไว้
เลิกสูบบุหรี่ง่ายนิดเดียว อ้าปากไว้ ก็เลิกสูบได้แล้ว
วิธี ง่ายและโง่แบบนั้น
ทำไมคนติดบุหรี่ส่วนใหญ่ทำไม่ได้ ฮาๆๆ

เต่าหยวนเปียว wrote:
เพราะคนส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้ขาดทุน

คุณเต วี่ ผมว่าไม่จริงหรอกครับ
ที่คนเล่นหุ้นส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้ขาดทุนเสมอ ไป
คนส่วนใหญ่จะขาดทุนหุ้นก็ต่อเมื่อ

“ซื้อหุ้นในกรอบแรงกรรม แห่งความโลภ
หรือขายทิ้งในกรอบแรงกรรมแห่งความกลัว
โดยไม่มีความรู้ พิเศษเฉพาะตัว”

สำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่งเชื่อว่า
ในที่สุด จะไม่มีใครขาดทุนหุ้นตัวนั้น
ถ้าทุกคนเล่นหุ้นตัวนั้น
อยู่แต่ใน กรอบแรงกรรมของผลประกอบการ
ทั้งที่อยู่ซีกบนของเส้นบีวี (เส้นราคาสถิตของหุ้นทุกตัว)
หรือถ้าเล่นอยู่ในซีกล่างของเส้นบีวี
ก็ ยิ่งขาดทุนได้ยากมาก
ถ้าพีบีวีต่ำกว่า 1 มาจาก
บีวีลบ
สภาพ คล่องคอของหุ้น
ลบ ข่าวร้ายจริงตามปัจจุบันที่ไม่เกี่ยวกับ eps

สำหรับ ข่าวร้ายจริงตามปัจจุบันที่ไม่น่ากลัวเลยสำหรับผมคือ
เจ้าของบริษัทไม่ ได้สนใจจะทำราคาหุ้น
เพราะรู้ดีว่า ตัวเองมีค่าเท่าไร

ส่วนข่าว ร้ายจริงตามปัจจุบัน
ที่เลวร้ายที่สุดในความเห็นของผมคือ
เจ้าของ บริษัททึบแสงอย่างรุนแรง
ใช้เครื่องมือชนิดไหนเข้าไปเอกซ์เรย์ ก็แยกธาตุไม่ออก
ข่าวร้ายชนิดนี้ ต่อให้พีบีวี เหลือแค่ 0.1 ก็ไม่น่าลงทุน

ชาวสินธรท่านใด
อยากรู้ว่า เงินและหุ้นของตัวเองมีอำนาจแบบไหน
ให้ลองซื้อและขายหุ้นตัวนั้นดู
โดย ที่ไม่คิดถึงอะไรทั้งสิ้น
ถ้าราคาหุ้นเคลื่อนไหวไปตามแรงกรรมของเรา
แสดง ว่าเราเป็นรายใหญ่ในหุ้นตัวนั้นๆ ฮาๆๆๆ

เมื่อลองเปรียบเทียบอำนาจ การทำราคาหุ้น
ของข่าวเกินปัจจุบันแบบต่างๆ
ผมมีความเห็นว่า
ข่าว เกินปัจจุบันจากจิตวิทยามวลชน
สามารถทำให้หุ้นทุกตัว ไม่ว่าดีหรือเน่าขึ้นได้
ในขณะที่ข่าวเกินปัจจุบันจากวิชาเศรษฐศาสตร์
จะ ทำให้หุ้นขึ้นใด้เฉพาะหุ้นพื้นฐานดี

แต่อย่างไรก็ตาม
ลำพัง เฉพาะข่าวดีเกินปัจจุบัน
จะไม่สามารถทำให้หุ้นขึ้นได้แบบเว่อสุดๆ
ถ้า ไม่เกิดจิตวิทยามวลชนในหุ้นตัวนั้นอย่างรุนแรง

นั่นก็คือ เงินที่อำนาจซื้อตาม ไม่ได้ตามเข้าไปซื้อ
ต่อให้มีข่าวดีเกินปัจจุบัน แค่ไหน
ถ้าปล่อยให้เงินที่มีอำนาจในการซื้อตาม
ดันมาทำหน้าที่ซื้อ นำซะเอง
ราคาหุ้นมันก็อาจจะนอนแน่นิ่งอยู่กับที่
จนวีไอหลายท่านอึด อัดและหงุดหงิด
กับหุ้นพื้นฐานดีที่ตัวเองถืออยู่

การจะทำให้ เงินที่มีอำนาจซื้อตาม
กลายมาเป็นเงินที่อำนาจซื้อนำ ให้ราคาหุ้นไปสู่ยอดดอย ฮาๆๆๆ
จะต้องใช้เยื่อราคาหุ้น
เป็นตัวดูด ฝั่งความคิดที่เข้มข้นด้านความกลัว
มาสู่ฝั่งความคิดที่เข้มข้นกว่าด้าน ความโลภเท่านั้น

ราคาหุ้นที่ถูกกระทำโดยเงินที่มีอำนาจซื้อนำ
จะ เป็นตัวการทำให้
ความคิดของเงินที่มีอำนาจซื้อตาม
เริ่มแกว่งข้าม จากฝั่งกลัวไปยังฝั่งโลภ
ด้วยอิทธิพลของเยื่อราคาดังภาพ

เงิน ที่มีอำนาจซื้อตาม
ที่ได้ตามเข้าไปซื้อหุ้นตัวนั้น
จะกลายเป็นเงิน ที่มีอำนาจในการซื้อนำหุ้น
ไปสู่ราคายอดดอยในที่สุด ฮาๆๆ

สรุป แบบสำนักเท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่งก็จะมีว่า

เงินที่มีอำนาจซื้อนำ
และ หุ้นที่มีอำนาจขายนำ
จะสามารถออสโมซิสความคิด
เงินและหุ้นที่มี อำนาจซื้อและขายตามได้
ด้วยการชี้นำด้านราคาหุ้นตามหลังข่าวดีและร้าย เกินปัจจุบัน
ดังนั้น
ใครไม่อยากโดนออสโมซิสความคิดข้ามฝั่ง
ด้วย จิตวิทยามวลชน
ก็หัดบริหารความโลภและความกลัวของตัวเองให้ดีๆก็แล้วกัน
เอวัง ก็มีด้วยปการฉนี้แล ฮาๆๆ

This entry was posted in Investor's Article. Bookmark the permalink.

One Response to KKR (Klai Kriad Ratio) as temple boxing trick

  1. I’ve recently started a blog, the information you provide on this site has helped me tremendously. Thank you for all of your time & work.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>