Thursday, September 9th, 2010

Identify foreign investors by Temple Boxing School approach

1

ขอขอบคุณคุณทวนลมเรโช ที่ช่วยไปขุดกระทู้เก่าที่เคยโพสไว้
ก็เลยขอ เอามาฉายซ้ำอีกรอบ ในเวอสั้นพาดหัวแบบภาษาปะกิต

Wink Wink Wink Wink Wink Wink Wink Wink Wink

ตัดแปะชื่อสำนักเป็นภาษาปะ กิตซะหน่อย
เผื่อพวกต่างชาติ จะเชิญไปเป็นผู้บรรยายพิเศษ
แฮะ  แฮะ ความจริงก็คือ
ผมยังไม่เคยรู้จักนักลงทุนต่างชาติสักคน

“ต่าง ชาติ ต่างชาติและต่างชาติ”
โอ้ ช่างเป็นคำที่ทำให้พวกเราชาวรายย่อยรายจุกจิก
เกิดอาการ อยากๆ เบี่อๆ เสียนี่กระไร
แล้วเราก็ทำกับต่างชาติแบบ
จูบๆตบๆ ไปตามจินตนาการสำคัญกว่าความรู้
ของไอนส์ไตน์ เอ๊ยของเรา


เวลาอยาก  ก็จูบปากเชิญชวน
สอง มือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้ามาลงทุนซิฮะ
ประเทศเดี้ยนเปิดเสรีทาง การเงิน
และเสรีทางการปั่นหุ้น ชอร์ตหุ้น แทงไฮโลตัชนีห้าสิบแล้วค่ะ
เชิญ เข้ามาลงทุนได้”

แต่ที่คิดอยู่ในใจ มิกล้าเอื้อนเอ่ยวจี กลัวเสียมารยาทก็คือ

“KU อยากแด็กส์เงินพวกมืงว่ะ”   ฮาๆๆๆ

แต่ พอเวลาเราเบื่อๆ  เพราะรู้สึกว่าไอ้พวกต่างชาติ
พอชวนมันเข้ามาแล้ว  ดันหัวหมอ
ไม่เห็นทำคุณประโยชน์อะไรให้กับกระเป๋า ku เลย
ก็จะด่า แบบสาดเสียเทเสีย
ไอ้พวกคิดร้ายทำลายชาติ

ไอ้คุณต่างชาติอ่าน แล้วก็คงหัวเราะ คิดในใจ

“ก็ชาติของKuที่ไหนหละ  อยากเชิญชวนKuเข้ามาทำไมว่ะ”

เมื่อข้าพเจ้าไม่ได้เป็นนักลงทุนต่าง ชาติ
ข้าพเจ้าก็ต้องใช้วิธีเอาใจเขา มาใส่ใจเรา  แล้วมั่วเอา
ก็ได้ หลักเกิน หรือไม่ก็หลักการมาดังนี้

๑.นักลงทุนต่างชาติคือ ใคร

ไม่น่าถามเลย  ก็นักลงทุนที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยนั่นแหละ
(พ่อ ของข้าพเจ้าก็เลยกลายเป็นนักลงทุนต่างชาติ
ด้วยความกิ๋บเก๋แบบไม่ได้ ตั้งใจ  เพราะยังเป็นต่างด้าว
ซึ่งข้าพเจ้าก็เอาความเป็นนักลงทุนต่าง ชาติของพ่อ
มาขายหุ้นบัวหลวงกระดานนอก ซื้อบัวหลวงกระดานใน
กินส่วน ต่างหุ้นละ 100 บาทมาแล้ว ฮาๆๆ)

ลองมาสมมติกันว่าลาว เขมร เวียดนามมีตลาดหุ้นครบทุกประเทศ
พอเราตามเข้าไปตะลุมบอนในตลาดหุ้นลาว
เขา ก็ต้องเรียกพวกเราว่า
ไอ้พวกต่างซาด บักซิหยาม
เวลาเราอ่านเจอนักลง ทุนลาวพูดว่า

“พวกมันซิคิดมาเอาเงินข้อย
บ่ได้เห็นแก่ประเท ดซ่าดเฮาดอก”

เราในฐานะนักลงทุนต่างชาติของลาว
ก็ต้องคิดในใจ ว่า

“เว้ยเฮ้ย  เรื่องอะไรkuต้องไปรักชาติมืงด้วยวะ
มากวักมือ เรียกเข้าไปเองนี่หว่า  ช่วยไม่ได้  ”

ก็คงเหมือนกับต่างชาติในตลาด หุ้นไทยนั่นแหละ
ต่างชาติก็ต้องคิดแบบต่างชาติซิ
ใครจะมาคิดแบบที่ พี่ไทยคิดกันเล่า
เขาเรียกว่า “กงเกวียน กำเกวียน”
หรือคิดเอาแต่ ได้นั่นแหละ

๒. นักลงทุนต่างชาติมีกี่สปีซี่

สำนักเท็ม เปิ้ลบ๊อกซิ่งเดา เอ๊ยคิดว่ามี ๒ สปี่ซี่ ๔ ซับสปี่ซี่

๑ สปี่ซี่ศิลปินเดี่ยว ข้ามาคนเดียวแต่อาจจะมีพวก ฮาๆๆ
มี ๒ ซับสปี่ซี่

ก  ศิลปินเดี่ยวในเอเซีย

ที่เจ๋งสุดๆคือพวกไต้หวัน ฮ่องกง
พวกนี้มาสไตล์ไฟท์เตอร์
ชกดุดัน  แด็กส์ด่วน เสือปืนไว ใจเกินร้อย
เจ๊งก็หาเงินมาเล่นใหม่
ได้ก็ขนออกไปเล่นบ่อนอื่นต่อ
ถ้าจัด อันดับการแด็กส์

“ตัวเล็กกินไก่  ตัวใหญ่กินช้าง  ตัวกลางกินหมู”
ศิลปิน เดี่ยวเหล่านี้ ก็คงอยู่ชั้นกินไก่ กับกินหมูเท่านั้น

ข ศิลปินเดี่ยวนอกเอเซีย

ก็ที่พวกเราบักซิหยาม เรียกเขาว่าบักสีดานั่นแหละ
ไม่ต้องอธิบายมาก
พวกนี้มักจะลงทุน แบบหนอมแน้มและนุ่มนิ่ม
แต่เวลาต้องการจะแด็กส์ไม่ด่วน
พี่แกมักจะ ฟาดทีเดียวเป็นพันเปอร์เซนต์แล้วเลิก
ส่วนใหญ่มาสไตล์ วีไอ  แต่ใจเกินร้อย
ทุ่มไม่อั้น
ค่อยๆเก็บหุ้นที่ไม่ใครสนใจ
ไม่ มีสภาพคล่องคอ
เป็นหุ้นที่มีพีอีสูง พีบีวีต่ำ  แต่ผลประกอบการเริ่มกลับหลังหัน
พวกนี้จะแด็กส์ด่วนตูมเดียว  รายย่อยหงายหลัง
เมื่อหุ้นมีราคาพีอีต่ำ พีบีวีสูง

ตัวอย่าง เช่น ไทเก้น บราเดอร์ส แอนด์โก
ที่ทุ่มทุนสร้างเรื่อง TTA  จนโกยกำไรเป็นพันล้าน เป็นต้น

๒ ศิลปินหมาหมู่ เอ๊ยหมู่

ศิลปิน หมู่  หรือที่ข้าพเจ้ามักเรียกว่า
“จอมยุทธเงินลงขัน” หรือที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า
“กองทุนรวย ชาวบ้านจน” เอ๊ย “กองทุนรวม”
จะ มี ๒ ซับสปี่ซี่เช่นกันคือ

ก .จอมยุทธเงินลงขันต่างชาติสไตล์บ็อกเซอร์

พวกนี้มาฟอร์มเดียวกับพวก ศิลปินเดี่ยวนอกเอเซีย
มาลงทุนแบบหนอมแน้มและนุ่มนิ่ม
และแด็กส์ไม่ ด่วนแบบโหดร้ายและเกรี้ยวกราด
จัดได้ว่าเป็นนักลงทุนแนว
ดูแรงกรรม ของผลประกอบการเป็นหลักใหญ่
พวกนี้ไม่ค่อยอันตรายในระยะสั้น
สำหรับ พวกรายย่อยรายจุกจิกท้องถิ่น
แช่เงินไว้นานๆ  เหมือนกับไร้พิษสง
ดู เหมือนกับมันไม่ใช่เงินไร้พรมแดน
ขอข้ามต่างชาติพวกนี้ไป
เพราะไม่ ใช่ศูนย์หน้าตัวเป้า
ไม่ค่อยอันตรายในระยะสั้น
แต่ไอ้ศิลปินหมู่ซับ สปี่ซี่สุดท้ายนี่ซิอันตรายที่สุด

ข. จอมยุทธเงินลงขันต่างชาติสไตล์อีแร้งเรียกพ่อ

ชาวบ้านเขาเรียกพวก นี้ซะกิ๋บเก๋ว่า
กองทุนปกป้องความเสี่ยงหรือ hedge fund
พวกนี้จะ ออกอาละวาดไปทั่วโลก
ด้วยอาวุธร้ายที่นักลงทุนท้องถิ่นไม่มีคือ …………….

๒ พวกนักลงทุนต่างชาติเก่งกว่านักลงทุนท้องถิ่นหรือไม่

คำตอบที่น่า ชื่นใจอยู่บ้างคือ
ไม่เก่งกว่าหรอก ถ้าทุกคนมีอาวุธเท่ากัน
แต่มัน น่าเจ็บใจ
ตรงที่บักสีดาโง่ๆคนนั้น
มันดันพกเอ็มสิบหกกระสุนเต็ม ลำกล้อง ขึ้นไกเตรียมยิง
มาสู้กับพี่ไซหมึ้งชวยเสาะ พี่เต็งพ้ง ฯลฯ
ซึ่ง ยืนร่ายรำสุดยอดเพลงกระบี่ไร้ใจ ไร้พ่าย ไร้โรงจำนำ
ใครจะชนะการดวล
ก็ลองนึกดูแล้วกัน
ว่าพวกพี่ๆเค้าจะชนะการดวลหรือเปล่า   ฮาๆๆๆ

๓  อะไรคืออาวุธร้ายที่สุดของนักลงทุนต่างชาติ

ลองนึกถึงเราเข้าไป เล่นหุ้นในลาว เขมร เวียดนาม ดูซิครับ
อาวุธร้ายของเราก็คือ

“เงิน ไร้พรมแดน”

เงินนี้จะสามารถถ่ายเทไปมาได้สะดวกในสามตลาดอินโดจีน
เจ๊ง ในลาว  ก็ไปหากำไรต่อในเขมร
เจ๊งเขมรก็ไปหากำไรต่อในเวียดนาม
ไม่ มีความจำเป็นอะไรเลย
ที่เราเจ๊งในลาว  แล้วเราจะทู่ซี้เล่นในลาวต่อ
ย้าย เงินไปเล่นในแหล่งที่มันยังทำกำไรให้ซิ

ผมขอเดาว่า ทุกวันนี้
ราย ย่อย รายจุกจิกอย่างเราๆท่านๆในตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่
กำลังเอา”เงินที่มี พรมแดน”  ไปสู้กับ”เงินไร้พรมแดน”
ในเกมล่าส่วนเกินทุนที่เราจำกัดเวที ให้ตัวเอง
แต่ต่างชาติไม่ต้องจำกัดเวทีที่จะเล่น

สรุปแล้วต่าง ชาติไม่ได้เก่งกว่าคนไทย
เพียงแต่เขาได้อาวุธประจำตัวดีกว่า

๔ ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของพวกอีแร้งเรียกพ่อ

อย่างที่เคยเดา เอ๊ยสันนิษฐานไว้ว่า
อาวุธสำคัญของพวกกองทุนต่างชาติฯคือ

“เงิน ไร้พรมแดน”

เมื่อเงินมันไร้พรมแดนซะอย่าง
ตลาดต่างๆก็ย่อมไร้ พรมแดนตามไปด้วย

คำว่าไร้พรมแดน
ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยนะ
อยู่ ดีๆเงินจะไร้พรมแดนได้ไง
คนในประเทศนั้นๆแหละ เป็นคนทำให้มันไร้พรมแดนเอง
อย่างของบักซิหยามเรา ก็ด้วยการเปิดพรมแดนทางการเงิน
หรือเรียกกันแบบกิ๋บเก๋(อีกแล้ว)ว่า  BIS
เออ   อันนั้นกระผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร
รู้แต่ว่า มันกินไม่ได้แต่เท่ห์อิ๋บอ๋ายเลย
ส่วนพวกที่ไม่ยอมเท่ห์อิ๋บอ๋าย อย่างเช่น
อินเดีย กับเกาหลีใต้เมื่อสิบเจ็ดปีก่อน
ก็นั่งกระดิกขา กินข้าวโพดคั่ว
ดูหนังบู๊ล้างผลาญเรื่อง black monday อย่างสบายใจ
เพราะ ไม่อนุญาตให้เงินลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้น

เอ พอข้าพเจ้าหวนมาคิดถึง
บรรดาบักซิหยามอย่างพวกเรา ก็พบว่า
เราก็มี แบบกินไม่ได้แต่หมดตูด เอ๊ยแต่เท่ห์เหมือนกันแฮะ
เงินไร้พรมแดนของหมู่ เฮาชาวบักซิหยาม
ได้ข้ามพรมแดนไปยังปอยเปต เกาะกงทุกวัน
ถ้าพวก กองทุนต่างชาติฯมีคุณภาพคับหลอดดูดนมยูเอชที
เหมือนพวกบักซิหยามพกเงิน ไร้พรมแดนข้ามไปปอยเปต
ป่านนี้  เราๆท่านๆ พวกรายย่อยรายจุกจิก
คง แฮบปี้เอนดิ้งกันไปแล้ว
ส่วนนายบ่อนไทยคงเก็บค่าต๋งเพลินเลย  ฮาๆๆๆๆ

แต่ พอ”รู้งี้”  มันก็ไม่งั้นดิ
นอกจากอาวุธร้าย “เงินไร้พรมแดน” ที่พกมาเต็มพิกัดแล้ว
พี่แร้งฯยังพกอาวุธลับตามมาด้วยอีกเป็นพะเรอ เกวียน

ทั้งวิชาเทพ  วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
แถมด้วยการทำให้ มันเป็นข่าวดีจริงและร้ายเกินปัจจุบัน

วิชามาร  ซื้อไว้แล้วเชียร์ขึ้น  ขายไปแล้วเชียร์ลง

เจอเข้าไปสามเด้งทั้ง
เงิน ไร้พรมแดน  +  วิชาเทพ +  วิชามาร
พี่ไทยก็ชักจะออกอาการแกว่งๆ
เตะ สกัดศูนย์หน้าตัวเป้าไม่อยู่  กลัวโดนใบแดง  ฮาๆๆๆ

ขณะที่”เงินมี พรมแดน”ของพี่ไทยเรา
ยังมัวงกๆหาว่าจะเล่นหุ้นตัว หมวดไหน
“เงินไร้ พรมแดน”ของพี่แร้งฯเค้า
ก็กำลังงกๆหาว่าจะเข้าตลาดไหน ภูมิภาคไหนเล่นดี

พี่ไทยเราอย่างเก่งก็แค่
หุ้นตัวนี้ไม่ดี  เปลี่ยนไปเล่นตัวโน้น
หมวดนี้ไม่ดี  เปลี่ยนไปเล่นหมวดโน้นแทน

ส่วน พี่แร้งฯเค้าทำแบบเหมาโหลถูกกว่า
ตลาดแบบไหนดีก็เล่นตลาดนั้น
ล็อค เป้าเอาซิ ระหว่าง
ตลาดทุน ตลาดเงิน  ตลาดตราสารอนุพันธ์
ถ้าตลาด ทุน ไม่ดีก็ย้ายไปตลาดเงิน ฯลฯ
ถ้าประเทศนี้ไม่ดี   ก็ย้ายไปประเทศโน้น
ภูมิภาคนี้ไม่ดี  ก็ย้ายภูมิภาคแม่มเลยซิวะ

Embarassed Embarassed Embarassed Embarassed Embarassed Embarassed Embarassed

อา  ข้าพเจ้ามองแล้วช่างหนาวยะเยือก
กับยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของพวกอีแร้ง เรียกพ่อเป็นยิ่งนัก
นักวิเคราะห์พี่ไทยเรา ส่วนใหญ่กำลังวิเคราะห์เจาะลึก

“เงินไร้พรมแดน”

ด้วยกรอบ ความคิดของ

“เงินมีพรมแดน”

ก็เลยลงท้ายด้วยการคิดว่า
เดี๋ยว พวกมันก็ต้องกลับมาใหม่
รอพวกku ปั่นขึ้นไปก่อน
พอพวกเอ็งทนความ เย้ายวนของเกมล่าส่วนเกินทุนไม่ได้
ก็ต้องขนเงินกลับมาแด็กส์ku เอ๊ยให้ Ku แด็กส์ซิ  ฮาๆๆๆ
เฮียๆ เจ้ๆ นักวิเคราะห์เจาะลึก เจาะไข่แดงทั้งหลายขอรับ
“เงินไร้พรมแดน”  มันล่าเหยื่อไปทั่วโลกนะขอรับคุณพี่ขา
มันไม่ได้จมดักดานอยู่แต่ใน ประเทศไทยหรอก
พี่แร้งแกฝากกระผมส่งซิกบอกว่า

“รอพวกไอแด็กส์ ที่อื่นจนอิ่มดีก่อนได้ป่าว
เดี๋ยวพวกไอจะกลับมาเล่นเกมล่าส่วนเกินทุน กับพวกมืง เอ๊ยพวกยูเอง”
http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?t=22952

Comments

One Response to “Identify foreign investors by Temple Boxing School approach”
  1. มือใหม่ says:

    ฮามากครับ แต่กินใจดีนะครับ
    อ่านแล้วสนุกครับ ได้ความรู้ดีเหมือนกัน มันส์ไปอีกแบบครับ อุอุ

Speak Your Mind

Tell us what you're thinking...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!