ความเชื่อมั่น

วิบูลย์ พึงประเสริฐ

ในช่วงที่ตลาดหุ้นซบเซา มูลค่าการซื้อขายแต่ละวันต่ำกว่าหมื่นล้านบาทลดลงจากช่วงที่ผ่านมาหลายเท่า ตัว มองไปทางไหน นักลงทุนมักมองเห็นแต่ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจที่เริ่มถดถอย การเมืองที่ไม่มั่นคง รวมถึงค่าเงินบาทที่มีทีท่าแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ เสียงจากคนรอบตัวมักบ่นถึงเรื่องของการค้าขายในช่วงนี้ค่อนข้างฝืดเคือง สำหรับในเรื่องของเศรษฐกิจแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ”ความเชื่อมั่น”

เช่นเรื่องของ”ค่า เงิน” โดยปกติแล้วค่าเงินจะมีการผันผวนตามสภาพการซื้อขายเงินรายวัน เพราะเมื่อมีคนขายมักมีคนซื้อโดยธรรมชาติ แต่ถ้า”ความเชื่อมั่น”ในเสถียรภาพของค่าเงินสกุลนั้นๆ”ลดลง”แล้ว จะมีแรงขายมากกว่าแรงซื้อ ทำให้มูลค่าของเงินสกุลนั้นลดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่ในความเป็นจริง มูลค่าพื้นฐานของเงินสกุลนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากอย่างที่เกิดขึ้นจริงๆ

ใน ช่วงวิกฤตค่าเงินบาทในปี 2540 ค่าเงินบาทลดลงจาก 25 บาทต่อดอลล่าร์ มาอยู่ที่อัตราแลกเปลี่ยนกว่า 50 บาทต่อดอลล่าร์ แสดงให้เห็นถึง”ความเชื่อมั่น”ของค่าเงินบาทที่ลดลงอย่างมากในช่วงแรก จนมูลค่าลดลงไปกว่า 100% ซึ่งเกินกว่าพื้นฐานของค่าเงินบาทในช่วงนั้น ก่อนที่ค่าเงินบาทจะปรับตัวลงสู่บริเวณ 40 บาทต่อดอลล่าร์ในเวลาต่อมา

ใน เรื่องของ”เงินเฟ้อ”ก็เช่นเดียวกัน “ความเชื่อมั่น”มีผลต่อการปรับตัวของราคาสินค้าในอนาคตเช่นเดียวกับค่าเงิน โดยปกติแล้วราคาสินค้ามีการปรับตัวขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง เงินเฝ้อจำนวนเล็กน้อยมักเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม แต่ถ้าเมื่อใดที่ประชาชนขาด”ความเชื่อมั่น”ในค่าเงินของประเทศแล้ว อาจทำให้สินค้ามีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จนเกิดสภาพ”เงินเฟ้อสูง”อย่างเช่นประเทศในละตินอเมริกา บางประเทศเงินเฝ้อแต่ละปีสูงเป็นร้อยเปอร์เซนต์ ผู้คนไม่ถือเงินสดข้ามวันเพราะค่าเงินมีค่าลดลงทุกวัน อัตราเงินเฝ้อระดับนั้นบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก รัฐบาลและธนาคารกลางในทุกประเทศจึงมีเงินเฝ้อเป็นเป้าหมายหลักในการตัดสินใจ ทางการเงิน

นอกเหนือจากนั้น “ความเชื่อมั่น”มีผลต่อรัฐบาลของแต่ละประเทศเป็นอย่างมาก บางประเทศประชาชนขาด”ความเชื่อมั่น”ในตัวผู้นำจนต้องออกมาเดินขบวนประท้วง จนรัฐบาลต้องลาออกไป หรือบางประเทศอาจต้องใช้วิธีปฏิวัติรัฐประหาร เพื่อฟื้น”ความเชื่อมั่น”ของประชาชนแทน

ส่วน”ตลาดหุ้น”มักเกี่ยวข้อง กับ”ความเชื่อมั่น”อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อใดที่นักลงทุนขาด”ความเชื่อมั่น”ในทิศทางของตลาดหุ้นแล้ว ราคาหุ้นมักลดลงเนื่องจากมีแรงขายมากกว่าแรงซื้อ ยิ่งถ้าหุ้นบริษัทนั้นมีีผลต่อมาร์เกตแคปของตลาดจะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นลดลง ตามไปด้วย นักเก็งกำไรมักไม่ค่อยชอบสภาวะตลาดหุ้นซบเซา เพราะมีการซื้อขายน้อย ดัชนีหุ้นไม่กระเตื้องไปไหน โอกาสขาดทุนมีมาก แต่สำหรับนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าแล้ว ภาวะตลาดขาด”ความเชื่อมั่น” อาจเป็นโอกาสในการซื้อหุ้นคุณภาพดีราคาถูก แต่สิ่งสำคัญคือระยะเวลาในการถือครองหุ้นต้องยาวเพียงพอที่จะผ่านพ้นสภาวะ เช่นนี้ได้ ซึ่งไม่มีใครตอบได้ได้ต้องว่าใช้เวลานานแค่ไหน

จะเห็นว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหนของสังคม “ความเชื่อมั่น”ของผู้คนรอบๆข้างมีผลกับชีวิตความเป็นอยู่ของเราไม่มากก็ น้อย

This entry was posted in Value Way. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>