ปรับพอร์ต

โดย วิบูลย์ พึงประเสริฐ  3 สิงหาคม 2550

ผู้เขียนได้มีโอกาสร่วม รายการ ”Money Talk” ของสถานี Money Channel ในหัวข้อ ”ปรับพอร์ตการลงทุนแบบเน้นคุณค่ารับภาวะกระทิง”  เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2550 ที่ห้องประชุมอาจารย์สังเวียน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากบรรยากาศของงานจะเห็นว่าตลาดหุ้นในช่วงนี้เป็นภาวะกระทิงอย่างแน่นอน เพราะปกติแล้วในช่วงตลาดหุ้นตกต่ำ งานสัมนาเกี่ยวกับหุ้นคุณค่านั้นจะมีคนเข้าฟังไม่มากนัก แต่ในวันบันทึกเทปรายการดังกล่าว คนเข้าฟังเต็มจนล้นห้องประชุม แสดงว่ามีนักลงทุนเข้ามาในตลาดมากขึ้น

หัวข้อที่สัมนาในวันนั้นพูดถึงเรื่องของนักลง ทุนแบบเน้นคุณค่าว่า มีความจำเป็นปรับพอร์ตการลงทุนในภาวะที่ตลาดหุ้นกำลังปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น หรือไม่ ถ้านักลงทุนใช้วิธีการลงทุนแบบเน้นคุณค่ามาสักระยะจะพบว่า บางครั้งในช่วงที่ดัชนีตลาดหุ้นเพิ่มสูงขึ้น หุ้นที่ราคาสูงขึ้นตามดัชนีส่วนใหญ่มักเป็นหุ้นที่มีมาร์เกตแคปขนาดใหญ่ ส่วนหุ้นที่นักลงทุนลงทุนอยู่ราคากลับนิ่งไม่ไปไหน โดยเฉพาะหุ้นบริษัทเล็ก ๆ ที่ไม่เป็นเป้าหมายของนักลงทุนต่างประเทศ  สภาวะเช่นนี้อาจทำให้นักลงทุนที่ถือหุ้นเล็ก ๆ เหล่านั้นรู้สึกอึดอัดและเริ่มไม่มั่นใจว่าหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่านั้น ยังใช้ได้หรือไม่

เมื่อภาวะกระทิงยังคงผลักดันให้ดัชนีตลาดหุ้น เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ  จนทำให้นักลงทุนทนไม่ไหวต้องขายหุ้นที่ถืออยู่ออกไปเพื่อเปลี่ยนเป็นหุ้นที่ ราคากำลังวิ่งตามตลาด แต่เมื่อปรับพอร์ตแล้วมักพบว่า ราคาหุ้นที่ซื้อเข้ามาใหม่นั้นมักปรับตัวลดลง เพราะหุ้นเหล่านั้นมักมีราคาสูงเกินพื้นฐาน นักลงทุนต่างประเทศที่เข้าซื้อหุ้นก่อนหน้านี้จะขายหุ้นออกมาเมื่อมีกำไร นักลงทุนรายย่อยที่ซื้อหุ้นเหล่านั้นทีหลังมักเกิดอาการขวัญเสียและกลัวว่า ราคาหุ้นจะตกต่ำไปเรื่อย ๆ แต่เมื่อคิดว่าถ้าถือหุ้นไว้สักพัก ราคาหุ้นคงกลับมาที่เดิม แต่สุดท้ายราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงไปเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าว่าราคาหุ้นจะปรับฟื้นขึ้นมาได้ จากนั้นตลาดหุ้นจะเข้าสู่ภาวะหมี

ในภาวะดังกล่าวจะเห็นว่าไม่ว่านักลงทุนจะถือ หุ้นเดิมไว้หรือขายเพื่อปรับพอร์ตไปเป็นหุ้นที่กำลังวิ่งตามดัชนี มักหนีไม่พ้นจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นได้ หุ้นที่ถืออยู่อาจไม่ปรับตัวตามดัชนี และหุ้นที่ซื้อมาใหม่อาจมีราคาสูงเกินไป

ทางออกของปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวนักลง ทุนเอง ถ้านักลงทุนเลิกสนใจกับดัชนีหุ้น และมองเห็นความแตกต่างระหว่าง ”ราคาหุ้น” และ ”มูลค่าหุ้น” ในตลาดได้ รวมทั้งคิดว่าไม่ว่าดัชนีจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร มูลค่ากิจการของบริษัทไม่ได้เปลี่ยนแปลงเร็วเท่ากับราคาหุ้นบนกระดาน

ขณะที่ดัชนีหุ้นเพิ่มสูงขึ้น การที่ราคาหุ้นที่นักลงทุนถืออยู่ไม่เปลี่ยนแปลง  ไม่ได้หมาย ความว่าหุ้นที่ถืออยู่เป็นหุ้นที่ไม่ดีแต่อย่างใด เพียงแต่นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจเนื่องจากมีขนาดเล็กเกินไป แต่ในระยะยาวแล้วราคาหุ้นจะปรับตัวไปตามพื้นฐานของกิจการ ถ้าบริษัทเป็นกิจการที่ดี มีการเติบโตและมีอนาคต ราคาหุ้นไม่ไปไหน นักลงทุนก็ไม่ต้องแปลกใจแต่อย่างใด

การ ปรับพอร์ตของนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าในภาวะกระทิงนั้นคงให้ความสำคัญกับมูลค่า หุ้นรายบริษัทมากกว่าดัชนีตลาด ดังนั้นถ้าบริษัทยังมีราคาหุ้นไม่เกินมูลค่าจึงไม่มีความจำเป็นต้องปรับ พอร์ตแต่อย่างใด

This entry was posted in Value Way. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>