มนตรี นิพิฐวิทยา 5 ตุลาคม 2550
บริษัท ทุกบริษัทนั้นจะต้องมีการใช้สินทรัพย์ในการสร้างรายได้กันทุกบริษัท และสินทรัพย์นั้นจะมาได้จากเงินทุนสองแหล่ง คือ หนี้สินและทุนจากผู้ถือหุ้น ทั้งหนี้สินและทุนจากผู้ถือหุ้นนั้นล้วนมีต้นทุนด้วยกันทั้งสิ้น ต้นทุนของหนี้สินคือดอกเบี้ยจ่าย ส่วนต้นทุนของทุนจากผู้ถือหุ้นคือผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นคาดว่าจะได้รับ ฉะนั้นการนำเงินทุนนี้มาลงทุนในสินทรัพย์ใดๆก็ตามจะต้องสามารถสร้างผลกำไร ได้อย่างคุ้มค่า
ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องวัดค่า ผลตอบแทนจากการใช้สินทรัพย์หรือที่เรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า Return on Assets, ROA การวัดค่าค่านี้เราไม่สนใจว่าสินทรัพย์นั้นได้มาจากเงินทุนส่วนไหน เราต้องการวัดค่าผลตอบแทนที่ได้จากสินทรัพย์เท่านั้น ฉะนั้นการคำนวณจึงใช้”กำไร ก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษี” หรือ Earning before interest and Taxes, EBIT หารด้วยสินทรัพย์รวมเฉลี่ยสองงวด ที่ต้องใช้ค่าเฉลี่ยก็เพราะในระหว่างงวดนั้นมักมีการเปลี่ยนแปลงของ สินทรัพย์ระหว่างต้นงวดและปลายงวดดังนั้นการใช้ค่าเฉลี่ยจะทำให้เราได้ค่าROAที่ ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด
ดังนั้นสูตรการ คำนวณ ROA = กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษี / สินทรัพย์รวมเฉลี่ย หรือ
ROA = EBIT / Average Total Assets
ขอย้ำว่าการคำนวณROA ไม่ใช้ กำไรสุทธิ เพราะถ้าใช้กำไรสุทธิแสดงว่าเรารวมค่าใช้จ่ายของหนี้สินคือดอกเบี้ยจ่ายไป ด้วย เราจะไม่ได้ค่าROAที่ถูกต้อง ดังนั้นหากใครใช้ค่าROAจาก ข้อมูลสำเร็จรูปจากแหล่งต่างๆต้องแน่ใจว่าคำนวณมาอย่างถูกต้อง
การคำนวณหาROA ก็ยัง มีจุดที่ต้องระวังอีกนิดหน่อยคือ บางบริษัทที่ให้บริการที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนในเครื่องจักอุปกรณ์ เช่นบริษัทให้คำปรึกษา ให้บริการต่างๆ เมื่อคำนวณROA ออกมาอาจ จะสูงมากจำพวกนี้สินทรัพย์ส่วนใหญ่จะเป็นสินทรัพย์ทางบุคลากรซึ่งไม่สามารถ บันทึกบัญชีได้ วัดค่ายาก ดังนั้นเราจะต้องพิจารณาว่าทำไม ROAจึง สูงมากขนาดนั้น โดยการแตก ROA ออกเป็นสองส่วนคือ
กำไรจากการดำเนิน งาน หรือ Profit Margin และ ประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ หรือ Assets Turnovers
กำไรจากการดำเนิน งาน, Profit Margin = กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษี / ราย ได้รวม ค่านี้วัดค่าความสามารถในการทำกำไร กล่าวคือรายได้รวมทั้งหมดนี้สุดท้ายแล้วเป็นกำไรเท่าไร
ประสิทธิภาพการ ใช้สินทรัพย์, Assets Turnovers = รายได้รวม / สินทรัพย์รวมเฉลี่ย ค่านี้ใช้วัดประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ว่าสินทรัพย์ที่มีทั้งหมดสามารถนำ มาสร้างรายได้ได้เท่าไร
เมื่อจับค่าทั้ง สองมาคูณกันเราจะได้ ROA = Profit Margin x Assets Turnovers เมื่อได้สูตรนี้ เราจะเห็นได้ว่า ตัวแปรที่กำหนดค่าROA คือความสามารถในการทำกำไรและประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์
บริษัท ที่มีความสามารถในการทำกำไรที่สูงและมีประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์ที่สูง ROAจะสูง
มาดูตัวอย่างกัน สักหน่อยครับ ในธุรกิจค้าปลีก กำไรจากการดำเนินงานมักจะไม่สูงมากนัก อยู่ระหว่าง 3-5% แต่ ประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์จะสูงประมาณ 3-4เท่า กล่าวคือ มีความสามารถในการบริหารสินทรัพย์ได้สูงถึง 300-400% เราลองจับทั้งสองค่านี้มาคูณกันดูจะได้ ROA ประมาณ 12 – 15% เพราะโดยปกติแล้ว ธุรกิจไหนต้องการขายของให้เร็วจะเอากำไรน้อยลงเพื่อให้ขายได้เร็วขึ้น ธุรกิจไหนจะเอากำไรมากจะยอมขายได้ช้าลง สำหรับธุรกิจค้าปลีกการบริหารสินค้าคงเหลือสำคัญที่สุด ถ้าบริหารให้ขายได้เร็วจะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์โดยรวม อีกทั้งธรรมชาติของธุรกิจค้าปลีกคือ ซื้อสินค้าเงินเชื่อ ขายสินค้าเงินสด ยิ่งขายมากยิ่งได้เงินสดมาเก็บไว้(ในรูปเจ้าหนี้การค้า)มากซึ่งไม่เสียดอก เบี้ย ประหยัดต้นทุนเงินทุนได้มากโข
สำหรับธุรกิจบาง ประเภทเช่นธุรกิจผลิตไฟฟ้า บริษัทพวกนี้กำไรจากการดำเนินงานมักจะสูง แต่ประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์จะไม่สูงนักเพราะต้องอาศัยเงินลงทุนที่ค่อน ข้างสูง บริษัทเหล่านี้ก็อาจจะมีROA ในระดับ 8 – 12% ได้เพราะมีกำไรจากการดำเนินงานที่ดี
บางธุรกิจมี กลยุทธ์ธุรกิจที่ดีคือมีกำไรจากการดำเนินงานสูง และมีประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์สูง ROAของบริษัทเหล่านี้จะสูงมาก มีให้เห็นอยู่หลายบริษัทครับ
หากท่านกำลังจะหา หุ้นของบริษัทที่จะลงทุนท่านสามารถเริ่มหาได้จากการคำนวณ ROA จากนั้นแล้วแตกค่าออกมาดู เพื่อพิจารณารูปแบบธุรกิจว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้บริษัทนั้นสร้างผลตอบแทน จากสินทรัพย์ได้ในระดับที่สูง เช่นมีกำไรจากการดำเนินงานที่สูง และ/หรือ มีประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์สูง บริษัทนั้นใช้กลยุทธ์ธุรกิจใด และทำอย่างไร สุดท้ายจะสามารถรักษาหรือเพิ่ม ROA ได้ในระยะยาว ต่อไปนานแค่ไหน
จริงๆแล้วค่า ROA นี้ เราจะต้องนำมาเปรียบเทียบกับต้นทุนเงินทุนที่มาจากทั้งหนี้สินและเงินทุนจาก ผู้ถือหุ้น ถ้า ROA สูงกว่าต้นทุนเงินทุนแสดงว่าบริษัทนั้น กำลังสร้างมูลค่าเพิ่ม ในบางครั้งเราพบว่า ROA สูงมาก แต่เราไม่ได้ดูว่าต้นทุนเงินทุนก็สูงด้วย อาจทำให้เราพลาดท่าได้เช่นกัน คราวหน้าจะมาขยายความเรื่องนี้กันต่อครับ