โดย วิบูลย์ พึงประเสริฐ 12 ตุลาคม 2550
ในช่วงนี้มีรุ่นพี่รุ่นน้องหลายท่านมาสอบถามว่า”จะ ซื้อหุ้นอะไรดี” ผู้เขียนมักให้คำตอบทำนองที่ว่า “รู้มั๊ยว่า หุ้นบริษัทหนึ่งบางคนซื้อแล้วได้กำไร แต่บางคนซื้อหุ้นตัวเดียวกันกลับขาดทุน ดังนั้นซื้อหุ้นอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเรามีความรู้ความเข้าใจในหุ้นบริษัทนั้นมากน้อยแค่ไหนมากกว่า” บางท่านอาจคิดว่าตนเอง”โชคไม่ดี”ที่เข้าซื้อหุ้นผิด จังหวะทำให้ขาดทุน แต่ในความเป็นจริง ผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนในระยะยาวนั้นอาศัย”ฝีมือ”มากกว่า”โชค”
เพื่อเป็นแนวทางในการลงทุน ก่อนที่จะซื้อหุ้นบริษัทใดบริษัทหนึ่งนั้น นักลงทุนควรจะต้องทำอย่างไรบ้าง
หนึ่ง ศึกษาบริษัทที่สนใจอย่างละเอียดมีนักลงทุนจำนวนมากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นศึกษาบริษัทจาก ตรงไหนสมุด รายงานประจำปี แบบฟอร์มการรายงานผลการดำเนินงาน และงบการเงินรายไตรมาศเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการศึกษาบริษัทจดทะเบียนใน ตลาดหุ้น ในเวปไซค์ของตลาดหลักทรัพย์และกลต.จะมีเอกสารต่างๆเหล่านี้ให้ดาวโหลดฟรีไม่ เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด นอกเหนือจากนั้นการลองใช้สินค้าหรือบริการของบริษัทนั้นๆจะช่วยให้นักลงทุน เข้าใจในบริษัทมากขึ้นในฐานะลูกค้าของบริษัท ถ้าการบริการไม่ดีหรือสินค้าที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน โอกาสที่บริษัทนั้นๆจะเติบโตขึ้นในอนาคตคงเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายนัก ถึงแม้ผู้บริหารจะวาดแผนการดำเนินงานไว้สวยหรูเพียงใด
การเสาะหาข้อมูลการลงทุนเป็นความสามารถเฉพาะบุคคล การแปลความหมายของข้อมูลที่ได้รับก็แตกต่างไป นักลงทุนบางท่านอาจคิดว่าบริษัทหนึ่งๆเป็นบริษัทที่ดีน่าสนใจ แต่บางท่านอาจคิดว่าบริษัทนั้นไม่น่าลงทุนก็เป็นไปได้ หลัก การสำคัญอยู่ที่ควรจะลงทุนในบริษัทที่เรารู้และเข้าใจเป็นอย่างดี
สอง หามูลค่าของบริษัทนั้นการหามูลค่าหุ้นนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ หนังสือที่อธิบายถึงวิธีการหามูลค่าหุ้นส่วนใหญ่มักเป็นภาษาอังกฤษ แต่ในช่วงหลังได้รับการแปลออกมาเป็นภาษาไทยหลายเล่ม ก่อนที่นักลงทุนจะซื้อหุ้นใดๆควรเข้าใจเสียก่อนว่า มูลค่าของบริษัทนั้นมีค่าอยู่ประมาณเท่าไหร่
สาม รอจังหวะในการลงทุนข้อผิดพลาดอย่างหนึ่งของนักลงทุนส่วนใหญ่คือการขาด ความอดทน โดยเฉพาะการ”รอคอย” นักลงทุนในตลาดหุ้นจำนวนมากไม่สามารถถือเงินสดอยู่ เฉยๆได้ เมื่อมีเงินสดในมือมักคิดว่าต้องนำไปซื้อหุ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เงินสดถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีค่าอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นเกิดอาการตื่นตระหนก นักลงทุนที่มีเงินสดในมือจะมีโอกาสในการเลือกซื้อหุ้นที่ดีในราคาถูก
แต่สำหรับนักลงทุนที่ซื้อหุ้นไปหมดแล้วไม่มีเงินสดใน มือ มีทางเลือกอยู่สองทางคือ อยู่เฉยๆรอตลาดหุ้นปรับตัวกลับมา หรือถ้าเป็นนักเก็งกำไรก็ต้องตัดขาดทุนไป ซึ่งการที่อยู่เฉยๆอย่างนั้นได้ นักลงทุนต้องมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งกว่าปกติพอสมควร โดยเฉพาะการที่ต้องมองดูราคาหุ้นที่ถืออยู่มีราคาลดลงไปเรื่อยๆ
สำหรับนักลงทุนที่สามารถอดทนรอคอยได้จะพบว่า จังหวะในการลงทุนที่ราคาหุ้นในตลาดต่ำกว่ามูลค่านั้นมีโอกาสเกิดขึ้นอยู่ เรื่อยๆ ถึงแม้จะไม่บ่อยนัก เมื่อโอกาสในการลงทุนมาถึง เป็นจังหวะดีที่จะเลือกซื้อหุ้นบริษัทที่เราสนใจ ถ้า นักลงทุนสามารถทำทุกอย่างตามที่กล่าวมาข้างต้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาหาข้อมูลของบริษัท การหามูลค่าหุ้นและการรอจังหวะในการลงทุน ถ้าใครทำได้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องถามคนอื่นว่า”ตอนนี้ ซื้อหุ้นอะไรดี”