Wednesday, September 8th, 2010

ช่วงทดสอบจิตใจ

0

วิบูลย์ พึงประเสริฐ 23 พฤศจิกายน 2550

ดัชนีตลาดหุ้นไทยทำสถิติสูงสุดในรอบสิบปีที่ 915 จุดเมื่อ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา นักลงทุนไทยต่างมองโลกในแง่สดใส โบรกเกอร์หลายสถาบันออกมาฟันธงว่าหุ้นไทยจะไปถึง 1,000 จุดในสิ้นปีนี้ ทุกคนในตลาดหุ้นได้กำไรกันถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือเก่าหรือมือใหม่ แต่เพียงสองสามอาทิตย์ผ่านไป เหตุการณ์กลับพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยลดลงไปแล้วเกือบ 10 เปอร์เซนต์จากจุดสูงสุด ลดลงเหลือเพียง 830 จุดในวันที่ 20 พฤศจิกายน

ในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน มูลค่าหุ้นของนักลงทุนลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะนักลงทุนที่ถือหุ้นระยะยาว มีนักลงทุนมือใหม่หลายท่านเริ่มไม่มั่นใจในวิถีทางการลงทุนแบบเน้นคุณค่าที่ ตนเองเพิ่งเริ่มต้น จนมีคำถามมากในช่วงนี้ว่า”จะทำอย่างไรดีในช่วงเวลาหุ้นตก”

สำหรับนักลงทุนมือใหม่แล้ว ถือว่าช่วงเวลาหุ้นตกเช่นนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างมากในการ”ทดสอบจิตใจ”ของ ตนเองว่าสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดหุ้นได้ดีแค่ไหน

ถ้าเป็นการลงทุนในตลาดหุ้นแบบ ระยะสั้น นักลงทุนคงไม่ต้องคิดอะไรมากนัก เพราะถ้าราคาหุ้นลดลง นักเก็งกำไรต้อง”ตัดขาดทุน”ออกไปตั้งแต่ตลาดเริ่มมีสัญญานปรับตัวลดลง ตั้งแต่แรก และไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเวลาตลาดหุ้นตก

แต่สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ ยังไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นนักลงทุนชนิดไหน ในช่วงเวลานี้ หุ้นที่ถืออยู่มีราคาลดลงทุกวัน อาจจะบอกตนเองว่า”รู้งี้ น่าจะขายไปตั้งนานแล้ว” เพราะทนเห็นหุ้นที่ตนถืออยู่มีมูลค่าลดลงไปเรื่อยๆไม่ได้ รวมทั้งอาจลังเลใจว่าหุ้นที่ซื้อมาอาจเป็นหุ้นที่”ไม่ดี”แน่ๆ เพราะถ้าเป็นหุ้นดี ราคาคงไม่ลงมากขนาดนี้

ถ้ามือใหม่”ตั้งใจ”ที่จะลงทุน แบบเน้นคุณค่าแล้ว ขอยกคำพูดของวอร์เรน บัฟเฟต นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าระดับโลกเคยกล่าวเอาไว้ว่า “ถ้าทนเห็นหุ้นที่ ตนถืออยู่มีราคาลดลงไป 50 เปอร์เซนต์ ไม่ได้ ก็อย่าลงทุนในตลาดหุ้น”

นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าควร เข้าใจในเรื่องของจิตวิทยาการลงทุนว่า ราคาหุ้นที่ซื้อขายกันอยู่บนกระดานนั้นแตกต่างจากมูลค่าหุ้นของบริษัท ราคาหุ้นอาจเปลี่ยนแปลงไปมาขึ้นๆลงๆตาม”อารมณ์”ของนักลงทุนที่อยู่ในตลาด หุ้น แต่มูลค่าของบริษัทนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงเร็วเหมือนกับราคาหุ้น

ดังนั้นเมื่อราคาหุ้นที่ถือ อยู่ลดลง นักลงทุนควรหาโอกาสจากความผันผวนของตลาด มากกว่าที่จะให้อารมณ์ของตลาดหุ้นชี้นำเรา นักลงทุนควรตรวจสอบว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับพื้นฐานบริษัทนั้นๆหรือไม่ ถ้าราคาหุ้นลดลงเนื่องจากพื้นฐานของบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่แย่ลง นั่นอาจเป็นสัญญานที่ไม่ดีนักสำหรับหุ้นที่ถืออยู่

แต่ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าพื้น ฐานของกิจกการไม่ได้แย่ลง แต่ยังดีขึ้นด้วย แสดงว่าราคาหุ้นที่ลดลงเกิดจาก”ความกลัว”ของนักลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งอาจเป็น”โอกาส”ที่ดีสำหรับการซื้อหุ้นบริษัทที่นักลงทุนสนใจในราคาที่ ถูกลงและ นั่นคือการสร้างผลตอบแทนในการลงทุนที่ดีในระยะยาว

Speak Your Mind

Tell us what you're thinking...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!