Wednesday, September 8th, 2010

บทสรุปปี 50

0

มนตรี นิพิฐวิทยา 7 ธันวาคม 2550

เดือน นี้เป็นเดือนสุดท้ายของปี 2550 ซึ่งเป็นปีที่ค่อนข้างระทึกขวัญสั่นประสาทนักลงทุนเกือบทุกผู้ทุกคน ผมว่าน่าจะเป็นการดีถ้าเราลองมาสรุปกันดูสักหน่อยว่าตลอดทั้งปีที่ผ่านมานี้ มีเหตุการณ์อะไรบ้างที่เข้ามากระทบกับปัจจัยการลงทุนของเราบ้าง

จำ ได้ว่าหลังจากตลาดหุ้นไทยเจอผลกระทบจากมาตรการสำรองเงินทุน 30% ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อป้องกันการแข็งค่าของเงินบาทที่ทำให้ตลาดหุ้น ล่วงอย่างถล่มถลายได้ไม่นาน เราก็พบกับการออกร่างกฎหมาย Nominee จากรัฐบาล ซึ่งพาให้ตลาดหุ้นสั่นสะเทือนอยู่พอสมควรจนกระทั่งมีการชี้แจงแถลงข้อมูลกัน จนชัดเจนในระดับหนึ่งตลาดหุ้นจึงเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ก็ปรากฏว่าดัชนีและปริมาณการซื้อขายก็หดหายไปอย่างน่าตกใจ จากนั้นก็ตามมาด้วยการซื้อหุ้นbig capอย่างไม่ลืมหูลืมตาของ นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงาน ต่างก็มีราคาสูงเป็นประวัติการ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป หรือถ่านหิน

ปรากฏการณ์ นี้มีที่น่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือ สภาพเศรษฐกิจในบ้านเราก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร ผู้คนในประเทศกลับรู้สึกว่าเศรษฐกิจในประเทศทรุดตัวลงด้วยซ้ำ และในตลาดหุ้นเราจะเห็นหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์กลับปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักในการคำนวณดัชนี นำพาให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงจนเลย800จุด ในอดีตการที่ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นนั้นมักจะเกิดจากการที่หุ้นในตลาดส่วนใหญ่ ปรับตัวขึ้นกันยกแผง แต่คราวนี้กลับเป็นเพียงหุ้นใหญ่ในกลุ่มพลังงาน ธนาคารและปิโตรเคมีเพียงไม่กี่บริษัท ในช่วงเวลานั้นค่าเงินบาทก็ยังคงแข็งค่าขึ้น นักวิเคราะห์หลายท่านวิเคราะห์ว่าเกิดจากการไหลเวียนของเงินทุนจากต่าง ประเทศ โดยการกู้ยืมเงินสกุลเยนที่มีดอกเบี้ยต่ำมาซื้อสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน มากกว่า

ตลาดหุ้นไทยก็คึกคักได้ไม่นานก็ เกิดปัญหาวิกฤตสภาพคล่องจากการปล่อยหนี้ด้อยคุณภาพของสหรัฐอเมริกา หรือ ที่เรียกว่า Sub prime ปัญหานี้เกิดขึ้นที่อเมริกา แต่ทำท่าจะรุกลามไปทั่วโลกเพราะการที่ธนาคารในอเมริกาได้เอาสินทรัพย์ด้อย คุณภาพพวกนี้ออกมาทำ securitization ขายออกไปยังหลายประเทศ ทั่วโลก บ้านเราก็มีสองสามธนาคารที่เข้าไปลงทุนอยู่ด้วย การ นี้นักลงทุนต่างชาติพากันขายหุ้นในตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียออกกันอย่างรุนแรง รวมทั้งหุ้นไทยด้วย ดัชนีหุ้นไทยตกลงอย่างรุนแรงเพราะนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นหนักมาก จนนักลงทุนหลายท่านบอกว่าคราวนี้หนักแน่ๆ จากนั้นไม่นานธนาคารกลางสหรัฐก็ออกมาลดดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง ซึ่งก็ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐและทั่วโลกฟื้นตัว สำหรับตลาดหุ้นไทยนั้นการกลับมาของนักลงทุนต่างชาติ และการที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นทำลายสถิติครั้งใหม่ นำพาให้หุ้นพลังงานเป็นตัวนำตลาดหุ้นไทยทะลุ900จุดได้เป็นผล สำเร็จ

ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกก็กำลังถูกพิษsub prime เล่นงานอีกครั้ง ซึ่งการนี้ถูกลุมด้วยความกังวลที่BOJจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดการซื้อเงินสกุลเยนเพื่อปิดสถานะ Yen carry trade

จากที่กล่าวมาทั้ง หมดก็เพื่อจะมาสรุปให้เห็นภาพกันอีกว่าตลอดปีที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็นปีที่ ผันผวนสำหรับการลงทุนทีเดียว แต่สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นพลังงานก็ถือเป็นปีทองก็ว่าได้

สำหรับ ผมไม่ได้สนใจกับหุ้นกลุ่มพลังงาน แต่กลับให้ความสนใจกับหุ้นในกลุ่มอื่นๆที่จัดได้ว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อย เคลื่อนไหวรุนแรง ถึงผลตอบแทนในปีนี้จะไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับหุ้นใหญ่ๆ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นที่น่าพอใจ การที่ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นลงผันผวนนั้นแสดงถึงความเสี่ยงที่สูงเอาเรื่อง การเตรียมพร้อมที่จะรับกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่เช่นนั้นผลตอบแทนที่เห็นๆอยู่อาจกลายเป็นตัวเลขที่เคยปรากฏในรายงานการลง ทุน

สำหรับคราวหน้าผมจะมากล่าวถึงแนวโน้มของปี หน้า เพื่อเป็นการสำรวจดูว่าในปีหน้าเราจะต้องพบกับเหตุการณ์อะไรบ้าง และจะเตรียมรับมือกันอย่างไร

Speak Your Mind

Tell us what you're thinking...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!