มุมมองปี 51
มนตรี นิพิฐวิทยา 4 มกราคม 2551
คงไม่เร็วไปถ้าเราจะมามองถึงแนวโน้มของการลงทุนในปีหน้ากันใน ช่วงเวลาก่อนสิ้นปีสักหนึ่งสัปดาห์ล่วงหน้า
สำหรับปี50ที่กำลังจะผ่านไปนั้นเรียกได้ว่า เป็นปีที่ค่อนข้างยุ่ง วุ่นวายกันพอสมควร แต่ดัชนีราคาหลักทรัพย์ก็ยังคงปรับตัวขึ้นจากหุ้นของบริษัทในกลุ่มพลังงาน สำหรับในปีหน้านั้น จากการสอบถามจากพรรคพวกที่ทำงานในธุรกิจพลังงาน พวกเขาเหล่านั้นก็ยังมีมุมมองที่ดีต่อธุรกิจนี้อยู่ ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันอาจจะปรับตัวลงแต่เราคงไม่ได้เห็นการลดลงอย่างที่เคย เป็นมา
ดังนั้นผมจึง อยากจะสรุปปัจจัยที่น่าจับตามอง ไว้เพื่อเป็นข้อสังเกตุคร่าวๆเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนของคุณดังนี้ครับ
ปัจจัย ที่น่าจับตามอง
1) คงไม่สนใจไม่ได้กับสถานการณ์ทางการเมืองใน บ้านเรา ถึงแม้ว่าเราจะมีการเลือกตั้งไปแล้ว แต่ผมก็ยังเชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลก็จะยังคงยืดเยื้อออกไปอีกนานพอควร และระหว่างนั้นคงจะสับสนวุ่นวายกันพอสมควร ทั้งในเรื่องข้อกฎหมายเลือกตั้งที่เป็นของใหม่ พรรคที่จะได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ปัจจัยนี้น่าจะส่งผลต่อความมั่นใจของผู้บริโภคต่อไปอีกสักระยะ
2) อัตราดอกเบี้ยในบ้านเรา เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่เป็นเป้าหมายในการกำหนดดอกเบี้ยนโยบายยังคงมี โอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้จากการที่ราคาน้ำมัน อุปโภคบริโภคอื่นๆปรับตัวขึ้น จริงๆสินค้าหลายชนิดก็ปรับราคาขึ้นแล้ว ถ้าใครยังไม่ได้สังเกตก็สังเกตเสียนะครับ จากผลนี้การลดดอกเบี้ยลงอีกคงทำได้ยาก และอาจจะทรงตัวหรือปรับขึ้น
3) การลงทุนทางตรงจากต่างชาติ เท่าที่เห็นๆกันอยู่ก็จะมีเพียงธุรกิจยานยนต์ที่ขยายการผลิต เพื่อส่งออก และทำECO CAR รองรับตลาดในประเทศ ส่วนการลงทุนอื่นๆยังไม่เห็นการขยายตัวนัก ทั้งนี้จะต้องรอดูความแน่นอนของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หากทำได้อย่างมั่นคงความเชื่อมั่นคงจะเริ่มกลับมา หากรัฐบาลที่จัดตั้งใหม่นี้ไม่มั่นคงแข็งแรง การลงทุนของต่างชาติอาจจะยังคงนิ่งเพื่อรอดูความชัดเจนอีกครั้ง
4) ปัญหาเศรษฐกิจในฝั่งอเมริกาและยุโรปที่ กำลังก่อตัวขึ้น ส่วนนี้อาจส่งผลต่อการส่งออกของบ้านเรา ซึ่งในปีนี้การส่งออกเป็นตัวช่วยให้ GDP ขยายตัวได้ดีพอ สมควร
ถึง แม้ว่ามุมมองต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของบ้านเราในปีหน้าอาจจะมองได้ไม่ชัดเจน นัก แต่สำหรับการลงทุนระยะยาวนั้นเราไม่ได้มองเพียงแค่เศรษฐกิจในภาพใหญ่เพียง อย่างเดียว แต่เราต้องมองเข้าไปถึงสภาพเศรษฐกิจในระดับองค์การ หรือความแข่งแกร่งของบริษัท เช่น ความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน ความสามารถในการแข่งขัน ฯลฯ เช่นกัน ครับ ผมก็จะสรุปถึงสิ่งที่ต้องสังเกตเมื่อเราจะต้องลงทุนในกิจการต่างๆดังนี้ครับ
1. แม้ ว่าเราจะเห็นสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความไม่มั่นใจในสภาพแวดล้อมที่เกิดผลกระทบจาก สภาพการเมือง ที่ส่งผลต่อความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย แต่ผมยังเชื่อว่าคนไทยยังคงมีกำลังซื้อเพียงแต่ยังไม่กล้าใช้เท่านั้นเอง หากสถานการณ์ในปีหน้ายังคงเป็นเช่นปีนี้อยู่ กิจการที่น่าจะลงทุนและให้ผลตอบแทนที่มั่นคงได้น่าจะเป็นกิจการที่ค้าขาย สินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค
2. เนื่อง จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและเชื่อว่าราคาน้ำมันจะไม่กลับมาถูกเหมือน เดิมแล้วนั้น สิ่งที่เป็นปัจจัยที่ห้าที่ขาดไม่ได้สำหรับคนเมืองคือรถยนต์ แต่จะเปลี่ยนจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันมากๆจะหันมาใช้น้ำมันในระดับที่ประหยัด มากขึ้น จากข้อมูลที่ได้รับจากงานแสดงรถยนต์เมื่อปลายปี ยอดจองรถยนต์ประหยัดพลังงานเริ่มมาแรงมียอดจองที่สูงอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับบริษัทรถยนต์ในประเทศไทยสองสามรายได้วางสายการผลิตรถยนต์ดังกล่าว แล้วจะเริ่มผลิตออกจำหน่ายในปีหน้า แต่บริษัทในตลาดหุ้นไม่มีผู้ผลิตรถยนต์ แต่มีผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หลายราย ดังนั้นปีหน้าน่าจะเป็นปีที่กิจการในกลุ่มนี้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง
3. ทั้ง สองปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เรายังจะต้องนำมาประกอบกับข้อมูลที่สำคัญๆดังนี้
a. ฐานะ ทางการแข่งขัน บริษัทควรเป็นบริษัทที่อยู่ในอันดับต้นๆของอุตสาหกรรม
b. กิจการ ควรมีกำไรในอัตราที่สูง ซึ่งจะได้รับผลดีจากการขยายตัวในครั้งนี้อย่างเต็มที่ หากกิจการมีอัตรากำไรที่ต่ำประโยชน์ที่ได้รับก็จะน้อยลงไป
c. กิจการ ควรมีประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์ในระดับสูง สังเกตได้จาก ROA ที่อยู่ในระดับสูง และเติบโตขึ้นจากปีก่อนๆมาโดยตลอด
d. ฐานะ ทางการเงินที่แข็งแกร่ง จะก่อให้เกิดความยืดหยุ่นในกรณีที่ต้องรับกับสภาพการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะ เกิดจากความไม่แน่นอนได้ การจัดโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสมกับอัตราดอกเบี้ยในกรณีที่ต้องใช้เงินกู้ ทั้งนี้เพื่ออาศัยประโยชน์จากการที่ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อลดต้นทุนเงินทุนและเพิ่มผลตอบแทนจากเงินลงทุนของผู้ถือหุ้น
จากข้อสังเกตดังกล่าวที่เสนอมา ผมอยากจะฝากเอาไว้ให้เพื่อนๆนักลงทุนทุกท่านนำเอาไปพิจารณาประกอบการลงทุน ของท่านสำหรับปีหน้า เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เกิดจากความไม่แน่นอนของ สภาพการณ์บ้านเราในปีหน้า
สิ่ง ที่อยากจะฝากเอาไว้อีกอย่างหนึ่งคือ ทั้งหมดนี้เป็นแต่เพียงมุมมองของผมอย่างเดียว ท่านเองก็อาจจะมีมุมมองของท่าน เนื่องจากข้อมูลที่ต่างกัน ฉนั้นจงอาศัยข้อมูลที่มีประกอบการพิจารณาให้เหมาะสม อย่าใช้เพียงข้อมูลของคนใดคนหนึ่งตัดสินใจเท่านั้น
สวัสดีปีใหม่ครับ