มนตรี นิพิฐวิทยา
ในการ ตบแต่งบัญชีนั้นสามารถทำกันได้หลายรูปแบบ คือ ตบแต่งรายได้ให้สูงหรือต่ำตามที่ต้องการ ตบแต่งค่าใช้จ่ายให้สูงหรือต่ำตามที่ต้องการ และอีกหลายวิธีการ ทั้งหมดทั้งสิ้นก็เพื่อจุดประสงค์ในการสร้างกำไรเทียม เพื่อจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นในทิศทางที่ต้องการ
สำหรับ วิธีการที่มักจะเห็นกันได้บ่อยมากและเป็นที่นิยมใช้กันมากคือการจัดการกำไร หรือ Earning Management สำหรับวิธีการหลักๆในการทำ Earning Management มัก จะมีการทำกันดังนี้
l Cookie Jar Reserve เลือกที่จะ ประมาณการต้นทุนให้สูงในงวดปัจจุบันในรูปของการตั้งสำรองต่างเพื่อจะได้ให้ งวดต่อๆไปมีค่าใช้จ่ายน้อยลง วิธีการนี้จะมีการตั้งสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งแน่นอนจะทำให้กำไรในงวดที่ตั้งสำรองลดลงทันที จากนั้นอาจมีการดึงการตั้งสำรองกลับในแต่ละงวดเพื่อเพิ่มกำไร
l นิยมทำกันคือ
l ประมาณการคืนสินค้า/รับประกัน สินค้า
l ประมาณการตัดหนี้ สูญ
l ประมาณการสินค้า เสื่อมคุณภาพ
l ประมาณการค่าใช้ จ่ายในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
l ประมาณการ%ที่งานเสร็จตามสัญญาก่อสร้างระยะยาว
l Big Bath บันทึก ประมาณการขาดทุนครั้งใหญ่ในการปรับโครงสร้าง(ไม่เกิดบ่อย)ลงในกำไรงวด ปัจจุบัน วิธีการนี้จะทำให้เกิดการขาดทุนอย่างหนัก อาจทำให้นักลงทุนเข้าใจว่าบริษัทอาจจะแย่ลงไปเลย ที่เคยเห็นเมื่อสองสามปีมานี้ก็คือการตัดด้อยค่า “ค่าความนิยม” จนทำให้ขาดทุนจนเกินทุนจนขาดทุนสะสม แต่พองวดต่อมาก็เอาส่วนเกินมูลค่าหุ้นล้างขาดทุนสะสม งบการเงินก็สะอาดเป็นปกติ แต่หุ้นล่วงอย่างหนัก
l นิยมทำ
l ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน
l ปรับโครงสร้างหนี้
l ด้วยค่าใน สินทรัพย์
l ขายส่วนดำเนิน งานออกไป
l Big Bet on the future เป็นการซื้ออนาคตเพื่อที่จะเพิ่มกำไรในปัจจุบัน และอนาคต โดยการซื้อกิจการอื่นๆ วิธีนี้เห็นกันบ่อยๆ เพราะเมื่อซื้อกิจการแล้วเอามารวมในงบการเงินจะเห็นว่าบริษัทมีสินทรัพย์ เพิ่มขึ้นสูงมาก ตรงนี้อย่าลืมดูว่ามีหนี้เพิ่มขึ้นมามากด้วยหรือไม่ และควรพิจารณาว่าการลงทุนในบริษัทลูกนั้นคุ้มค่าหรือไม่
l นิยมทำคือ
l รวมกำไรจากบริษัทที่ซื้อมาในงบการเงินรวม ของบริษัท
l หมายเหตุ: มักหา กิจการที่มีผลตอบแทนสูงกว่า ต้นทุนเงินลงทุน / บริษัทไหนซื้อ กิจการมากๆบริษัทนั้นมีแนวโน้มจะแต่งตัวเลขมาก
l Flushing the Investment Portfolio มาตรฐานการบัญชี บังคับให้แยกกลุ่มของเงินลงทุนออกเป็น เพื่อค้า เผื่อขาย และถือจนครบอายุ สำหรับเงินลงทุนเพื่อค้านั้นจะเหมือนกับการซื้อหุ้นของเราๆท่านๆ เมื่อเกิดกำไรหรือขาดทุนให้บันทึกลงในงบกำไรขาดทุน ถ้ามีกำไรมากๆนิยมลงบัญชีเป็นเงินลงทุนเพื่อค้า เพราะจะได้แสดงกำไร แต่ถ้าขาดทุนมากๆนิยมย้ายไปเป็นเงินลงเผื่อขายเพราะเงินลงทุนเผื่อขายขาดทุน หรือกำไรไม่ต้องแสดงในงบกำไรขาดทุนแต่ให้ไปบันทึกลงในส่วนผู้ถือหุ้นแทน วิธีนี้เป็นวิธีซ่อนผลขาดทุนที่ใช้ได้ดี
l นิยมทำกันคือ
l โยกเวลาการขายเงินลงทุนที่มีกำไรไปเป็น เพื่อค้า
l โยกเวลาการขาย เงินลงทุนที่ขาดทุนออกไปเป็นเผื่อขาย
l เปลี่ยนระยะเวลาถือครองตราสารหนี้
l ตัดขาดทุนด้อยค่าจากหลักทรัพย์
วิธีการตบแต่งผล กำไรนั้นยังมีอีกหลายวิธี ในตอนต่อไปผมจะนำเสนอต่อครับ