Valuation 4
มนตรี นิพิฐวิทยา 9 พฤษภาคม 2551
เข้าใจความหมายของ PE Ratio
นักลงทุนเกือบทุกคนถูกสอนให้เชื่อว่า หุ้นที่PE ต่ำๆ(ต่ำกว่า 10 เท่า) ถือเป็นหุ้นที่มีราคาถูก ยิ่งPE ต่ำยิ่งถูก น่าซื้อมาก แต่ทำไมหุ้นที่PEต่ำก็ยังคงต่ำอยู่อย่างนั้น? หุ้นที่ PE สูงก็ยังคงสูงอยู่อย่างนั้น?
ความ เข้าใจเรื่องค่าPE นี้ไม่ได้ผิดครับ แต่ยังขาดส่วนประกอบที่สำคัญในการพิจารณาค่าๆนี้ ไม่เช่นนั้นเราจะใช้ค่านี้กันแบบไม่เข้าใจ และยังคงคิดกันอยู่ว่าหุ้นที่PEต่ำ เป็นหุ้นที่มีราคาถูกกว่ามูลค่า
การ คำนวณPE Ratio อย่างที่เราๆทำกันแบบง่ายๆคือ
PE สำหรับปีที่ผ่านมาเราจะใช้ ราคาปัจจุบันหารด้วยกำไรต่อหุ้นในปีที่ผ่านมา
PE สำหรับปีปัจจุบันเราจะต้อง ประเมินกำไรต่อหุ้นในปีปัจจุบัน แล้วเอาราคาหุ้นปัจจุบันหารด้วยกำไรต่อหุ้นที่ประเมินได้
ที่เราควรใช้คือ PE ปีปัจจุบัน ซึ่งจำเป็นต้องประเมินกำไรต่อหุ้นไปจนถึงสิ้นปี ความยากก็อยู่ที่การประเมินกำไรต่อหุ้นนี่แหละครับ
และนี่เองคือค่าPE Ratioที่เราๆท่านๆนิยมใช้กัน อย่างแพร่หลาย แต่เดี๋ยวเราจะมาดูว่าส่วนประกอบที่เป็นตัวกำหนดให้PEนั้น สูงหรือต่ำประกอบไปด้วยปัจจัยอะไรบ้าง
มูลค่าหุ้นนั้นจะถูกกำหนดโดยกระแสเงิน สดที่กิจการสร้างขึ้นในอนาคตของสินทรัพย์เดิมที่บริษัทมีอยู่ บวกด้วยอัตราการเติบโตของกระแสเงินสดที่จะเกิดจากการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ หรือการเติบโตของอุตสาหกรรมและคิดลดกลับมาเป็นมูลค่าเงินสดในปัจจุบัน สามารถเขียนเป็นสมการได้ดังนี้
P0 = E1/k + PVGO
E1 = กำไรต่อหุ้นในปีนั้นๆ
k = ต้นทุนเงินลงทุนของเรา
PVGO = มูลค่าปัจจุปันของโอกาสในการเติบโต
ถ้า เราเอา E หรือกำไรต่อหุ้นเข้ามาหาร เพื่อจะหาค่าPE Ratio เราจะได้สมการดังนี้
P0 / E1 = 1/k + PVGO/E1
มา ถึงสูตรนี้เราจะเห็นในสูตรมีค่าอยู่สองส่วนถ้าบริษัท ABCเป็นบริษัทที่เรามองไม่เห็น การเติบโตเลย ค่า PE จะเท่ากับ 1/k หรือ ราคาหุ้นจะมีมูลค่าเพียง กำไรต่อหุ้นหารด้วยต้นทุนเงินลงทุนของเรา (P = E/k) หุ้นที่ไม่โตจะเห็นPEต่ำๆเพราะไม่มีมูลค่า ปัจจุบันของการเติบโตมารวม
หาก หุ้นบริษัทหนึ่งบริษัทใดมีค่าPEสูง อยู่นั่นอาจหมายถึงหุ้นบริษัทนั้นมีโอกาสที่จะเติบโตสูงรวมอยู่ในการคิดค่าPE แล้ว
อีก ปัจจัยที่กำหนดค่า PE Ratioให้สูง ให้ต่ำนั่นคือค่าความเสี่ยง ซึ่งสะท้อนผ่านค่า k หรือต้นทุน เงินลงทุน เพราะถ้าเห็นว่าเสี่ยงมากนักลงทุนจะคิดค่า k สูงๆ ทำให้ค่าPEลดต่ำลง และถึงแม้ว่าหุ้นบริษัทนั้นจะมีโอกาสในการเติบโตสูงแต่ถ้าค่าเสี่ยงสูงด้วย ค่าPVGOนั้นจะต่ำเพราะถูกคิดลดความค่าkที่สูง ด้วยเช่นกัน
ขอสรุป ว่า ค่าPE Ratio ที่สูงหรือต่ำถูกกำหนด ด้วย กำไรในแต่ละปี อัตราการเติบโตของกระแสเงินสด (ไม่ใช่กำไรทางบัญชี หรือเฉพาะยอดขาย) และสุดท้ายความเสี่ยงในการลงทุน
ฉะนั้นหน้าที่ที่สำคัญของนักลงทุนที่ ต้องการผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาด คือจะต้องค้นหาหุ้นที่มีอัตราการเติบโตของยอดขาย กำไร กระแสเงินสดได้สูงอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงในการลงทุนที่ต่ำ แต่มีPEที่ไม่สูงจนเกินไป โดยเปรียบเทียบกับอัตราการเติบโต ความสามารถในการทำกำไร ซึ่งทั้งหมดนี้เราจะต้องวิเคราะห์กิจการอย่างละเอียดรอบครอบ
สมาคม ส่งเสริมผู้ลงทุนไทยได้จัดสัมมนาพัฒนาความรู้ผู้ลงทุนในเดือนพฤษภาคมสอง รายการ คือ เรื่อง การวิเคราะห์เศรษฐกิจ วิทยากร ดร. สุรจิต ลักษณะสุต หัวหน้าทีมเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย ในวันที่ 17 พฤษภาคม 51 และ บัญชีสำหรับผู้ลงทุน วิทยากร ดร. วรศักดิ์ ทุมมานนท์ จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 28 พฤษภาคม 51 รายละเอียดติดต่อ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย โทร 02-237-1992-3 ต่อ14