Thursday, September 9th, 2010

หนึ่งวันของบัฟเฟตต์

14

โลกในมุมมองของ Value Investor           1 พฤษภาคม 2553

ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ครั้งหนึ่งในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของเบิร์กไชร์ แฮททาเวย์  มีคนถามว่าวัน ๆ หนึ่ง วอเร็น บัฟเฟตต์ ทำอะไรบ้าง  บัฟเฟตต์ตอบว่า ส่วนใหญ่เขาอ่านหนังสือและพูดโทรศัพท์  เสร็จแล้วบัฟเฟตต์ก็หันไปถาม ชาร์ลี มังเกอร์ เพื่อนซี้และรองประธานของเบิร์กไชร์ ว่าเขาทำอะไรในแต่ละวัน  มังเกอร์ตอบว่า

“คำถามนี้ทำให้ผมนึกถึงเพื่อนคนหนึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่ประจำการอยู่ในหน่วยของทหารที่ไม่มีอะไรทำ”   มังเกอร์เล่าต่อว่า  “นายพลคนหนึ่งได้เข้ามาพบกับกับตันกลอทซ์ซึ่งเป็นเจ้านายของเพื่อนผมและก็ถามว่า  ‘กับตันกลอทซ์  คุณทำอะไรบ้าง’  เจ้านายของเพื่อนผมตอบว่า ‘ไม่มีอะไรซักอย่างเลยครับ’  ท่านนายพลโกรธมากและหันมาถามเพื่อนผมว่า ‘แล้วแกล่ะทำอะไร’  เพื่อนผมตอบว่า  ‘ผมก็ช่วยงานกับตันกลอทซ์’  และนั่นก็คือคำอธิบายสิ่งที่ผมทำอยู่ที่เบิร์กไชร์ได้ดีที่สุด”

ดูเหมือนว่าวอเร็นบัฟเฟตต์ในฐานะของการเป็นนักลงทุนแบบ VI นั้น  ไม่ค่อยมีงานอะไรทำ   เช่นเดียวกัน  ชาร์ลี มังเกอร์ ซึ่งก็เป็นนักลงทุนระดับเซียนที่ช่วยบัฟเฟตต์ลงทุนก็ไม่ค่อยมีอะไรทำเหมือนกัน   ลองมาดูว่าวัน ๆ หนึ่งบัฟเฟตต์ทำอะไรบ้าง

ปกติบัฟเฟตต์ตื่นประมาณ 6.45 น.  แล้วก็อ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับ  บางครั้งก็เข้าไปอ่านในอินเตอร์เน็ตบ้างเพื่อดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น  เขาไปถึงที่ทำงานประมาณ 9.00 น. หรือบางทีก็ 8.00 น. ขึ้นอยู่กับว่าจะมีอะไรต้องทำ  เขาไม่มีตารางเวลาตายตัว  บัฟเฟตต์บอกว่าเขาไม่ต้องการให้ชีวิตตนเองถูกบังคับให้ทำอะไรโดยไม่มีทางเลือก  ในที่ทำงาน  เวลาประมาณ 75-80% ของเขาหมดไปกับการอ่าน  วัน ๆ  หนึ่งเขาอ่านหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับ  รายงานประจำปีของบริษัทจดทะเบียน  รายงานรายไตรมาศ แมกกาซีน และอื่น ๆ  สารพัด  เวลาที่เหลือนั้นเขาใช้ไปกับการพูดคุยโทรศัพท์   สั่งซื้อขายหุ้นหรือเงินตราต่างประเทศ  แต่พวกนี้ไม่ได้ใช้เวลามาก  หลังจากนั้น  เขาก็กลับบ้านซึ่งก็อาจจะประมาณห้าโมงครึ่งหรือหกโมงเย็นไม่ค่อยแน่นอน   ในตอนค่ำเขาก็มักจะอ่านหนังสือต่อ  หรือไม่บางวันก็เล่นบริดจ์ทางอินเตอร์เน็ต  ซึ่งคู่เล่นรวมถึงบิลเกตและน้องสาวของเขาที่อยู่ต่างเมือง  และนี่คือความบันเทิงหลักของบัฟเฟตต์

โฮวาร์ด  ลูกของบัฟเฟตต์เล่าว่า บัฟเฟตต์นั้น  แม้แต่เครื่องตัดหญ้าก็ใช้ไม่เป็น  นอกจากนั้น  เขาไม่เคยเห็นบัฟเฟตต์ล้างรถ  หรือทำงานบ้านอะไรเลย  ในตอนเด็กเขารู้สึกแย่แต่เมื่อโตขึ้นและรู้จักคุณค่าของเวลาแล้ว  เขาถึงได้ตระหนักว่าทำไมบัฟเฟตต์จึงทำอย่างนั้น  นั่นก็คือ  เวลาสำหรับบัฟเฟตต์นั้นมีค่ามาก  เขาไม่ยอมเสียเวลากับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์

บัฟเฟตต์บอกว่า  การที่เป็นคนดังนั้นไม่ใช่เรื่องดี  เพราะมันทำให้เขาได้รับจดหมายและคำถามมากมายเกี่ยวกับการลงทุน  แต่ออฟฟิสของเขาซึ่งมีขนาดเล็กมากนั้นไม่สามารถจัดการกับเรื่องเหล่านี้ได้  ดังนั้น  เขาจึงไม่ตอบหรือไม่จัดการกับจดหมายเหล่านั้น  เพราะถ้าทำเขาก็คงไม่มีเวลาที่จะทำงานได้เลย

แม้ว่าบัฟเฟตต์จะเป็น CEO ของบริษัทใหญ่ระดับโลกอย่างเบิร์กไชร์  แต่เขามีชีวิตการทำงานแตกต่างกับ CEO คนอื่นมาก  ครั้งหนึ่ง  บิล เกรแฮม ลูกชายของ  เค เกรแฮม เจ้าของบริษัทวอชิงตันโพสต์ซึ่งบัฟเฟตต์เข้าไปถือหุ้นและเป็นเพื่อนสนิท  ต้องการแวะมาเยี่ยม  บัฟเฟตต์ตอบว่า  “มาได้เลยทุกเวลา  ผมไม่มีตารางนัด”   ห้องทำงานของบัฟเฟตต์นั้นเงียบมาก  ในห้องไม่มีคอมพิวเตอร์  ไม่มีจอดูหุ้น  ไม่มีแม้แต่เครื่องคิดเลข  บัฟเฟตต์เคยบอกว่า  “ผมก็คือคอมพิวเตอร์”  ในช่วงหนึ่ง  บิล สก็อต  ซึ่งเป็นเทรดเดอร์ซื้อขายหุ้นของเบิร์กไชร์โผล่หน้ามาแล้วก็ถามว่า  “สิบล้านดอลลาร์ที่ 125.125  เอาไหม?”  โทรศัพท์ในห้องไม่ค่อยดังบ่อยนัก  บัฟเฟตต์มีเวลาเหลือมากมายเมื่อเทียบกับ CEO ของบริษัทอื่น ๆ   ตารางเวลาในวันหนึ่ง ๆ  ของเขานั้น  ไม่มีกำหนดการที่เป็นแบบแผนและมีเวลาว่างมากมายสำหรับการดื่มโค๊ก  เขามักจะนั่งอ่านหนังสือเป็นชั่วโมง ๆ  และติดต่อกับโลกภายนอกด้วยโทรศัพท์ซึ่งเขารับสายเอง  นอกจากนั้นเขายังมีโทรศัพท์สายตรงอีกสามสายกับบริษัทหลักทรัพย์ในการซื้อขายหุ้น

ชีวิตประจำวันของบัฟเฟตต์นั้นเรียบง่ายมากจนไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับตำแหน่งหน้าที่ในฐานะที่เป็น CEO ของบริษัทใหญ่และมีชื่อเสียงมากอย่างเบิร์กไชร์  และในฐานะที่เป็นคนรวยและดังระดับต้น ๆ ของโลกธุรกิจ  บัฟเฟตต์นั้นไม่สนใจออกงานที่จะได้หน้าตาหรืออยู่ในแวดวงคนชั้นสูง  ครั้งหนึ่งถ้าจำไม่ผิด ทำเนียบขาวเคยเชิญบัฟเฟตต์ให้ไปรับประทานอาหารค่ำกับประธานาธิบดีคลินตันแต่บัฟเฟตต์ปฏิเสธ  เขาคงดูว่าไม่รู้จะเสียเวลาบินไปทำไม  เขาไม่มีอะไรจะคุยในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเขา   ตรงกันข้าม  บัฟเฟตต์ให้เวลาไปพูดกับนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ  ทั่วประเทศค่อนข้างมากเช่นเดียวกับการต้อนรับนักศึกษาที่สนใจในเรื่องการลงทุน  เขาดูว่านี่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์  และการพูดคุยกับคนอายุ 20-25 ปี นั้น  “มันอาจช่วยเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาบางคนได้”

มองอย่างผิวเผิน  บัฟเฟตต์อาจจะไม่ค่อยได้ทำงานอะไรหนักหนา  แต่ความเป็นจริงคือ  งานการลงทุนนั้น  แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการบริหารธุรกิจ  การลงทุนนั้นเป็นเรื่องของความคิดล้วน ๆ  คุณภาพของการตัดสินใจเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด  บางที  ปีหนึ่งตัดสินใจครั้งเดียวคุณก็ประสบความสำเร็จมหาศาลได้แล้ว  ในขณะที่การบริหารธุรกิจนั้น  คุณต้องตัดสินใจอาจจะเป็นสิบ ๆ ครั้งต่อวัน  แต่ผลการตัดสินใจส่วนใหญ่นั้นอาจจะไม่มีผลอะไรต่อความสำเร็จมากนัก  ดังนั้น  คุณมักจะต้องวุ่นวายทั้งวันไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จหรือไม่  แต่การลงทุนนั้นไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ต้องทำงาน  เพียงแต่งานนั้นก็คือการเพิ่มคุณภาพของการตัดสินใจขึ้นไปเรื่อย  และวิธีการเพิ่มคุณภาพก็คือการอ่าน  อ่าน  และอ่าน  หนังสือและข้อมูลสารพัดอย่างที่ บัฟเฟตต์และมังเกอร์ทำ

Comments

14 Responses to “หนึ่งวันของบัฟเฟตต์”
  1. kumchai says:

    เป็นการทำงานที่ใช้ความคิดล้วน ๆ และต้องมองหุ้นหรือธุรกิจที่กำลังลงทุนให้ขาด ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก สำหรับผมที่ทำงาน fulltime

  2. เมื่อพร้อมจงทำประหนึ่งว่าไร้ความสามารถ แต่ข้าน้อยคิดว่าปู่บัพคงจะไม่ได้ต้องการล่อหลอกผู้ใด wonderfull life ^^

  3. เวลา คือสิ่งล้ำค่ามากสำหรับเขา เขาสุดยอดจริงๆ

  4. randy9990 says:

    ขอบคุณครับที่นำสิ่งดีๆมาเผื่อแผ่ จะได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์

  5. champ says:

    ใช่ครับผมจำคำพูดของBuffettได้ตอนที่มีพูดที่ มหาลัยตอนที่ผมเรียนอยู่ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักแกเลยรู้แค่ว่ารวยมากๆ

    แกบอกว่าวันนี้หวังว่าจะเปลี่ยนความคิดของเด็กบางคนได้ให้มารู้จักและรักการลงทุนอย่างแก

    อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งละแต่หลังจากนั้นสามปีนะผมถึงเริ่มเป็น VI

  6. zeazon says:

    ดังนั้นคงต้องถามต่อว่าบัฟเฟตต์อ่านหนังสืออะไรบ้าง อ่านอย่างไร และคุยโทรศัพท์กับใคร เรื่องอะไร
    ไม่ต้องทำ company visit?

  7. ถ้าเปรียบปู่บัฟให้เห็นภาพ ผมคิดว่าปู่คงเป็นจอมยุทธ์ในตำนานท่านหนึ่งที่มักจะร่ายรำวรยุทธิ์ของตนเองให้ชำนาญอยู่เสมอ เมื่อว่างเว้นจากการร่ายรำก็คงจะนั้งลับกระบี่ให้คมเพื่อใช้งานได้เมื่อต้องการ ขี่พายุทะลุฟ้าไปเลย ^^

  8. kira says:

    ไร้กระบวนท่าคือกระบวนท่า

  9. Yuth says:

    ผมว่า ชาลี มังเกอร์ น่าจะหมายความว่า เค้าช่วยงาน Buffet
    Buffet เลยไม่ต้องทำไรไง แค่อ่านหนังสือ และ คุยโทรศัพท์

    ไม่น่าจะแปลว่า แกไม่ต้องทำไรนะ ; )

  10. Tanakorn says:

    This is cool! Management VS Investment

  11. V.O.I. says:

    ทำให้รู้สึกว่าเวลาในหนึ่งวัน นั้นสั้นจัง…

  12. bigin says:

    great idea.

Trackbacks

Check out what others are saying about this post...
  1. [...] This post was mentioned on Twitter by MacroArt, Nirak and Nirak, arjinjong. arjinjong said: หนึ่งวันของบัฟเฟตต์ http://www.thaivi.com/2010/05/512/ [...]

  2. CLAUDE says:


    PillSpot.org. Canadian Health&Care.No prescription online pharmacy.Special Internet Prices.Best quality drugs. Low price drugs. Order drugs online

    Buy:Zetia.Acomplia.Wellbutrin SR.Zocor.Lasix.Buspar.Lipothin.Nymphomax.Aricept.Advair.Seroquel.Benicar.Female Pink Viagra.Amoxicillin.Ventolin.Cozaar.Female Cialis.Prozac.Lipitor.SleepWell….



Speak Your Mind

Tell us what you're thinking...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!