Skip navigation.
Home

ผีหลอก

               โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนชอบอ่านเรื่องผี ชอบฟังและดูหนังผีเป็นชีวิตจิตใจเลยทีเดียว เมื่อได้ฟังหรือดูก็จะรู้สึกตื่นเต้นเป็นกำลัง มันเร้าประสาทอย่างไรบอกไม่ถูกครับ เองวดนี้แกมาอีท่าไหน จู่ๆมาเขียนเรื่องผีๆสางๆ หลายท่านคงคิดแบบนี้
                ไม่มีอะไรมากครับ ผมรู้สึกตื่นเต้นกับปริมาณการซื้อขาย และการปรับตัวของตลาดหุ้นน่ะครับ ดูแล้วมันตื่นเต้นชมัด หุ้นบางตัวโดยเฉพาะ warrant บางบริษัทราคาปรับตัวขึ้นหลายเท่าตัว บางบริษัทมีข่าวว่าพบขุมทองราคาก็พุ่งกระชูดเพื่อรอข่าวดี เพื่อนผมคนหนึ่งก็เอากับเขาด้วย ข่าวว่ากำไรมาครึ่งล้านในเวลาไม่กี่วัน แต่ด้วยความคิดว่ามันน่าจะต้องขึ้นต่อไปอีกจึงไม่ขาย ราคาท่านก็ค่อยวิ่งกลับบ้านเก่าครับ จนแล้วจนรอดกำไรไปเหนาะๆ สองหมื่นบาท มันบอกว่ายังกับโดนผีหลอก


                มีอีกเรื่องหนึ่งครับเป็นเรื่องในอดีตที่หลายคนจดจำได้ดี และหลายคนลืมมันไปแล้ว แต่สำหรับมือใหม่คงไม่เคยได้รับรู้ครับ ก็เรื่อง รอยเนท (ROYNET)ไงครับ รายการนี้นักลงทุนหลายคนเจออาการที่เรียกว่าผีหลอกกลางวันครับ กำไรอยู่ดีๆตั้งสองไตรมาส 10.2ล้านบาทก้าวกระโดดจากขาดทุนสุทธิ 11.19 ล้านบาทในปีก่อน ไหงกลายมาเป็นขาดทุนสุทธิ36.7 ล้านบาทในไตรมาสสาม ขาดทุนสะสมแล้ว 71ล้านบาท ก่อนหน้านั้นบริษัทรายงานว่าบริษัทพลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไรได้อย่างมากมาย จัดว่าก้าวกระโดดเลยก็ว่าได้ ที่มาของอาการผีหรอกก็ไม่มีอะไรมากครับ ผู้บริหารแกล้งทำเป็นไร้เดียงสาบันทึกรายได้เร็ว(เกิน)ไป(ไม่)หน่อย ครับ แต่แล้วก่อนประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สาม พวกท่านก็เกิดรู้เดียงสาขึ้นมาอย่าไม่ทราบสาเหตุ โดยนำหุ้นของพวกในตระกูลท่านที่มีอยู่ 60% ของทุนจดทะเบียนเข้าไปขายให้แมงเม่าทั้งหลายจนหมดสิ้น พองบออกเท่านั้นแหละครับ ซากแมงเม่าก็กองเกลื่อนไปทั่วตลาดหลักทรัพย์ มีกระเด็นไปตกแถวศูนย์ประชุมแห่งชาติฯบางประปราย


                ผมลองเข้าไปดูงบย้อนหลังดูพบว่า บริษัทฯขายชั่วโมง Internet แบบฝากขาย บริษัทย่อยให้บริการอี คอมเมิร์ชและเป็นที่ปรึกษาเรื่องการออกแบบwebsite และการรับรู้รายได้ก็เปิดเผยอย่างชัดเจนในหมายเหตุประกอบงบการเงินในข้อที่3 สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ หัวข้อย่อยที่ 3.1 บริษัทรับรู้รายได้ดังนี้


                3.1.1 รายได้จากการขายบันทึกรับรู้ เมื่อส่งมอบสินค้า

                3.1.2 รายได้จากการฝากขายบันทึกรับรู้ เมื่อได้รับการชำระเงิน


                แต่ในงบกำไรขาดทุนมีหัวข้อ รายได้จากการขาย รายได้จากการให้บริการ รายได้ดอกเบี้ย รายได้อื่นๆ ไม่มีหัวข้อรายได้จากการฝากขาย จึงเป็นช่องทางให้ผู้บริหารเล่นแร่แปรธาตุได้อย่างง่ายดาย โดยผู้สอบบัญชีเองก็ไม่อาจตรวจพบได้(อันนี้ไม่รับรองนะครับ)


                เรื่องของเรื่องคือ บริษัทเร่งรับรู้รายได้จากการฝากขาย ทั้งๆที่ยังไม่ได้รับชำระเงินเป็นจำนวนมากทั้งสองไตรมาส จนไตรมาสสามผู้สอบบัญชีทนไม่ได้จึงทำการปรับงบการเงินให้สะท้อนภาพความเป็นจริง ซึ่งเป็นเหตุให้แมงเม่าวงแตกกระเจิง โดยไตรมาสหนึ่งรับรู้รายได้24 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 6.9 ล้านบาท ไตรมาสสองรับรู้รายได้23.4 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 3.24 ล้านบาท ที่นี้มาดูที่งบกระแสเงินสดผมพบตัวเลขในหัวข้อ ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ ในไตรมาสแรกประมาณ 22ล้านบาท เทียบกับปีก่อนหน้าที่ประมาณ 34,738 บาท ในไตรมาสสองงวดหกเดือนประมาณ 42.25ล้านบาท เทียบกับงวดหกเดือนของปีก่อนหน้าที่ประมาณ 504,143 บาท เห็นแล้วก็ให้คิดว่าอะไร๊..มันจะขยายตัวได้เร็วกว่าแสงปานนี้ พอมาในงวดเก้าเดือน ตัวเลขเหล้านี้ถูกปรับใหม่จนมีสภาพดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น


                งานนี้บอกได้คำเดียวครับว่าผีหลอก ขนหัวลุกไปตามๆกัน ก็อีแค่เรื่องการรับรู้รายได้แค่นี้เนี่ยนะ ทำเอาตายกันเป็นเบือ เหตุการณ์นี้บอกอะไรเราบ้างหรือเปล่าครับ


                สำหรับผมมันบอกว่า ผมต้องรู้เรื่องธุรกิจให้ชัดเจนทุกขุมขนเลย ผมต้องรู้เรื่องบัญชีขนาดพอทำยาได้ ไม่งันผีหลอกกลางวันแน่ๆ คาถาที่ผมใช้อยู่ทุกครั้งเมื่อจะเริ่มลงทุนคือ รู้ให้ได้ รู้ให้จริงในสิ่งที่ทำ เครื่องมือต้องพร้อมครับ ถ้าไม่พร้อมห้ามลองของ หากฝืนลองขนหัวอาจลุกได้ บรื๋อ……………


หมายเหตุ: รายละเอียดเรื่องนี้หาอ่านเพิ่มเติมได้ในหนังสือ เข็นบริษัทเข้าตลาดหุ้นเหตุการณ์สะเทือนเลือนลั่นในรอบ30ปี ที่นักลงทุนต้องหลั่งน้ำตา เขียนโดย ชาย กิตติคุณากรณ์  สำนักพิมพ์ แอฟ พี เอ็ม คอนเซ้าแต้นท์ จำกัด

Copyright (c) Thaivi.com