บริหารความสุขในชีวิตแบบ VI
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร 26 พฤษภาคม 2551
หลังจากการใช้ชีวิตแบบ Value Investor ที่มุ่งมั่นมานานและได้สังเกตเห็นชีวิตของคนอื่น ๆ รวมทั้งทบทวนความหลังของตนเองผมก็พบว่า ความสุขของคนเรานั้น บางทีอาจจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจครั้งสำคัญ ๆ ในชีวิตไม่กี่เรื่อง นั่นก็คือ ถ้าตัดสินใจถูกต้อง ชีวิตเราอาจจะง่ายขึ้น สะดวกขึ้น มีความสุขมากขึ้น ถ้าตัดสินใจผิด เราอาจจะลำบากขึ้น มีความสุขน้อยลง และก็ไม่รู้จะแก้อย่างไร ว่าที่จริงเราอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเราตัดสินใจผิดและทำให้ความสุขของเราน้อยกว่าที่ควรจะเป็น และต่อไปนี้คือการตัดสินใจครั้งสำคัญ ๆ ในชีวิตที่เราควรจะคำนึงถึง แน่นอน มันเป็นแนวความคิดแบบ VI ของผมเองซึ่งอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคนแต่ถ้าคุณนำไปคิดก่อนตัดสินใจมันก็คงจะช่วยให้ความสุขของคุณมากขึ้น โดยเฉพาะในระยะยาว
เรื่องแรกก็คือ การเรียน โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาสำหรับเด็กจำนวนมากก็คือ หลายคนเรียนในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบหรือไม่มีความถนัด แต่เรียนในคณะที่ตนเองสามารถ “ทำคะแนนถึง” ดังนั้น สำหรับหลาย ๆ คนแล้ว เขาต้องเข้าไปเรียนในวิชาที่ตนเองไม่ชอบและบางคนก็เป็นคนที่เรียนด้อยกว่าเพื่อนในชั้นเพราะคะแนนของตนเองนั้นอยู่ในลำดับท้าย ๆ ของคณะที่ตนเองเข้าเรียน การที่ต้องเรียนในวิชาที่ตนเองไม่ชอบหรือไม่ถนัดหรือเรียนแล้วได้คะแนนต่ำต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเป็นสิ่งที่ทำให้ความสุขของการเรียนและชีวิตการทำงานในอนาคตสูญเสียไปอย่างมาก ข้อแนะนำของผมก็คือ พยายามเลือกเรียนในวิชาที่ตนเองชอบ เรียนแล้วมีความสุขหรือไม่ทุกข์ นอกจากนั้นเรียนแล้วรู้สึกว่าง่าย ถ้ายังนึกไม่ออกก็อาจจะดูจากคะแนนแอดมิชชั่นว่าคะแนนของเราควรจะอยู่ในระดับสูงของคณะที่รับ ทำได้แบบนี้ชีวิตเราจะเริ่มต้นด้วยความสุข
เรื่องต่อมาคือการทำงาน ถ้าจะให้มีความสุข ผมคิดว่าเราต้องหลีกเลี่ยงการทำงานที่มีความเครียดสูง การทำงานที่มีการกำหนดเป้าหมายสูงแต่บริษัทหรือกิจการมีปัจจัยสนับสนุนน้อยหรือเป็นบริษัทระดับรองนั้นมักจะทำให้เราต้องออกแรงมากกว่าปกติและเกิดความเครียด พยายามหางานที่เราทำแล้วรู้สึกว่าง่ายและมีความสุขแต่ไม่ใช่งานที่ทำแล้วรู้สึกเบื่อไม่ท้าทาย บางคนบอกว่างานแบบที่ว่านั้นไม่มีหรือมีก็ไม่ทำเงิน ถูกครับ แต่ถ้าเราพยายามหา เราก็อาจจะเจองานที่เหมาะกับเราจริง ๆ เราชอบ และเมื่อทำแล้วเราก็จะทำได้ดี ในที่สุดเงินก็จะตามมา นี่ก็คงจะเหมือนกับการหาหุ้นลงทุนที่คนมักจะบอกว่าหุ้นดีราคาถูกนั้นไม่มี แต่ถ้าเราตั้งใจหาจริง ๆ เราก็อาจจะเจอ และเมื่อเจอแล้ว เราก็มีความสุข ว่าที่จริง ถ้าเราทำงานแล้วรู้สึกว่าเครียด บางทีนั่นก็เพียงพอที่จะบอกแล้วว่า มันไม่ใช่งานที่ดีและจะทำให้เรามีความสุขได้ในระยะยาว
เรื่องที่สามคือการตัดสินใจในการซื้อทรัพย์สินรายการใหญ่ที่คนจำนวนมากอาจจะไม่ได้คิดอย่างถี่ถ้วนในผลกระทบระยะยาวของมัน นั่นก็คือ รถยนต์กับบ้าน ในกรณีของบ้านนั้น ผมคิดว่าทำเลของบ้านเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด การที่บ้านอยู่ไกลจากที่ทำงานมากและไม่มีรถไฟฟ้าผ่านจะทำให้เราต้องเสียเวลาและเงินทองมากทุกวันในการเดินทาง นี่เป็นการทำลายความสุขมหาศาลเมื่อเทียบกับบ้านที่อยู่ใกล้หรือติดกับสถานีรถไฟฟ้า บางคนบอกว่าบ้านที่อยู่ไกลนั้นเป็นบ้านเดี่ยวมีบริเวณและมีสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าคอนโดหรือทาวน์เฮ้าส์ แต่ผมคิดว่าไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป แนวทางการเลือกบ้านที่จะให้ความสุขในระยะยาวได้ก็คือ หนึ่ง ซื้อบ้านที่มีห้องพอดีกับสมาชิกครอบครัวของเราในอนาคตอย่าซื้อบ้านที่ใหญ่เกินไป สอง ซื้อบ้านในทำเลที่ติดหรือใกล้กับระบบขนส่งมวลชนที่เป็นรถไฟฟ้าอย่าให้ระยะทางเกิน 500 เมตรซึ่งเป็นระยะทางที่เราจะเดินได้อย่างสบาย สาม บ้านควรอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะระยะห่างไม่ควรเกิน 1 กิโลเมตร ถ้าได้บ้านแบบนี้ ผมคิดว่า ชีวิตประจำวันของเราจะมีความสุข
รถยนต์นั้น ถ้าเรามีบ้านที่อยู่ใกล้ระบบรถไฟฟ้า เราก็อาจจะไม่จำเป็นต้องมีมากนัก แต่ถ้าจะมี ผมคิดว่าเราไม่ควรจะลงทุนกับมันมากเกินไป ถ้ารายได้เราไม่มาก เราก็อาจจะซื้อรถเก่า และในทุกกรณี ผมคิดว่ารถญี่ปุ่นที่เป็นรถที่คนนิยมกันเป็นรถที่ให้คุณค่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเงินที่เราใช้ การใช้รถยนต์นั้น อย่าไปดูแลมันมาก ถ้ามันจะมีรอยขีดข่วนบ้างหรือสะอาดน้อยลงมาหน่อยก็ไม่ควรจะใส่ใจมากนักเพราะในชีวิตประจำวันเรามีเรื่องที่จะต้องทำมากมายอยู่แล้ว
คู่ครองเป็นเรื่องสำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตเรามีความสุขมากหรือน้อย ดังนั้น สำหรับคนที่ยังไม่มีคู่ การมองหาคู่ครองที่ดีเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตของเรา เรื่องของฐานะทางการเงินเป็นองค์ประกอบหนึ่งแต่ผมคิดว่ามันไม่ได้สำคัญมากเท่ากับที่คนทั่วไปคิด ความมั่งคั่งของคนนั้น สำหรับผมแล้วมักจะไม่ใช่เงินที่พ่อแม่มี แต่เป็นเรื่องของทรัพยากรมนุษย์ นั่นก็คือ ตัวของเขาเอง ผมคิดว่าถ้าคนมีความรู้ความสามารถสูงและมีทัศนคติที่ดีในไม่ช้าเขาก็มักจะมีเงินหรือร่ำรวยขึ้นและอาจจะร่ำรวยกว่าคนที่อาจจะมีฐานะทางบ้านที่ดีแต่ความสามารถด้อยกว่า นี่ก็คงเหมือนหุ้นที่ดีและโตเร็วที่มักให้ผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นที่มีทรัพย์สมบัติมากแต่กิจการไม่มีจุดเด่นหรือเก่งเท่า นี่ก็พูดถึงเรื่องทางการเงิน แต่คู่ครองที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขอีกข้อหนึ่งก็คือ คู่ครองควรมีคุณสมบัติที่เสริมซึ่งกันและกันหรือเป็นที่พึ่งของกันและกันได้
สุดท้ายก็คือ เรื่องของการลงทุน ผมคิดว่าคนที่จะมีความสุขในระยะยาวได้มากกว่านั้น จำเป็นที่จะต้องลงทุนและเข้าใจการลงทุนอย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง เพราะว่าในระยะยาวแล้ว คนที่ลงทุนเป็นและสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าแม้จะเพียงปีละ 2-3 % ก็จะสามารถสะสมความมั่งคั่งได้มากกว่าคนที่ไม่สนใจการลงทุนได้มหาศาลเมื่อเวลาผ่านไปเป็นสิบ ๆ ปีหรือหลายสิบปี ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องนั้น ผมคิดว่าเป็นแหล่งของความสุขที่สำคัญ มันทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าอายุเราจะมากขึ้นซึ่งตรงกันข้ามกับคนที่แก่ตัวลงโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะอยู่อย่างไรกับเม็ดเงินที่มีอยู่น้อยนิด บางคนอาจจะบอกว่าไม่กล้าลงทุนโดยเฉพาะในตลาดหุ้นเพราะกลัวความเสี่ยง แต่ข้อเท็จจริงก็คือ เขาอาจจะไม่เคยลองหรืออาจจะลองมาไม่ยาวพอหรือที่ร้ายกว่าก็คือ ใช้วิธีการลงทุนที่ผิด การลงทุนที่ถูกต้องนั้น ถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงบ้างก็เป็นความเสี่ยงที่รับได้ ว่าที่จริงในชีวิตคนเรานั้น เราต้องรับความเสี่ยงอื่นมากมายอยู่แล้ว ความเสี่ยงเหล่านั้นมีมากกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นมาก ดังนั้น เราจึงควรรับความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดหุ้น เพราะผลตอบแทนของมันนั้น “คุ้มค่า”



