มนตรี นิพิฐวิทยา
ใน ครั้งนี้เรามาต่อกันด้วยวิธีการตบแต่งงบการเงินที่เหลือกันครับ
l Throw out a Problem child ตัดปัญหาจากบริษัทย่อยที่มีปัญหาออก ส่วนมากแล้วบริษัทมักจะจัดตั้งบริษัทร่วมบริษัทย่อย และเมื่อปิดงบการเงินก็จะต้องนำเอาบริษัทร่วมย่อยต่างๆมาทำงบการเงินรวมตาม ที่มาตรฐานการบัญชีกำหนด หากบริษัทร่วมหรือย่อยเหล่านั้นมีผลขาดทุนอยู่เสมอ หรือ อาจจะเกิดผลขาดทุนอย่างรุ่นแรง บริษัทก็อาจจะใช้วิธีการนี้ในการทำให้งบการเงินรวมออกมาดูดี
l นิยมทำกันคือ
l ขายบริษัทย่อยออก
l จัดตั้งSpecial-purpose-entity (SPE) เพื่อ รองรับสินทรัพย์ทางการเงิน
l Change GAAP เปลี่ยน แปลงนโยบายทางบัญชี ในการเปลี่ยนนโยบายทางบัญชีแต่ละครั้งจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขราย ได้ ต้นทุนและกำไร เช่นบริษัทที่รับรู้รายได้ตามสัดส่วนงานที่ทำเสร็จจะบันทึกรายได้ไปตามงาน ที่ตามสำเร็จ แต่หากเปลี่ยนเป็นรับรู้เมื่อส่งมอบงานนั้น ต้องรอให้งานนั้นเสร็จสมบูรณ์ก่อนเสมอ ฉะนั้นรายได้ ค่าใช้จ่ายและกำไรจะเปลี่ยนแปลงทันที ซึ่งอาจส่งผลต่อจิตวิทยาของผู้ลงทุนได้
l นิยมทำกันคือ
l เปลี่ยนนโยบายการรับรู้รายได้
l เปลี่ยนนโยบายการ รับรู้ค่าใช้จ่าย
l Amortization, Depreciation, and Depletion [...]
มนตรี นิพิฐวิทยา
ในการ ตบแต่งบัญชีนั้นสามารถทำกันได้หลายรูปแบบ คือ ตบแต่งรายได้ให้สูงหรือต่ำตามที่ต้องการ ตบแต่งค่าใช้จ่ายให้สูงหรือต่ำตามที่ต้องการ และอีกหลายวิธีการ ทั้งหมดทั้งสิ้นก็เพื่อจุดประสงค์ในการสร้างกำไรเทียม เพื่อจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นในทิศทางที่ต้องการ
สำหรับ วิธีการที่มักจะเห็นกันได้บ่อยมากและเป็นที่นิยมใช้กันมากคือการจัดการกำไร หรือ Earning Management สำหรับวิธีการหลักๆในการทำ Earning Management มัก จะมีการทำกันดังนี้
l Cookie Jar Reserve เลือกที่จะ ประมาณการต้นทุนให้สูงในงวดปัจจุบันในรูปของการตั้งสำรองต่างเพื่อจะได้ให้ งวดต่อๆไปมีค่าใช้จ่ายน้อยลง วิธีการนี้จะมีการตั้งสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งแน่นอนจะทำให้กำไรในงวดที่ตั้งสำรองลดลงทันที จากนั้นอาจมีการดึงการตั้งสำรองกลับในแต่ละงวดเพื่อเพิ่มกำไร
l นิยมทำกันคือ
l ประมาณการคืนสินค้า/รับประกัน สินค้า
l ประมาณการตัดหนี้ สูญ
l ประมาณการสินค้า เสื่อมคุณภาพ
l ประมาณการค่าใช้ จ่ายในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
l ประมาณการ%ที่งานเสร็จตามสัญญาก่อสร้างระยะยาว
l [...]
วิบูลย์ พึงประเสริฐ มกราคม 2551
ผลการ ตัดสินของศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับเรื่องการฟ้องร้องของกลุ่มมูลนิธิเพื่อ ผู้บริโภคในการเพิกถอนการแปรรูปของบริษัท ปตท จำกัด(มหาชน) ออกจากการเป็นบริษัทในตลาดหุ้นนั้นได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2550
การดำเนินการฟ้องร้องของกลุ่มมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคใน ครั้งนี้เพราะผู้ฟ้องให้เหตุผลว่า การแปรรูปของปตทไม่โปร่งใสและไม่ถูกต้องตามหลักกฏหมาย จึงขอให้ศาลยกเลิกการแปรรูปบริษัทปตท.และให้กลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจเช่นเดิม
ใน ที่สุดศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้บริษัทปตท.ยังคงสภาพบริษัทมหาชนในตลาดหุ้น ไว้ได้ แต่ในขณะเดียวกันต้องคืนทรัพย์สินที่เป็นของรัฐคืนให้กับกระทรวงการคลังโดย เฉพาะท่อแกสธรรมชาติที่ใช้อำนาจการเวนคืนที่ดินตามอำนาจของรัฐวิสาหกิจ โดยคณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาว่าบริษัทปตท.ต้องคืนทรัพย์สินอะไรบ้างจำนวน เท่าใด
จากผลของการประชุมของคณะรัฐมนตรี บริษัทปตท.ต้องคืนทรัพย์สินในส่วนที่เป็นท่อแกสธรรมชาติและสิทธิเหนือที่ดิน ของการวางท่อแกสดังกล่าวให้กับกระทรวงการคลังในส่วนที่เป็นท่อแกสบนบก ขณะเดียวกันต้องจ่ายค่าเช่าที่ดินและค่าใช้ท่อแกสให้กับรัฐซึ่งยังไม่ได้ถูก กำหนดว่าเป็นเท่าไหร่ ส่วนท่อแกสที่อยู่ในทะเลไม่จำเป็นต้องคืนทรัพย์สินส่วนนั้นให้กับรัฐเพราะ ไม่ได้ใช้อำนาจในการเวนคืน
ดังนั้นผลกระทบกับบริษััทปตท.คงไม่มากนัก เพราะมูลค่าทรัพย์สินของท่อแกสที่เป็นส่วนที่อยู่บนบกที่ต้องคืนรัฐนั้นมี มูลค่าเพียง 1.5 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับมาร์เกตแคปของปตท.ที่ 1ล้านล้านบาทแล้วถือว่าน้อยมาก ส่วนค่าเช่าที่ดินและค่าเช่าท่อแกสที่ต้องจ่ายให้กับกระทรวงการคลังนั้น ถ้าค่าเช่าสูงคงมีผลกับธุรกิจแกสธรรมชาติของปตท.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่รายได้ของบริษัทปตท.นั้นมาจากบริษัทลูกที่ดำเนินกิจการในธุรกิจขุดเจาะ ปิโตรเคมีและโรงกลั่นนำ้มันอีกเป็นจำนวนมาก ค่าเช่าท่อแกสคงไม่กระทบกับรายได้รวมทั้งหมดของบริษัทมากนักเช่นเดียวกัน
ใน [...]
มนตรี นิพิฐวิทยา 28 ธันวาคม 2550
เมื่อ ปลายปีที่ผ่านมา สมาคมส่งเสริมนักลงทุนไทยได้จัดสัมมนาเรื่อง Creative Accounting หรือกลลวงทางการเงินขึ้น โดย อ.ดร.วรศักดิ์ ทุมมานนท์ ได้ให้เกียรติมาเป็นผู้บรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา เนื้อหาการสัมมนานั้นเรียกได้ว่ามีประโยชน์ต่อผู้ลงทุนอย่างมากหาก คิดจะลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ การแต่งงบการเงินให้ออกมาสวยงามนั้นสามารถทำได้หลายรูปแบบและหลายเทคนิคด้วย กัน แต่คราวนี้ผมอยากจะนำเสนอสัญญาณเตือนที่แสดงผ่านงบการเงิน เพื่อเป็นจุดสังเกตแก่ท่านนักลงทุนก่อน สัญญาณที่ว่านี้แสดงออกมาได้หลายทางดังต่อไปนี้
สัญญาณ ที่แสดงออกจากงบดุล/งบกำไร- ขาดทุน
สัญญาณ
ปัญหาที่อาจเกิด / กลลวงที่ มักจะใช้
n เงิน สดและรายการเทียบเท่าลดลงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์สุทธิ
n มี ปัญหาสภาพคล่อง; อาจต้องกู้หรือเพิ่มทุน
n ลูกหนี้การค้าเพิ่มสูงขึ้น มากกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขายอย่างเห็นได้ชัด
n อาจ มีการรับรู้รายได้เร็วเกินไปหรือขยายระยะเวลาชำระค่าสินค้าให้แก่ลูกค้า
n ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นน้อย กว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขายอย่างเห็นได้ชัด
n อาจ จัดให้ลูกหนี้การค้าไปเป็นสินทรัพย์อื่นๆแทน
n สำรองหนี้สูญลดลงเมื่อเทียบ กับยอดลูกหนี้การค้าขั้นต้น
n ตั้งสำรองน้อยกว่าความเป็น จริง / อาจเป็นการสร้างกำไรเทียม
n สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นสูง กว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขายอย่างเห็นได้ชัด
n [...]
มนตรี นิพิฐวิทยา 4 มกราคม 2551
คงไม่เร็วไปถ้าเราจะมามองถึงแนวโน้มของการลงทุนในปีหน้ากันใน ช่วงเวลาก่อนสิ้นปีสักหนึ่งสัปดาห์ล่วงหน้า
สำหรับปี50ที่กำลังจะผ่านไปนั้นเรียกได้ว่า เป็นปีที่ค่อนข้างยุ่ง วุ่นวายกันพอสมควร แต่ดัชนีราคาหลักทรัพย์ก็ยังคงปรับตัวขึ้นจากหุ้นของบริษัทในกลุ่มพลังงาน สำหรับในปีหน้านั้น จากการสอบถามจากพรรคพวกที่ทำงานในธุรกิจพลังงาน พวกเขาเหล่านั้นก็ยังมีมุมมองที่ดีต่อธุรกิจนี้อยู่ ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันอาจจะปรับตัวลงแต่เราคงไม่ได้เห็นการลดลงอย่างที่เคย เป็นมา
ดังนั้นผมจึง อยากจะสรุปปัจจัยที่น่าจับตามอง ไว้เพื่อเป็นข้อสังเกตุคร่าวๆเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนของคุณดังนี้ครับ
ปัจจัย ที่น่าจับตามอง
1) คงไม่สนใจไม่ได้กับสถานการณ์ทางการเมืองใน บ้านเรา ถึงแม้ว่าเราจะมีการเลือกตั้งไปแล้ว แต่ผมก็ยังเชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลก็จะยังคงยืดเยื้อออกไปอีกนานพอควร และระหว่างนั้นคงจะสับสนวุ่นวายกันพอสมควร ทั้งในเรื่องข้อกฎหมายเลือกตั้งที่เป็นของใหม่ พรรคที่จะได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ปัจจัยนี้น่าจะส่งผลต่อความมั่นใจของผู้บริโภคต่อไปอีกสักระยะ
2) อัตราดอกเบี้ยในบ้านเรา เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่เป็นเป้าหมายในการกำหนดดอกเบี้ยนโยบายยังคงมี โอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้จากการที่ราคาน้ำมัน อุปโภคบริโภคอื่นๆปรับตัวขึ้น จริงๆสินค้าหลายชนิดก็ปรับราคาขึ้นแล้ว ถ้าใครยังไม่ได้สังเกตก็สังเกตเสียนะครับ จากผลนี้การลดดอกเบี้ยลงอีกคงทำได้ยาก และอาจจะทรงตัวหรือปรับขึ้น
3) การลงทุนทางตรงจากต่างชาติ เท่าที่เห็นๆกันอยู่ก็จะมีเพียงธุรกิจยานยนต์ที่ขยายการผลิต [...]
มนตรี นิพิฐวิทยา 7 ธันวาคม 2550
เดือน นี้เป็นเดือนสุดท้ายของปี 2550 ซึ่งเป็นปีที่ค่อนข้างระทึกขวัญสั่นประสาทนักลงทุนเกือบทุกผู้ทุกคน ผมว่าน่าจะเป็นการดีถ้าเราลองมาสรุปกันดูสักหน่อยว่าตลอดทั้งปีที่ผ่านมานี้ มีเหตุการณ์อะไรบ้างที่เข้ามากระทบกับปัจจัยการลงทุนของเราบ้าง
จำ ได้ว่าหลังจากตลาดหุ้นไทยเจอผลกระทบจากมาตรการสำรองเงินทุน 30% ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อป้องกันการแข็งค่าของเงินบาทที่ทำให้ตลาดหุ้น ล่วงอย่างถล่มถลายได้ไม่นาน เราก็พบกับการออกร่างกฎหมาย Nominee จากรัฐบาล ซึ่งพาให้ตลาดหุ้นสั่นสะเทือนอยู่พอสมควรจนกระทั่งมีการชี้แจงแถลงข้อมูลกัน จนชัดเจนในระดับหนึ่งตลาดหุ้นจึงเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ก็ปรากฏว่าดัชนีและปริมาณการซื้อขายก็หดหายไปอย่างน่าตกใจ จากนั้นก็ตามมาด้วยการซื้อหุ้นbig capอย่างไม่ลืมหูลืมตาของ นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงาน ต่างก็มีราคาสูงเป็นประวัติการ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป หรือถ่านหิน
ปรากฏการณ์ นี้มีที่น่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือ สภาพเศรษฐกิจในบ้านเราก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร ผู้คนในประเทศกลับรู้สึกว่าเศรษฐกิจในประเทศทรุดตัวลงด้วยซ้ำ และในตลาดหุ้นเราจะเห็นหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์กลับปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักในการคำนวณดัชนี นำพาให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงจนเลย800จุด ในอดีตการที่ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นนั้นมักจะเกิดจากการที่หุ้นในตลาดส่วนใหญ่ [...]
วิบูลย์ พึงประเสริฐ 23 พฤศจิกายน 2550
ดัชนีตลาดหุ้นไทยทำสถิติสูงสุดในรอบสิบปีที่ 915 จุดเมื่อ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา นักลงทุนไทยต่างมองโลกในแง่สดใส โบรกเกอร์หลายสถาบันออกมาฟันธงว่าหุ้นไทยจะไปถึง 1,000 จุดในสิ้นปีนี้ ทุกคนในตลาดหุ้นได้กำไรกันถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือเก่าหรือมือใหม่ แต่เพียงสองสามอาทิตย์ผ่านไป เหตุการณ์กลับพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยลดลงไปแล้วเกือบ 10 เปอร์เซนต์จากจุดสูงสุด ลดลงเหลือเพียง 830 จุดในวันที่ 20 พฤศจิกายน
ในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน มูลค่าหุ้นของนักลงทุนลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะนักลงทุนที่ถือหุ้นระยะยาว มีนักลงทุนมือใหม่หลายท่านเริ่มไม่มั่นใจในวิถีทางการลงทุนแบบเน้นคุณค่าที่ ตนเองเพิ่งเริ่มต้น จนมีคำถามมากในช่วงนี้ว่า”จะทำอย่างไรดีในช่วงเวลาหุ้นตก”
สำหรับนักลงทุนมือใหม่แล้ว ถือว่าช่วงเวลาหุ้นตกเช่นนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างมากในการ”ทดสอบจิตใจ”ของ ตนเองว่าสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดหุ้นได้ดีแค่ไหน
ถ้าเป็นการลงทุนในตลาดหุ้นแบบ ระยะสั้น นักลงทุนคงไม่ต้องคิดอะไรมากนัก เพราะถ้าราคาหุ้นลดลง นักเก็งกำไรต้อง”ตัดขาดทุน”ออกไปตั้งแต่ตลาดเริ่มมีสัญญานปรับตัวลดลง ตั้งแต่แรก และไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเวลาตลาดหุ้นตก
แต่สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ ยังไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นนักลงทุนชนิดไหน ในช่วงเวลานี้ [...]
มนตรี นิพิฐวิทยา 16 พฤศจิกายน 2550
อัตรา ส่วนที่นักลงทุนนิยมใช้ และสามารถหาได้จากหลายแหล่งข้อมูลคือ อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น หรือ Return on Equity, ROE อัตราส่วนนี้ หาได้ง่ายๆจากสูตรนี้
ROE = Net income / Share holder’s Equity หรือ กำไรสุทธิ / ส่วน ผู้ถือหุ้น
อัตราส่วนนี้ใช้วัด ว่า เงินลงทุนที่ผู้ถือหุ้นได้ลงทุนไปในบริษัทนั้นสามารถแปลงเป็นกำไรที่เป็นของ ผู้ถือหุ้นได้กี่เปอร์เซ็นต์ อัตราส่วนนี้แตกต่างจาก ROA ค่อนข้างมาก ROA นั้นเป็นอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์โดยไม่สนใจว่าเงินทุนนั้นมาจากการก่อหนี้ หรือจากส่วนผู้ถือหุ้น ให้สังเกตว่า กำไรสุทธิหรือ Net Income นั้นได้หักดอกเบี้ยจ่ายซึ่งเป็นต้นทุนของเงินกู้ออกไปแล้ว
โดย ปกติแล้ว ROE ควรจะมีค่าสูงกว่า ROA ในกรณีที่บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย [...]
โดย วิบูลย์ พึงประเสริฐ 9 พฤศจิกายน 2550
ช่วงนี้ไม่มีข่าวอะไร ร้อนกว่าข่าวเรื่องราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดใน รอบกว่าสิบปี ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันดิบหรือราคาน้ำมันสำเร็จรูปต่างเดินหน้าทำสถิติใหม่ กันถ้วนหน้า ราคาน้ำมันดิบในตลาดนิวยอร์คล่าสุดพุ่งทะลุ 92 เหรียญไปเรียบร้อยเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ซื้อขายกันสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล นับว่าเป็นราคาที่สูงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์วิกฤตน้ำมันขาด แคลน ในช่วงทศวรรษ 1970
สาเหตุ หลักๆมาจากการที่ดีมานด์ของน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปมีมากขึ้นกว่าในอดีต มาก โดยเฉพาะการเจริญเติบโตของประเทศจีนที่ทำให้คนจีนมีรายได้มากขึ้น จึงหันมาเปลี่ยนจากการใช้จักรยานเป็นพาหนะมาใช้รถยนต์ส่วนตัวแทนในปัจจุบัน จากประเทศที่ใช้น้ำมันเป็นอันดับท้ายๆของโลกกลายเป็นประเทศที่ใช้น้ำมันมาก เป็นอันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา นั่นหมายความว่าดีมานด์หรือความต้องการน้ำมันในโลกได้มีประเทศที่ใช้น้ำมัน มากเท่าสหรัฐเกิดขึ้นอีกหนึ่งประเทศ
ขณะที่ด้านซัพพลายหรือ อุปทานของน้ำมันดิบนั้นเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่าความต้องการมาก เหตุผลหนึ่งเนื่องมาจากในช่วงปลายทศวรรษ 1990 โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจเอเซียในปี 1997 ที่เริ่มจากการลอยตัวค่าเงินของประเทศไทยที่ส่งผลประทบไปทั่วโลก ราคาน้ำมันขณะนั้นอยู่ในช่วงต่ำกว่า 20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นราคาที่ผู้ผลิตนำ้มันต่างประสบภาวะขาดทุนกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการค้นหาหรือขุดเจาะน้ำมันเพิ่มขึ้น บริษัทน้ำมันต่างๆจึงหยุดลงทุนในขบวนการเสาะหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติม อุปทานของน้ำมันในปัจจุบันจึงไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักเมื่อมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนจาก การเปิดประเทศของจีนและอินเดีย [...]
มนตรี นิพิฐวิทยา 26 ตุลาคม 2550
ใน ครั้งที่แล้วเราคุยกันเรื่องผลตอบแทนจากสินทรัพย์ หรือ ROA จากนั้น เราก็แยกตัวแปรออกมาเป็น Profit Margin กับ Assets Turnover เพื่อดูความสามารถในการทำกำไร กับ ประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์
ถ้าเราคำนวณ ได้ค่าROA ออกมาเดี่ยวๆ โดยไม่มีค่าอะไรมาเปรียบเทียบเลยเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่า ผลตอบแทนของสินทรัพย์ของบริษัทที่เราลงทุนอยู่นั้นคุ้มค่ากับการลง ทุนหรือไม่ ถึงแม้ว่าค่าROA ที่คำนวณได้นั้นจะออกมาสูงมากก็ตาม เราะค่าค่านี้ไม่ได้มีมาตรฐานบอกไว้ชัดเจนว่าเท่าไรจึงจะดี
เมื่อ เกิดปัญหานี้เกิดขึ้นเราก็จำเป็นจะต้องมาดูว่า สินทรัพย์ของบริษัทนั้นใช้เงินทุนมาจากแหล่งใด สำหรับบริษัททั่วๆไปแล้ว เงินทุนมักจะมาจากสองส่วนคือ เงินกู้ซึ่งเป็นการก่อหนี้ อีกส่วนหนึ่งมาจากส่วนทุนของผู้ถือหุ้น เงินทั้งสองส่วนนี้มีต้นทุนทั้งสิ้น
เงิน กู้นั้นมีต้นทุนเป็นดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายให้เจ้าหนี้ ส่วนเงินทุนของผู้ถือหุ้นมาจากผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นคาดหวังว่าจะได้
สำหรับ ต้นทุนจากการก่อหนี้นั้นหาได้ไม่ยากเพราะมันคืออัตราดอกเบี้ยที่บริษัทต้อง จ่ายให้แก่เจ้าหนี้ ส่วนต้นทุนของผู้ถือหุ้นนั้นหายากเอาการครับ ทั้งนี้เพราะผู้ถือหุ้นแต่ละคนมีความคาดหวังในผลตอบแทนไม่เหมือนกัน [...]