Saturday, July 31st, 2010

ขอขอบคุณคุณทวนลมเรโช ที่ช่วยไปขุดกระทู้เก่าที่เคยโพสไว้
ก็เลยขอ เอามาฉายซ้ำอีกรอบ ในเวอสั้นพาดหัวแบบภาษาปะกิต

ตัดแปะชื่อสำนักเป็นภาษาปะ กิตซะหน่อย
เผื่อพวกต่างชาติ จะเชิญไปเป็นผู้บรรยายพิเศษ
แฮะ  แฮะ ความจริงก็คือ
ผมยังไม่เคยรู้จักนักลงทุนต่างชาติสักคน
“ต่าง ชาติ ต่างชาติและต่างชาติ”
โอ้ ช่างเป็นคำที่ทำให้พวกเราชาวรายย่อยรายจุกจิก
เกิดอาการ อยากๆ เบี่อๆ เสียนี่กระไร
แล้วเราก็ทำกับต่างชาติแบบ
จูบๆตบๆ ไปตามจินตนาการสำคัญกว่าความรู้
ของไอนส์ไตน์ เอ๊ยของเรา
เวลาอยาก  ก็จูบปากเชิญชวน
สอง มือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้ามาลงทุนซิฮะ
ประเทศเดี้ยนเปิดเสรีทาง การเงิน
และเสรีทางการปั่นหุ้น ชอร์ตหุ้น แทงไฮโลตัชนีห้าสิบแล้วค่ะ
เชิญ เข้ามาลงทุนได้”
แต่ที่คิดอยู่ในใจ มิกล้าเอื้อนเอ่ยวจี กลัวเสียมารยาทก็คือ
“KU อยากแด็กส์เงินพวกมืงว่ะ”   ฮาๆๆๆ
แต่ พอเวลาเราเบื่อๆ  เพราะรู้สึกว่าไอ้พวกต่างชาติ
พอชวนมันเข้ามาแล้ว  ดันหัวหมอ
ไม่เห็นทำคุณประโยชน์อะไรให้กับกระเป๋า ku เลย
ก็จะด่า แบบสาดเสียเทเสีย
ไอ้พวกคิดร้ายทำลายชาติ
ไอ้คุณต่างชาติอ่าน แล้วก็คงหัวเราะ คิดในใจ
“ก็ชาติของKuที่ไหนหละ  อยากเชิญชวนKuเข้ามาทำไมว่ะ”
เมื่อข้าพเจ้าไม่ได้เป็นนักลงทุนต่าง ชาติ
ข้าพเจ้าก็ต้องใช้วิธีเอาใจเขา มาใส่ใจเรา  แล้วมั่วเอา
ก็ได้ [...]

เพื่อนๆ หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าหุ้นบางตัวทำไม p/e ต่ำมาก  แต่เมื่อซื้อไปแล้ว  ราคาหุ้นก็ไม่ไปไหน    บางตัวอาจจะต่ำกว่าพื้นฐานจริงๆ   แต่หลายๆ ตัวอาจจะซื้อขายอยู่ในระดับราคาที่เหมาะสมแล้ว   เพราะตัวที่กำหนด p/e  ปัจจัยหนึ่งคือ “ คุณภาพของกำไร ” ครับ    คุณภาพของกำไรจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้ครับ

แนวโน้มของความสม่ำเสมอของกำไร   หุ้นบางตัวอาจจะมีกำไรดีเพียงปีใดปีหนึ่ง  หรือชั่วครั้งชั่วคราว  และมีผลการดำเนินงานย้อนหลังไม่สม่ำเสมอ   เช่น  บางปีกำไรน้อย  บางปีกำไรมาก   หรือบางปีขาดทุน  บางปีกำไร   หุ้นประเภทเหล่านี้มีคุณภาพของกำไรต่ำครับ   หุ้นเหล่านี้มักจะเป็นหุ้นวัฎจักร  ที่มีผลการดำเนินงานขึ้นลงตามรอบของราคาผลิตภัณฑ์   หรือเป็นหุ้นที่มียอดขายแปรผันตามเศรษฐกิจมากๆ   หรืออาจจะเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูง [...]

(เรื่องเล่าต่อจากนี้ เป็นเพียงเรื่องที่เกิดขึ้นในจินตนาการของผม “ม้าเฉียว” เท่านั้น)
20 ปีหลังจากภาวะตกต่ำสุดขีดของตลาดหุ้นของประเทศนอร์ทาแลนด์ เป็นเวลานานพอที่จะทำให้ทุกคนในประเทศนี้ลืมเหตุการณ์วิกฤติครั้งนั้น ความเฟื่องฟูของตลาดหุ้นกลับมาอีกครั้ง และดรรชนีหุ้นพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทุกคนรู้สึกว่า มีแต่คนหน้าโง่เท่านั้นที่คิดว่าหุ้นถึงจุดสูงสุดแล้ว เศรษฐีใหม่ที่ร่ำรวยจากตลาดหุ้นปรากฏให้เห็นทั่วไป และสังคมก็ให้การยอมรับในเกียรติและความสามารถของเศรษฐีใหม่เหล่านี้ กว่าครึ่งหนึ่งของนักเรียนที่สมัครเรียนมหาวิทยาลัย เลือกเรียนคณะการเงินและการลงทุน เพื่อหวังว่าจะกอบโกยรายได้จากภาวะขาขึ้นของตลาดหุ้นที่คาดว่าจะกินเวลายาว นานที่สุดในประวัติศาสตร์
นาวินเป็น หนึ่งในบรรดาเศรษฐีใหม่ที่ร่ำรวยจากการเก็งกำไรในตลาดหุ้น เขาสร้างความฉงนให้กับเพื่อนบ้านอย่างมาก เพราะเขาไม่มีงานประจำทำเหมือนคนอื่นๆ แต่ละวันเขาจะแต่งการด้วยชุดลำลอง ออกจากบ้านพร้อมกับถุงกอล์ฟ ในมือมีโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดที่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น และติดตามข่าวสารทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว แล้วขับรถ BMW ซีรี่ 8 รุ่นใหม่ล่าสุด ออกจากบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
จริงๆแล้ว นาวินก็ไม่ได้แตกต่างจากนักเก็งกำไรอื่นๆที่เติบโตมาจากครอบครัวที่มีฐานะ ค่อนข้างยากจน การเก็งกำไรในตลาดหุ้นจึงเป็นหนทางที่ทำให้ร่ำรวยอย่างรวดเร็วที่สุด ครอบครัวของเด็กน้อยนาวิน เป็นชาวไร่สัปปะรด [...]

นั่งสรุปหลักการลงทุนที่ผมยึดถือมาให้อ่านกันแล้วครับ นึกได้แค่ 10 ข้อก่อน ที่จริงอยากเรียกว่า personal biases มากกว่า ไม่อยากเรียกว่าหลักการลงทุนเท่าไร
1. ซื้อก็ต่อเมื่อได้วิเคราะห์ข้อมูลจนมั่นใจว่ามูลค่าตลาดของหุ้นตัวนั้นต่ำ กว่ามูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตทั้งหมดที่คาดหวังได้ของบริษัทเท่า นั้น ซึ่งถ้ามันเป็นเช่นนั้นจริง ซื้อมาแล้วไม่ต้องขายเลยก็ยังกำไร (กฎข้อนี้สำคัญมากห้ามผ่าฝืนเด็ดขาด) …
นั่งสรุปหลักการลงทุนที่ผมยึดถือมาให้อ่านกันแล้วครับ นึกได้แค่ 10 ข้อก่อน ที่จริงอยากเรียกว่า personal biases มากกว่า ไม่อยากเรียกว่าหลักการลงทุนเท่าไร
1. ซื้อก็ต่อเมื่อได้วิเคราะห์ข้อมูลจนมั่นใจว่ามูลค่าตลาดของหุ้นตัวนั้นต่ำ กว่ามูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตทั้งหมดที่คาดหวังได้ของบริษัทเท่า นั้น ซึ่งถ้ามันเป็นเช่นนั้นจริง ซื้อมาแล้วไม่ต้องขายเลยก็ยังกำไร (กฎข้อนี้สำคัญมากห้ามผ่าฝืนเด็ดขาด)

2. ทิศทางของราคาหุ้นเป็นสิ่งที่ไม่มีทางทำนายได้ อย่าพยายามทำกำไรด้วยการ BLASH การเทรดหุ้นทุกวันเปรียบเสมือนการกระโจนเข้าใส่เครื่องบดเนื้อ
3. ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์บริษัทและอุตสาหกรรมให้มากที่สุด ไม่ต้องให้ความสำคัญกับการทำนายทิศทางเศรษฐกิจมหภาค เรือทุกลำต้องเผชิญพายุเหมือนกันหมด จงพยายามเลือกเรือลำที่ดีที่สุดแทนที่จะพยายามคาดเดาว่าพายุจะมาเมื่อไร
4. ราคาหุ้นไม่มีความสัมพันธ์กับกำไรในปัจจุบันแต่จะวิ่งไปตามความเชื่อของตลาด [...]

ผมมีโอกาสในพูดคุยกับนักลงทุนจำนวนมาก ผมพบว่ามีเหตุผลหนึ่งของการเข้าซื้อหุ้นเก็งกำไรของนักลงทุนเหล่านั้นคือ ได้รับข้อมูลวงในมา ว่าราคาจะไปเท่านั้น เท่านี้ จะมีข่าวอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น ออก w จะมี deal ต่างๆ นานา และมีการปรับเป้าหมายขึ้นตลอดเวลา แต่ท้ายสุดก็ราคาหุ้นเก็งกำไรเหล่านี้ก็ตกลงมาสู่จุดที่มันควรจะเป็น ทุกงานเลี้ยงก็มีวันเลิกรา นัลงทุนบางคนก็มีกำไรบ้างและออกตัวทัน บางคนกำไรช่วงแรกแต่เสียคืนหมดจนเข้าเนื้อ บางคน เต้นฟุตเวิร์ก รอจังหวะมานาน กว่าจะมั่นใจเข้าซื้อหุ้นก็กำลังจะ peak แล้ว และที่แน่นอน ส่วนใหญ่ cut loss ไม่เป็นเช่นเคยครับ เข้าข่ายที่นักเล่นหุ้นชื่อดังของบ้านเราในอดีตเคยบอกว่า profit cut short, loss let it runs ซึ่งผมพบว่านักเล่นหุ้นบ้านเราหลายคนยึดคตินี้ในการลงทุนเป็นสรณะ
ผมเอง ก็ได้เตือนนักลงทุนเหล่านี้ไปพอสมควรถึงการเคลื่อนไหวของราคาที่เกินปัจจัย พื้นฐาน แต่การเตือนก็ดูเหมือนกับเป็นการไม่ปรารถนาดีกับเขา เนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับขึ้นเรื่อยๆ [...]

ผมเคยเล่าเรื่องอสูรกายในขวดแก้วแล้วครั้งหนึ่ง ขอเอามาเล่าซ้ำอีกทีสำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้อ่านนะครับ
เรื่องนี้ เป็นนิยายต่างประเทศ มีชายคนหนึ่งฐานะไม่สู้ดีนัก หลงรักผู้หญิงคนนึงเป็นลูกสาวเศรษฐี ด้วยความที่จนกว่าจึงไม่สามารถสู่ขอแต่งงานได้ชายคนนั้นจึงมีความทุกข์มาก จนกระทั่งได้เข้าไปนั่งในร้านแห่งหนึ่ง ก็เห็นชายคนหนึ่งเป็นผู้มีอันจะกินแต่งตัวดีมาก แต่สีหน้าไม่สู้ดีนัก พระเอกจึงเข้าไปถามว่าพี่ชายก็มีเงินทองขนาดนี้ทำไม่ถึงมีความทุกข์ ชายคนนั้นจึงเล่าให้ฟังว่า เขามีขวดอยู่ใบหนึ่ง มีอสูรกายอยู่ภายในและสามารถขอได้ทุกสิ่งทุกอย่าง และจะขายให้กับพระเอก แต่มีเงื่อนไขว่าขวดนี้จะต้องขายต่อในราคาต่ำกว่าที่ซื้อมาทุกครั้งและหาก ไม่สามารถขายได้ก่อนตายเมื่อตายไปจะต้องอยู่ในนรกตลอดกาล
พระเอก ก็โกรธและกล่าวว่าเอาสิ่งชั่วร้ายอย่างนี้มาให้เขาทำไม ชายคนนั้นใจเย็นและกล่าวต่อว่า คิดดูสิ เธอก็ซื้อขวดนี้ไป ขอทุกอย่างที่ต้องการให้หมด และขายขวดนี้ไปให้คนอื่น เมื่อก่อนขวดใบนี้ราคาเป็นล้านเหรียญ ต้องเป็นเศรษฐีเท่านั้นถึงซื้อได้ ตอนนี้ดูสิเหลือแค่ 70 เหรียญเอง
พระเอกด้วยความที่มีความรักอยู่และ ต้องการเงินจึงซื้อขวดนี้ไป และขอทุกอย่างที่ปรารถนา และก็สามารถขายขวดนี้ไปได้ในราคา 69 เหรียญ หลังจากนั้นพระเอกก็ไปสู่ขอนางเอกและแต่งงาน
เรื่องราวดูเหมือนจะจบ ลงแบบ happy แต่เมื่อแต่งงานได้ไม่นาน พระเอกก็พบว่าตัวเองกำลังเป็นโรคเรื้อนซึ่งเป็นโรคที่รักษาไม่หาย [...]

ผมได้ข้อสังเกตอย่างหนึ่งขณะใช้รถไฟฟ้าที่ลอนดอนครับ ว่าการใช้บันไดเลื่อนขึ้นลงที่สถานีจะมีการกำหนดมารยาทการใช้ว่าคนที่ยืนบน บันไดเลื่อนเฉยๆ จะยืนชิดขวา คนที่รีบและจะเดินจะเดินชิดซ้าย ทำให้ผมนึกเปรียบเทียบกับบ้านเราที่คนส่วนใหญ่จะยืนกันหมด หากใครรีบแล้วอยากเดินจะลำบากเพราะจะแทรกไปข้างหน้าไม่ได้
ผมเอ งเป็นคนหนึ่งที่ชอบเดินเวลาใช้บันไดเลื่อนต่างๆ เพราะคิดว่ามันทำให้ถึงจุดหมายโดยเร็วและเป็นการออกกำลังกายด้วย ผมลองคิดว่าหากผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องใช้รถไฟฟ้าใต้ดินทุกวัน ซึ่งมีบันไดเลื่อนขึ้นลง 2-3 ชั้น หากวันหนึ่งผมเดินขึ้นลงเร็วๆ น่าจะประหยัดเวลาได้เที่ยวละ 1 นาที หรือไป-กลับ 2 นาที
หากผมต้อง เดินทางโดยรถไฟฟ้าคิดเป็นวันทำงานประมาณ 235 วันต่อปี แล้วใช้วิธีการเดินขึ้นลงบันไดเลื่อน ตลอดระยะเวลา 10 ปีผมจะประหยัดเวลาได้ 4673 นาที หรือ 78.2 ชั่วโมง
หากผมเอาเวลานี้มาอ่านหนังสือเกี่ยว กับเรื่องลงทุน ซึ่งอาจจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 5 ชั่วโมงต่อเล่ม ก็เท่ากับว่าผมสามารถอ่านหนังสือได้เพิ่มถึงเกือบๆ 16 เล่มในระยะเวลา 10 ปี ซึ่งก็นับว่าได้ความรู้ขึ้นอีกมากทีเดียวครับ
เราเรียกเวลาที่เรา ต้องอยู่เฉยโดยไม่ได้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์ [...]

ผมได้อ่านข้อมูล ใน tvi ว่าเเงินเฟ้อในเดือน ก.ค. เพิ่มสูงถึง 5.3% แล้วครับ และผมคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนต่อๆ ไปของปีนี้ก็น่าจะคงอยู่ในระดับนี้หรือมากกว่านี้ไปอีก โดยเหตุผลหลักก็เป็นที่ทราบกันว่ามาจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
หาก มองอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในระดับปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 1% ซึ่งก็หมายความว่า หากผู้ฝากเงินมีเงิน 1 ล้านบาท เมื่อครบ 1 ปีจะมีเงินเพิ่มขึ้น 1% แต่จะซื่อของได้น้อยลง 5% เพราะเงินเฟ้อทำให้อำนาจซื้อของเงินจำนวนเท่าเดิมลดลง เท่ากับว่าผู้ที่มีเงินออมและมีรายได้จากเงินฝากจนลง 4% ในแต่ละปี
อย่า คิดว่าจะเอาดอกเบี้ยมาเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละปีเลยครับ แค่ทำให้เราไม่จนลงยังทำไม่ได้เลยครับ
หากเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ไป อีก 3 ปี ก็เท่ากับว่าผู้ออมเงินจนลงไป 12% ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่น่ากลัวไม่น้อยทีเดียวครับ
แต่คนส่วนใหญ่ของ ประเทศก็เลือกที่จะออมด้วยการฝากธนาคาร !
หรือไม่บางส่วนก็ออมผ่าน กองทุนตราสารหนี้ ซึ่งปัจจุบันเราเห็นขนาดกองทุนตราสารหนี้ใหญ่กว่ากองทุนหุ้นค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นเพราะว่าหลายคนยังกลัวการลงทุนในหุ้นอยู่พอสมควร กองทุนตราสารหนี้ที่เป็นที่นิยมมากคือ กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น 9 [...]

มีเพื่อนๆถามมาหลังไมค์หลายคนเหลือเกินว่า โมเดล คืออะไร แล้วต้องทำอย่างไร ก่อนอื่น นะครับการสร้างโมเดลที่ดีนั้นตอนแรกเราต้องทำ lab การทดลองเสียก่อน โดย ผมเลือกใช้วิธีการแบบเดียวกับ โซรอส คือทดลอง lab กับตลาดหุ้นของจริง โดยการแบ่งเงินบางส่วนที่เราไม่รู้สึกอะไรหากต้องเสียไป มาทดลองกับโมเดลของเรา (ส่วนการใช้โปรแกรม simulate ดังที่หลายคนถามมานั้น ผมถือว่าอยู่ในขั้นตอนการหา ตัวชี้นำให้กับโมเดลของเรา เพราะเราจะเลือกวัดผลเอากับข้อมูลอดีตที่ผ่านมาแล้วว่าตัวไหนที่สามารถทำ กำไรได้ดีที่สุด แต่เมื่อเรามาทดสอบกับห้องทดลองในตลาดจริงของเราโมเดลนั้นอาจจะไม่ work ก็ได้)
ข้อดีของการทดลองทำ lab ในตลาดหุ้นจริงคือ จะช่วยให้เราฝึกฝนด้านจิตใจ และ trader skill ไปในตัว
เพื่อเป็นการ อธิบายให้เห็นภาพ ผมได้ใช้เวลาพอสมควรเพื่อทำ lab อันนี้ ซึ่งเห็นว่ากำลังนิยม ก็คือ lab Dsm นั่นเอง (ตัวผมเองนั้นชอบทดลองเอาแนวความคิดของคนอื่นมาผสม [...]

เนื่องจากเท่าที่อ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจ ยังไม่ค่อยเห็นบทความที่ให้ความรู้เกี่ยวกับกองทุนอสังหาริมทรัพย์นัก ผมจึงเขียนบทความหนึ่งขึ้นมา เพื่อให้ความรู้กับนักลงทุน และ ตั้งใจส่งไปให้ที่ ticon เผื่อว่า ticon จะนำไปใช้ประโยชน์ในการ edit ใหม่และเผยแพร่ต่อไป จึงขอ copy มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันด้วยครับ
นัก ลงทุนหลายคนอาจจะคุ้นกับชื่อของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ประเภท 1 และเพิ่งมาได้ยินกันหนาหูในปีนี้ ดังนั้น จึงขออธิบายเพื่อทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนนะครับ
ลักษณะทั่วไปของ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อนุญาตให้จัดตั้งนั้น เป็นกองทุนปิด กล่าวคือ จะไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุน และต้องมีเงินทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท โดยกองทุนอสังหาริมทรัพย์จะต้องลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิในการเช่า รวมกันอย่างน้อยร้อยละ 75 ของสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value: NAV) และจะต้อง ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 [...]