Saturday, July 31st, 2010

ต้องใช้ภาษาปะกิตซะหน่อย เดี๋ยวไม่เดิร์น ไม่จ๊าบ ท่านประธานชมรม YSW (Young Sexy Widow) Society จะอัพเกรดอายุเพิ่มเข้าไปอีกโดยไม่เจตนา เกาะซาเล้งของเถ้าแก่ซูให้ดีๆนะครับ เถ้าแก่โด๊ปไวอากร้าไปแล้ว ฮาๆๆๆ

๑ คำชี้แจงที่มาของ คลายเครียดเรโช

ตั้งขึ้นมาเล่นๆเพื่อ ล้อเลียน
เฟยหงเรโชของคุณเฟยหง
เมื่อประมาณปีกว่ามาแล้ว
๒ ใครเป็นผู้ริเริ่มวิธีทำคลายเครียดเรโช

ไม่รู้เหมือนกัน ครับ
นักเล่นหุ้นจำนวนมากที่ชอบ ปลอดภัยไว้ก่อน พอร์ตสอนไว้
ทำกัน มานานแล้ว
ผมเพียงแต่เอาชื่อใส่เข้าไป
เพื่อให้มองเห็นภาพ
สื่อ สารกันได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายซ้ำซาก
๓ อะไรคือคลายเครียดเรโชจุลภาค(ดูภาพประกอบ)
คือการขายหุ้น ที่ซื้อมา
เพื่อชักเอาส่วนทุนของเราขึ้นมาก่อน
และเก็บเอาส่วนเกิน ทุนที่คาดว่าจะได้จากผู้อื่น
เอามาเล่นเกมล่าส่วนเกินทุนต่อไปอย่างสบาย ใจ
เป็นการลดความเครียดจากการต้องติดตามหุ้นตัวนั้นได้
ยิ่งขายตอน ค่าคลายเครียดเรโชสูงมากเท่าไร
ความเครียดจากหุ้นตัวนั้นจะยิ่งน้อยลง เท่านั้น
สมมติเช่น
เราขายหุ้นตามวิธีคลาย เครียดเรโช
ที่ราคาหุ้นขึ้นมาจากที่ซื้อหนึ่งเท่าตัว หรือค่าคลายเครียดเรโชเท่ากับ ๑
ก็หมายความว่า เราได้เก็บส่วนทุนของเราเอาไว้แล้วอย่างปลอดภัยร้อยเปอร์เซนต์ ส่วนหุ้นที่เหลือ ขายเมื่อไร
ก็คือการแปลงทรัพย์สิน(หุ้น)เป็นเงินทุน
จาก ส่วนเกินทุน ที่ต้องได้จากผู้อื่นอย่างแน่นอนแล้ว
๔ ควรทำคลายเครียดเรโชที่ราคาหุ้นเท่าไร

ไม่มีอะไรตายตัว แต่ผมมักจะเลือกทำที่ค่า ๑
เพราะเป็นจุดที่ได้ส่วนทุนของตัวเองคืน
เท่า กับได้ส่วนเกินทุนทางตัวเลข ณ วันที่ขาย
๕ [...]

บทความนี้เขียนขึ้นโดยคุณคลายเครียด คัดลอกมาจากห้องสินธร โดยได้รับอนุญาตจากผู้เขียนแล้ว เป็นกรณีศึกษาที่น่าอ่านสำหรับนักลงทุนทั้งมือเก่าและมือใหม่ทุกคน
๑. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
พอขึ้นต้นแบบนี้ปั๊บ ใครๆก็ต้องรู้ว่าเป็นเรื่องนิทานแน่ๆเลย
ก็นิทานนั่นแหละ ใครอ่านแล้วคิดว่าเป็นเรื่องจริง
ก็แสดงว่ามันเป็นเรื่องจริง
เออ พิมพ์เองอ่านเองก็ยังงงเลยแฮะ ฮาๆๆๆ
การกินข้าวแดงนอกบ้าน
ไม่เป็น ผลดีต่อสุขภาพ
เสี่ยชูวิทย์เขารู้ดี ข้าวแดงบ้าอะไรกันจานละตั้งห้าพันบาท
พอมันเป็นนิทาน และเป็นกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ตัวเลขข้อมูลอะไรก็ไม่มีให้อ้างอิง
มั่ว ได้ เอ๊ยฟื้นความจำได้เองตามใจชอบ
ผมลองเจาะเวลาหาอดีตจากกองเอกสารที่ มีอยู่ถึงปี ๒๕๓๐
ก็ไม่พบหลักฐานว่าได้ซื้อขายหุ้นตัวนี้แต่อย่างใด
ก็ เลยสันนิษฐานว่านิทานเรื่องนี้น่าจะต้องเกิดในปี ๒๕๒๘
เรื่องมันก็เริ่ม ขึ้นตรงที่ว่า
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ยังมีแมลงเม่าหุ้น เอ๊ยมนุษย์หุ้นสองคน
เป็นเพื่อนนักเรียนที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาเป็น สิบกว่าปี
แต่ดันมีใจตรงกันโดยไม่เจตนาคือ
ตามแห่เข้าไปซื้อหุ้นตัว หนึ่งในหมวดสิ่งทอ
มีชื่อว่า”โทเอไล่” สมน้ำหน้าแล้วที่โดนตลาดไล่ออกไป
ตัวเลขอะไรผมจำไม่ได้แน่นอนแล้ว
แต่มีตัวเลขหนึ่งที่จำมาได้จนทุก วันนี้ไม่มีวันลืมคือ
๓๒ บาทต่อหุ้น
๒. sun rise industry
ผมไม่รู้ว่ามันมีศัพท์นี้หรือเปล่า
มั่วเอาก็แล้วกัน
ก็ พวกกูรู้บอกว่าตอนนี้มันเป็น sun set industry แล้ว
ดังนั้นก่อนที่พระ อาทิตย์จะตก มันก็ขึ้นมาก่อนซิ
ในตอนนั้น ตลาดหุ้นไทยถูกพวกตาน้ำข้าวตั้งชื่อซะโก้เก๋ว่า
emerging market ผมแปลแบบสเนกๆฟิชๆได้ว่า
ตลาดที่กำลังจะโผล่
ก็ใช่นะซิ
โผล่ ขึ้นมา ให้พวกยูตัดเอาส่วนเกินทุนไปกินซะให้เข็ด
หุ้นกลุ่มสิ่งทอเกือบ ทุกตัวกลายเป็นหุ้นปัจจัยพื้นฐานชั้นดี
ด้วยวิชามารผนวกวิชาเทพของตาน้ำ ข้าว
วิชามารก็คือซื้อไว้แล้วเชียร์ขึ้น
ส่วนวิชาเทพก็คือวิเคราะห์ อนาคตไว้ซะหรูเลิศประเสริฐศรี
อุตสาหกรรมห้าอะไรก็ไม่รู้ [...]

ในช่วงชีวิตของคนๆ หนึ่ง ผมเชื่อว่าเขาต้องมีความศรัทธาในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ผมเองในช่วงแรกของการทำงานหลังจากจบการศึกษาแล้ว ผมต้องทำงานเป็นวิศวกรโรงงานของบริษัทแห่งหนึ่ง ผมต้องควบคุมดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสิ้นสองกะจำนวนกว่า30คน กับโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าที่จะยอมให้ไฟดับไม่ได้อีกหนึ่งโรง ถ้าไฟดับมันไม่ใช่แค่โรงไฟฟ้ามีปัญหา แต่ปัญหามันจะเกิดกับโรงงานในกลุ่มที่รับเอากระแสไฟฟ้าไปใช้ มันทำให้เกิดความสูญเสียตามมามากครับ ความกลัวของผมเกิดขึ้นทันทีที่รู้ว่าต้องรับหน้าที่นี้ในตอนที่เราเรียนจบ ใหม่ๆ ไม่เคยต้องรับผิดชอบอะไรที่ใหญ่ๆอย่างนี้มาก่อนเลยก็ว่าได้

หลังจากความกลัวเกิดขึ้น สมองก็ต้องทำงานอย่างหนักเพราะเราต้องพยายามหาเหตุผลหักล้างความกลัวเพื่อ ให้เกิดความกล้าและเริ่มวางแผนการทำงานให้ดี ตรงนี้แหละครับมันเป็นจุดเริ่มต้นของการที่ต้องเลิกเป็นเด็กเสียที ต้องสร้างศรัทราให้เกิดขึ้นให้ได้ และนั่นคือรา และมันเป็นราในตัวเองครับ ผมเริ่มงานนั้นอย่างขลุกขลัก วันแรกที่เดินเข้าโรงงานมันก็เริ่มลองของผมทันที โรงงานขัดข้องจ่ายไฟฟ้าไม่ได้ไปหนึ่งวันเต็มๆ ลองนึกดูซิว่านายช่างมือใหม่อย่างผมจะทำอย่างไร มันกะทันหันจริง ผมคิดได้ว่ามันต้องเริ่มที่หัวหน้างานที่ชินงาน ถามไปพร้อมๆกับเปิดคู่มือเดินเครื่อง ค่อยๆแก้ไปตามขั้นตอน จนในที่สุดมันก็กลับมาเดินเครื่องได้เป็นปกติ ถ้าผมขาดสติ ขาดความเชื่อมั่นในตัวเองเวลานั้นผมคงต้องเดินออกจากโรงงานในเวลาไม่นานแน่ๆ ด้วยเหตุผลที่ให้กับตัวเองว่า “มันเป็นงานที่ไม่เหมาะกับผม”
แต่วันนั้นผมไม่ยอมแพ้ ผมสู้กับปัญหาตั้งแต่วันแรกและผมทำได้ [...]