โลกในมุมมองของ Value Investor 8 พฤษภาคม 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ข้อสังเกตของผมอย่างหนึ่งสำหรับนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จก็คือ หลาย ๆ คนมีความเชี่ยวชาญในหุ้นบางกลุ่มหรือบางแบบเป็นพิเศษ บางคนก็เชี่ยวชาญในการเล่นหุ้นด้วยเทคนิคบางอย่าง ถ้าจะพูดแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ ก็คือ พวกเขามักลงทุนภายใต้ Circle Of Competence หรือ “ขอบเขตของความรอบรู้” ที่ตนมีอยู่หรือได้สร้างขึ้นมา
ลองมาดูว่าขอบเขตของความรอบรู้ (COC) ที่ผมพอจะนึกได้ว่ามีคนใช้และทำเงินให้ได้มากมายในตลาดหุ้นไทยมีอะไรบ้าง
COC แรกที่ผมจะพูดถึงก็คือ การปั่นหุ้น นี่คือวิธีทำเงินที่ได้ผลดีมากในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเป็นกระทิงที่ร้อนแรงย้อนหลังไปไม่ต่ำกว่า 15-20 ปี โดยเฉพาะในช่วงที่กฏหมายกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ยังไม่มีผลในการควบคุม คนที่รวยจากการปั่นหุ้นในยุคนั้น จำนวนไม่น้อยก็ “เจ๊ง” ไปจากภาวะวิกฤติ ความผิดพลาด และอาจจะเกิดจากการ “หักหลัง” และอื่น ๆ แต่ผมคิดว่าหลาย ๆ คนก็ยังรวยอยู่จนถึงทุกวันนี้ ในปัจจุบัน ผมคิดว่านี่ก็ยังน่าจะเป็น COC ที่สามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ เพียงแต่การปั่นหุ้นในวันนี้อาจจะต้องมีกรรมวิธีที่ซับซ้อนขึ้นและคนที่ทำได้อาจจะต้องมีคุณสมบัติส่วนตัวเฉพาะ เช่น เป็นคนมีเงินมากพอสมควรและอาจจะต้องมีความกล้าได้กล้าเสียและกล้าเสี่ยงกับการถูกจับหรือชื่อเสียงส่วนตัวด้วย
COC ที่สองนั้นน่าจะใกล้เคียงกับอันแรก นั่นก็คือ การเก็งกำไร นี่เป็นความเชี่ยวชาญในการ “เล่นหุ้น” [...]
โลกในมุมมองของ Value Investor 1 พฤษภาคม 2553
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ครั้งหนึ่งในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของเบิร์กไชร์ แฮททาเวย์ มีคนถามว่าวัน ๆ หนึ่ง วอเร็น บัฟเฟตต์ ทำอะไรบ้าง บัฟเฟตต์ตอบว่า ส่วนใหญ่เขาอ่านหนังสือและพูดโทรศัพท์ เสร็จแล้วบัฟเฟตต์ก็หันไปถาม ชาร์ลี มังเกอร์ เพื่อนซี้และรองประธานของเบิร์กไชร์ ว่าเขาทำอะไรในแต่ละวัน มังเกอร์ตอบว่า
“คำถามนี้ทำให้ผมนึกถึงเพื่อนคนหนึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่ประจำการอยู่ในหน่วยของทหารที่ไม่มีอะไรทำ” มังเกอร์เล่าต่อว่า “นายพลคนหนึ่งได้เข้ามาพบกับกับตันกลอทซ์ซึ่งเป็นเจ้านายของเพื่อนผมและก็ถามว่า ‘กับตันกลอทซ์ คุณทำอะไรบ้าง’ เจ้านายของเพื่อนผมตอบว่า ‘ไม่มีอะไรซักอย่างเลยครับ’ ท่านนายพลโกรธมากและหันมาถามเพื่อนผมว่า ‘แล้วแกล่ะทำอะไร’ เพื่อนผมตอบว่า ‘ผมก็ช่วยงานกับตันกลอทซ์’ และนั่นก็คือคำอธิบายสิ่งที่ผมทำอยู่ที่เบิร์กไชร์ได้ดีที่สุด”
ดูเหมือนว่าวอเร็นบัฟเฟตต์ในฐานะของการเป็นนักลงทุนแบบ VI นั้น ไม่ค่อยมีงานอะไรทำ เช่นเดียวกัน ชาร์ลี มังเกอร์ ซึ่งก็เป็นนักลงทุนระดับเซียนที่ช่วยบัฟเฟตต์ลงทุนก็ไม่ค่อยมีอะไรทำเหมือนกัน ลองมาดูว่าวัน ๆ หนึ่งบัฟเฟตต์ทำอะไรบ้าง
ปกติบัฟเฟตต์ตื่นประมาณ 6.45 น. แล้วก็อ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับ บางครั้งก็เข้าไปอ่านในอินเตอร์เน็ตบ้างเพื่อดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น เขาไปถึงที่ทำงานประมาณ 9.00 น. หรือบางทีก็ 8.00 น. ขึ้นอยู่กับว่าจะมีอะไรต้องทำ [...]
โลกในมุมมองของ Value Investor 24 เมษายน 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ความร่ำรวยมหาศาลที่ได้มาอย่างสุจริตนั้น ในอดีตมักจะมาจากการทำธุรกิจและการซื้อที่ดิน มีคำพูดที่ว่า คนจีนนั้นร่ำรวยจากการทำธุรกิจและอาศัยอยู่ในเมือง ส่วน “แขก” นั้น จับจองที่ดินผืนใหญ่ชานเมืองเลี้ยงวัวและก็ร่ำรวยมหาศาลจากราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้น มาถึงยุคปัจจุบัน การทำธุรกิจก็ยังเป็นหนทางที่ทำให้ร่ำรวยได้มหาศาล แต่ก็ยากขึ้นมากสำหรับคนที่ไม่ได้มีต้นทุนเดิมที่ใหญ่พอ พูดง่าย ๆ สำหรับคนไทยที่ไม่ได้มีพ่อแม่ที่มีฐานะร่ำรวย การเริ่มธุรกิจที่จะสามารถเติบโตมหาศาลก็ยากมาก เพราะในเมืองไทยเราไม่มีอุตสาหกรรม “ไซเบอร์” ที่มีศักยภาพพอที่จะทำให้คนตัวเล็ก ๆ สร้างธุรกิจจนร่ำรวยได้ง่ายเหมือนอย่างในอเมริกาหรือจีน ส่วนเรื่องที่ดินนั้น สำหรับคนที่มีเงินมาก การเล่นที่ก็ยังเป็นหนทางสร้างความมั่งคั่งที่น่าจะโดดเด่นไม่แพ้การทำธุรกิจ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากมากที่คนมีเงินน้อยจะเข้าไปเล่นที่ได้ การจับจองที่ดินถูก ๆ เพื่อ “เลี้ยงวัว” ไม่มีอีกแล้ว
โชคดีที่ตลาดหุ้นเกิดขึ้น คน “ตัวเล็กตัวน้อย” นั่นก็คือนักลงทุนที่มีเงินเพียงน้อยนิดสามารถ “ซื้อธุรกิจ” ในตลาดหลักทรัพย์ เป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนของธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานที่ดีหรือเป็นธุรกิจที่ดีที่สุดของประเทศได้ ผลก็คือ นักลงทุนบางคนสามารถที่จะสร้างความมั่งคั่งและร่ำรวยมหาศาลได้ทั้งที่ไม่ได้มีต้นทุนเงินมากมายในตอนเริ่มแรก และเมื่อเวลาผ่านไปนานกว่านี้อีก ผมเชื่อว่าจะมีคนร่ำรวยจากการ “ทำธุรกิจ” ผ่านตลาดหุ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมยังเชื่อด้วยว่า ในที่สุด คนที่รวยโดยการทำธุรกิจผ่านตลาดหุ้นจะเป็นเรื่อง “ปกติ” เช่นเดียวกับคนที่รวยจากการทำธุรกิจด้วยตนเอง
คนที่รวยจากการเล่นที่นั้น [...]
โลกในมุมมองของ Value Investor 17 เมษายน 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
นักวิเคราะห์หุ้นแบบ Value นั้น แตกต่างจากนักวิเคราะห์หุ้น “มืออาชีพ” ทั่วไปในเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งก็คือ Value Investor ให้ความสำคัญอย่างมากกับการวิเคราะห์ “กิจการ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการตลาดของบริษัท และด้านการตลาดที่ว่าก็คือ ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระยะยาว การแข่งขัน หรือถ้าจะพูดให้โก้เก๋ก็คือ “สงคราม” การตลาดระหว่างบริษัทกับคู่ต่อสู้นั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะต้องวิเคราะห์พิจารณา เพราะถ้าวิเคราะห์ได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในสงคราม เราก็จะรู้ว่าบริษัทไหนจะรุ่งและบริษัทไหนจะร่วง ในเรื่องนี้ อัล รีส และแจ๊ค เทร้าท์ กูรูการตลาดระดับเซียนได้เขียนไว้นานแล้วในหนังสือเรื่อง Marketing Warfare พวกเขาอธิบายว่าสงครามการตลาดนั้น ไม่ได้แตกต่างจากสงครามจริงมากนักในด้านของกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ควรนำมาใช้ กฏของสงคราม ซึ่งคิดค้นโดย คาร์ล วอน คลอสวิตซ์ “บิดาแห่งการสงคราม” สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการตลาดได้อย่างเยี่ยมยอด และต่อไปนี้ก็คือกฏที่สำคัญที่สุดบางข้อที่นักลงทุนควรรู้
กฏข้อแรกก็คือ ฝ่ายที่มีทรัพยากรมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ ในสงครามทุกครั้ง กองทัพที่มีไพร่พลมากกว่าย่อมเป็นผู้ชนะ อย่าไปพูดถึงเรื่องของคุณภาพของคน ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือสงครามโลกครั้งที่สอง ที่เยอรมันพ่ายแพ้แก่สัมพันธมิตรที่มีกำลังพลและทรัพยากรต่าง ๆ มากกว่ามาก [...]
โลกในมุมมองของ Value Investor 10 เมษายน 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
สื่อมวลชน เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และแมกกาซีน นั้น เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการโน้มน้าวจิตใจคนให้เห็นด้วย หรือคัดค้าน กับประเด็นที่มีการนำเสนอ ประเด็นที่นำเสนอนั้น เป็นได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องของการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน ดังนั้นจึงมีคำพูดที่ยอมรับกันแพร่หลายว่า “ผู้คุมสื่อคือผู้ที่คุมอำนาจ”
อำนาจของสื่อในโลกของทุนนิยมนั้น แน่นอน สามารถ “ทำเงิน” ได้ บริษัทสื่อที่ “ทรงอิทธิพล” นั้น สามารถทำเงินได้มหาศาล วอเร็น บัฟเฟตต์ ได้มองเห็นจุดนี้ก่อนคนอื่นและได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัทวอชิงตันโพสต์ในช่วงที่ราคาหุ้นยังต่ำมากเมื่อหลายสิบปีก่อน หลังจากนั้น ราคาหุ้นของโพสต์ก็ปรับตัวขึ้นมามากและกลายเป็น “ตำนาน” การลงทุนหนึ่งของบัฟเฟตต์ ต่อมา เขาก็ยังได้ลงทุนในหุ้นของบริษัทโทรทัศน์ชั้นนำที่ก้าวขึ้นมาโดดเด่นแทนที่หนังสือพิมพ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ บัฟเฟตต์เองก็ยอมรับว่า ธุรกิจและความสามารถในการทำเงินของหุ้นสื่อนั้น “เปลี่ยนไปแล้ว” มันไม่ดีเหมือนก่อนเพราะเทคโนโลยี่การสื่อสารมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง สื่อมีการขยายตัวออกไปกว้างขวางมากผ่านอินเตอร์เน็ตและเคเบิลทีวีที่สามารถทำได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก สิ่งเหล่านี้กัดกร่อนกำไรของสื่อยุคเก่ามหาศาล
ลองมาดูกิจการสื่อของเมืองไทยว่าอนาคตจะไปทางไหน เริ่มจากหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ ในเมืองไทยนั้น เป็นที่ยอมรับว่าคนไทยไม่ใคร่อ่านหนังสือมากนัก [...]
โลกในมุมมองของ Value Investor 3 เมษา 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ตั้งแต่ปี 2539 ผมได้ลงทุนเงินทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ในหุ้น ในช่วงแรก ๆ นั้น แน่นอน ผมต้องเก็บเงินสดไว้จำนวนหนึ่งเป็นสภาพคล่องสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เงินจำนวนนั้นถ้าคิดคำนวณก็อาจจะประมาณเท่ากับ 10% ของเงินทั้งหมดที่มีอยู่ เงินอีก 90% ผมลงในหุ้นทั้งหมด เหตุผลที่ผมลงทุนในหุ้นนั้น เป็นเพราะผมเห็นว่าหุ้นที่ผมลงทุนนั้นเป็นบริษัทที่มั่นคง มีกำไรที่สม่ำเสมอ มีปันผลที่ค่อนข้างแน่นอนประมาณไม่ต่ำกว่า 4-5% ต่อปี ผมลงเพราะผมเห็นว่าหุ้นเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดที่ผมจะทำได้ ผมไม่คิดว่าผมรับความเสี่ยงมากเกินไป เพราะผมถือหุ้นต่าง ๆ เกือบสิบบริษัท ถ้าบริษัทหนึ่งมีปัญหา บริษัทอื่นก็ยังดีอยู่และทำผลตอบแทนชดเชยได้
ผ่านมาประมาณ 14 ปี ผมก็ยังคงถือเงินสดเป็นสภาพคล่องประมาณเท่าเดิม แต่เนื่องจากเงินลงทุนในหุ้นของผมเติบโตขึ้นมาก เงินสภาพคล่องที่เคยเป็น 10% ของพอร์ต ตอนนี้จึงเป็นเพียง 1% ของเงินทั้งหมด การถือหุ้น “ร้อยเปอร์เซ็นต์” ของผม “ตลอดเวลา” เป็นเวลา 14 ปีนั้น ได้ผ่านเหตุการณ์ “เลวร้าย” ต่าง ๆ [...]
โลกในมุมมองของ Value Investor 27 มีนาคม 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ในขณะที่วาทกรรมเรื่อง ไพร่-อำมาตย์ กำลังร้อนอยู่ในขณะนี้ ผมลองมาคิดดูถึงตัวเองในฐานะนักลงทุนอาชีพแบบ Value Investor ว่าเราน่าจะเป็นใคร ไพร่ หรือ อำมาตย์ หรือ อย่างอื่น
ก่อนที่จะพูดว่าเป็นไพร่หรืออำมาตย์ ผมคงต้องกำหนดนิยามเสียก่อนว่าไพร่และอำมาตย์ในความหมายของผมนั้น ไม่ได้เป็นคำนิยามตามพจนานุกรมที่อาจจะบอกว่าไพร่คือข้าทาสหรืออำมาตย์คือข้าราชการในสังคมไทยสมัยก่อน ไพร่ในความหมายของผมและดูเหมือนว่าจะเป็นความหมายของคนในสังคมจำนวนมากเห็นได้จากการใช้คำ ๆ นี้ในภาพยนต์และละครหลังข่าวกันเป็นประจำก็คือ เป็น “ชาวบ้าน” ที่ไม่มี “ตระกูล” ยากจน เป็นคน “ชั้นต่ำ” ของสังคมที่ไม่มีอภิสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น ว่าที่จริงไพร่นั้นเป็นคนที่ “ถูกกดขี่” และเป็นคนที่เสียเปรียบทุกด้านในสังคม
ส่วนคำว่าอำมาตย์นั้น ว่าไปแล้ว เราก็แทบจะไม่ได้ใช้เลยในชีวิตประจำวันสมัยใหม่ แต่ถ้าตีความตามที่มีการใช้กันเป็นวาทกรรมในขณะนี้ ก็น่าจะหมายถึงคนที่เป็นคน “ชั้นสูง” ของสังคม เป็นคนที่มีสถานะทางตำแหน่งงานในราชการหรือองค์กรธุรกิจ เป็นคนที่มีอภิสิทธิ์ เป็น “ผู้กดขี่” เป็น “นาย” และเป็นผู้ที่ได้เปรียบทุกอย่างในสังคม ซึ่งในสมัยปัจจุบันนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นข้าราชการเลย
มาดูก่อนว่าเราเป็นคน “ชั้นสูง” หรือไม่? นี่เป็นเรื่องชัดเจนว่าเราไม่ใช่ เราไม่ได้เกิดในตระกูล “ผู้ดี” [...]
โลกในมุมมองของ Value Investor 20 มีนาคม 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ตำนานความมั่งคั่งของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้น เป็นแรงบันดาลใจให้กับ Value Investor ทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ในเมืองไทย จุดเด่นของบัฟเฟตต์นั้น นอกจากจำนวนเงินที่มหาศาลติดอันดับต้น ๆ ของเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกแล้ว ยังเป็นเพราะเขาไม่ได้เป็นคนที่มีฐานะทางบ้านที่ร่ำรวยมาก่อน หรือแต่งงานกับคนที่ร่ำรวย นอกจากนั้น เขาไม่ได้เป็นคนที่สร้างตัวจาก “ธุรกิจ” เขาเป็นแค่ “นักลงทุน” มาตลอดชีวิต ดังนั้น นักลงทุนหนุ่ม ๆ จำนวนมากจึงอาจจะคิดว่าพวกเขาก็สามารถรวยมหาศาลได้เช่นกันโดยการยึด “อาชีพ” การเป็น “นักลงทุน” ตั้งแต่ยังอายุน้อยและด้วยเงินเริ่มต้นที่น้อยมากแบบเดียวกับบัฟเฟตต์ แต่นี่เป็นหนทางของ วอเร็น บัฟเฟตต์ จริงหรือ? ลองมาดูเส้นทางการสร้างความมั่งคั่งของ วอเร็น บัฟเฟตต์ ดูว่าเขารวยจนมีเงินประมาณ 47,000 ล้านเหรียญหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.5 ล้านล้านบาทได้อย่างไร
พูดถึง “เงินเริ่มต้น” ของบัฟเฟตต์ก่อน ตาม “ตำนาน” นั้น บอกว่าบัฟเฟตต์เริ่มต้นลงทุนด้วยเงินเพียง 100 เหรียญหรือไม่กี่พันบาทไทย [...]
โลกในมุมมองของ Value Investor 13 มีนาคม 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
กฏของการลงทุนข้อที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งก็คือ “การกระจายความเสี่ยง” หรือที่เรียกว่า Diversify ในภาษาอังกฤษ การกระจายความเสี่ยงนั้นจะเป็นการป้องกันอันตรายร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากความผันผวนหรือความผิดพลาดในการลงทุนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในแวดวงการเงินมีคำเปรียบเปรยเรื่องการกระจายความเสี่ยงว่าเหมือนกับการ “ใส่ใข่ไว้ในตะกร้าหลายใบ” นั่นก็คือ หากตะกร้าใบใดใบหนึ่งตกลงพื้นทำให้ใข่แตกหมด ใข่ในตะกร้าใบอื่น ๆ ก็ยังอยู่ แต่ถ้าใส่ใข่ทั้งหมดในตะกร้าใบเดียว และตะกร้าใบนั้นตกลงพื้น ความเสียหายก็มหาศาล ดังนั้น เขาจึงบอกว่า “อย่าใส่ใข่ทั้งหมดในตะกร้าใบเดียว” ความหมายก็คือ เงินทั้งหมดที่มีอยู่นั้น อย่าลงทุนในทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว ให้กระจายเงินลงทุนไปในทรัพย์สินต่าง ๆ ทุกอย่างให้มากที่สุด เวลาทรัพย์สินอย่างหนึ่งเสียหาย ทรัพย์สินอื่นก็ยังอยู่และมักให้ผลตอบแทนชดเชยกับความเสียหายนั้นได้ ถ้าทำแบบนี้ โดยรวมแล้ว เราจะไม่เสี่ยงหรือเสียงน้อยมาก และผลตอบแทนที่ได้จะ “ดีพอใช้”
วิธีการในการ Diversify หรือกระจายความเสี่ยงนั้นมีหลักการใหญ่ ๆ อยู่ 4 ข้อ ซึ่งถ้าเราทำตามแล้ว รับประกันได้ว่า ความเสี่ยงของเราจะน้อยลง ลงทุนแล้วนอนตาหลับและได้ผลตอบแทนน่าพอใจ อย่างไรก็ตาม อย่าหวังรวยจากการลงทุนด้วยกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงมาก ๆ
ข้อแรก กระจายการถือหลักทรัพย์ในหลาย ๆ กลุ่มหรือที่เรียกว่าหลาย [...]
โลกในมุมมองของ Value Investor 6 มีนาคม 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
การลงทุนแบบ Value Investment ในเมืองไทยนั้นน่าจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจังหลังจากปี 2540 ซึ่งเป็นปีวิกฤติเศรษฐกิจไทยและหลังจากการตีพิมพ์หนังสือเรื่อง “ตีแตก” ของผมในราวปี 2542 นั่นเป็นปีเริ่มต้นที่ “เข้าตำรา” โหร นั่นคือ ดวง “ตกฟาก” ของ VI เหมาะสม เป็น “ดวง” ที่ดีมาก เพราะหลังจากการตกต่ำอย่างหนักของตลาดหุ้นในช่วงนั้นทำให้ตลาดเต็มไปด้วยหุ้นที่มีราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ ผมยังจำได้ว่ามีหุ้นของกิจการที่มั่นคงแข็งแกร่ง เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมอาหารที่เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต ที่ยังมียอดขายดีมากในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ มีกำไรและปันผลที่สูงมาก ฐานะการเงินแข็งแกร่งไม่มีหนี้สินจากสถาบันการเงิน แต่ราคาของมันคิดเป็นค่า PE แค่ 5 เท่า ค่า PB ไม่เกิน 1 เท่า และจ่ายปันผลเมื่อเทียบกับราคาหุ้นถึง 10% ต่อปี ดังนั้น การลงทุนซื้อหุ้นแบบนี้ซึ่งก็คือหุ้นแบบ VI จึงเป็นการลงทุน “ในฝัน” และเมื่อเวลาผ่านไป มันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นการลงทุนที่ดีและได้ผลตอบแทนที่งดงามมาก
ว่าไปแล้ว ดวงตกฟากของ [...]