Thursday, March 11th, 2010

โลกในมุมมองของ Value Investor               25 ตุลาคม 52
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
หนทางสู่ความสำเร็จ  ความร่ำรวย  และความสุข  โดยที่ไม่ต้องทำงานหนักหรือดิ้นรนมากเกินไปนั้น  ผมคิดว่าอยู่ที่การรู้จักเลือกทำอะไรที่มีคุณค่ามากซึ่งทำแล้วจะได้ผลลัพธ์หรือผลตอบแทนมาก  พูดง่าย ๆ  ก็คือ  “ทำน้อยได้มาก”   และหนทางที่ทำให้เราเหนื่อยยากและทำแล้วก็ไม่ได้มรรคผลเท่าที่ควรก็คือการทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์หรือก่อให้เกิดผลน้อยกว่าแรงงานที่ใส่ลงไป   เราทำมันโดยที่ไม่ได้คิดไตร่ตรอง  ทำมันตามที่คนอื่นบังคับให้เราทำ  ทำเพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่การงาน  หรือทำเพราะความเคยชิน  เป็นต้น
หลักของการ  “ทำน้อยได้มาก”  นั้น  มาจากหลักการ  80/20 ซึ่งค้นพบโดย Vilfredo Pareto  นักเศรษศาสตร์ชาวอิตาลี  หลักการนี้พูดถึงความไม่เท่าเทียมกันระหว่าง  สาเหตุและผล  สิ่งที่ใส่เข้าไปกับสิ่งที่ได้ออกมา   และงานที่ทำกับผลตอบแทนที่ได้รับ  โดยที่ความไม่เท่าเทียมนั้นโดยคร่าว ๆ  ก็คือ  ประมาณ 80 ต่อ 20  ตัวอย่างเช่น  ถ้าเราเอาคนที่ดื่มเหล้าหนักที่สุด 20%  ของคนดื่มเหล้าทั้งหมดมานับรวมกันดูก็จะพบว่าพวกเขาดื่มเหล้าคิดเป็นประมาณ 80%  ของการบริโภคเหล้าทั้งหมด    หรือเอาปัญหาทางการผลิตที่สำคัญเพียง 20% มาแก้ไขปรับปรุงก็จะได้ผลผลิตที่ดีขึ้น 80% หรือมากกว่า   ว่าที่จริงกฏ 80/20 นั้น  [...]

โลกในมุมมองของ Value Investor            17 ต.ค. 52
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ถึงขณะนี้เราน่าจะพอพูดได้แล้วว่าวิกฤติเศรษฐกิจของปี 2551 ได้สิ้นสุดลงแล้วแม้ว่าความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะตกกลับลงไปอีกครั้งหนึ่งก็ยังคงมีอยู่    แต่อย่างน้อยผมคิดว่าเศรษฐกิจคงไม่เลวร้ายลงไปต่ำกว่าเดิม   อย่างมากเศรษฐกิจก็อาจจะนิ่งและหงอยเหงาไปอีกระยะหนึ่ง   ดังนั้น  ผมจึงอยากจะทบทวนดูว่าเราได้รับบทเรียนอะไรบ้างจากวิกฤติเศรษฐกิจและตลาดหุ้นที่เลวร้ายมากครั้งนี้
ข้อแรกก็คือ  ความจริงที่ยังไม่เสื่อมคลายที่ว่า  ในวิกฤตินั้นมีโอกาสอยู่เสมอ  และครั้งนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น   ว่าที่จริง  ในวิกฤติครั้งนี้มีโอกาสมากมายในการทำกำไรจากตลาดหุ้น  เพราะฐานะและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนจำนวนมากยังดีอยู่เป็นปกติในขณะที่ราคาหุ้นลดลงมาเกือบครึ่งหนึ่ง   ดังนั้น  คนที่กล้าและมั่นใจในพื้นฐานของกิจการและเข้าไปช้อนซื้อหุ้นไว้จึงได้กำไรมหาศาลภายในระยะเวลาอันสั้น
ข้อสอง  บริษัทจดทะเบียนที่มีคุณภาพดีเยี่ยมเข้าข่ายเป็น  Super Stock นั้น   มักจะสามารถทนทานต่อภาวะเลวร้ายทางเศรษฐกิจได้  ผลการดำเนินงานมักจะไม่ลดลง  บางบริษัทยังเติบโตได้  ในเวลาเดียวกัน  ฐานะทางการตลาดกลับแข็งแกร่งขึ้น  เช่นเดียวกับฐานะทางการเงินของบริษัทที่ยังมั่นคงเช่นเดิม  และด้วยเหตุนั้น  ทำให้ราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงน้อย   บางตัวหุ้นกลับมีราคาสูงขึ้นในขณะที่หุ้นโดยทั่วไปตกลงมาอย่างหนัก   บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า  ถ้ามีหุ้นของกิจการที่ดีเยี่ยมแล้ว   ความจำเป็นที่จะต้องขายอย่างรีบด่วนนั้นมีน้อย
ข้อสาม  วิกฤติเศรษฐกิจนั้น  แม้ว่าจะส่งผลกระทบที่เลวร้ายและรุนแรงแต่มันอยู่ไม่นาน  วิกฤติครั้งนี้พูดกันว่ารุนแรงที่สุดนับจากปี 1929 หรือเกือบ 80 ปีมาแล้ว   แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ  เศรษฐกิจหดตัวติดต่อกันเพียง  4  ไตรมาศ ซึ่งสำหรับนักลงทุนระยะยาวอย่าง VI จำนวนมากแล้ว  4 ไตรมาศหรือ หนึ่งปีนั้น   เป็นช่วงเวลาที่สั้นมากเมื่อเทียบกับการลงทุน  [...]

โลกในมุมมองของ Value Investor               10 ตุลาคม 2552
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
เดือนนี้สำหรับหลาย ๆ คนที่มีอายุครบ 60 ปีคงจะเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากเขา  “เกษียณอายุ”  นั่นคือ  เขาไม่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงานประจำที่เขาทำมาหลายสิบปี  เขาไม่ต้องรับผิดชอบงานในหน้าที่ที่ต้องทำให้สำเร็จในเวลาที่กำหนด  เขาไม่ต้องเข้าประชุมถกเถียงกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าอีกต่อไป  ความเครียดในการทำงานดูเหมือนจะหายไป  แต่ในอีกด้านหนึ่ง  เขาคงเริ่มคิดถึงชีวิตสังคมในที่ทำงาน  ต่อไปนี้เขาจะคุยกับใคร  เขาจะได้ฟังหรือเล่าเรื่องซุบซิบนินทาให้ใครฟัง   เขาจะมีงานสังสรรเหมือนเดิมที่ไหน  และสำหรับหลายคนที่เคยเป็นผู้บริหาร  เขาจะสั่งหรือใช้ใครพิมพ์งานหรือติดต่อส่งข่าวต่าง ๆ ในเมื่อเลขาที่เขาเคยมีหายไป  ใครจะขับรถไปรับตัวเองหรือลูกเมียหรือวิ่งงานสารพัดในเมื่อคนขับรถก็จะหายไปด้วย  นั่นเป็นเรื่องที่  “น่าใจหาย” สำหรับหลาย ๆ  คน  แต่สำหรับคนจำนวนมากนั้น  เรื่องที่จะต้องคิดและน่าห่วงมากยิ่งกว่าก็คือ  เขาจะจัดการกับเรื่องการเงินหลังจากนี้อย่างไรในเมื่อเงินรายได้ประจำเดือนนั้นจะไม่มีอีกต่อไป
ผมเชื่อว่าคนที่อ่านบทความนี้และถึงวัยเกษียณแล้วคงต้องมีเงินเก็บสะสมไว้บ้าง  หลาย ๆ  คนมีเงินมากพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย  ดังนั้น  ผมคงพูดโดยอิงกับคนสองกลุ่มนี้เท่านั้น  ส่วนคนที่แทบไม่มีเงินเก็บสะสมเลยหรือมีน้อยมากนั้น  ผมคิดว่าทางเดียวที่ทำได้ก็คือ  หางานทำต่อไปไม่ว่าจะเป็นงานประจำหรืองานอิสระ   ส่วนคนที่เกษียณแล้วจริง ๆ    ต่อไปนี้คือความคิดและคำแนะนำของผมซึ่งเป็นคนที่สมัครใจ  “เกษียณ”  ก่อนกำหนดตั้งแต่อายุ 50 ปีเศษ ๆ  และใช้ชีวิต  “อิสระ” มาได้ [...]

โลกในมุมมองของ Value Investor             3 ตุลาคม 2552
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
เรื่องของ EQ หรือความสามารถทางอารมณ์เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของการเป็น VI ที่ดี   ว่าที่จริง  EQ  นั้น  น่าจะสำคัญกว่า IQ หรือความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้วยซ้ำ  ประเด็นสำคัญของการลงทุนในตลาดหุ้นก็คือ  เราต้องมีทัศนะคติที่ถูกต้อง  มีอารมณ์ที่มั่นคง  และมีความกล้าที่จะตัดสินใจ  เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ  ในการลงทุนนั้น   เราต้องกล้าในยามที่คนส่วนใหญ่ในตลาดกำลังกลัว  และกลัวในยามที่นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังฮึกเหิม
ในมุมมองของ VI นั้น  ตลาดหุ้นเป็นเสมือนคนที่มีอารมณ์  “แปรปรวน” และทำการซื้อขายหุ้นในราคาที่บ่อยครั้งไม่มีเหตุผล  เช่นถ้าวันนั้น  “นายตลาด” มีอารมณ์ดีเป็นพิเศษ  เขาก็จะเสนอซื้อหุ้นจากเราในราคาที่สูงลิ่วเกินมูลค่าของธุรกิจไปมาก   แต่ในวันที่เขารู้สึกหดหู่  เขาก็พร้อมที่จะเสนอขายหุ้นให้เราในราคาที่ต่ำติดดินทั้ง ๆ  ที่มันก็คือกิจการเดียวกับที่เขาเสนอซื้อในราคาสูงลิ่วจากเราในวันก่อน  หน้าที่ของเราก็คือ  “เอาเปรียบ” เขาเมื่อเขาเสนอโอกาสมาให้  แต่อย่าไป  “ตามเขา”
ประเด็นเรื่องความเสี่ยงของการลงทุนในหลักการของ VI นั้น  ถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่ง  วอเร็น บัฟเฟตต์  ถึงกับพูดว่า  กฏของการลงทุนข้อที่หนึ่งคือ  อย่าขาดทุน  และกฏการลงทุนข้อสองก็คือ  ให้กลับไปอ่านข้อหนึ่ง  นั่นก็คือ  [...]