Saturday, July 31st, 2010

โลกในมุมมองของ Value Investor             27 มีนาคม 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ในขณะที่วาทกรรมเรื่อง ไพร่-อำมาตย์ กำลังร้อนอยู่ในขณะนี้  ผมลองมาคิดดูถึงตัวเองในฐานะนักลงทุนอาชีพแบบ Value Investor ว่าเราน่าจะเป็นใคร  ไพร่ หรือ อำมาตย์ หรือ อย่างอื่น
ก่อนที่จะพูดว่าเป็นไพร่หรืออำมาตย์  ผมคงต้องกำหนดนิยามเสียก่อนว่าไพร่และอำมาตย์ในความหมายของผมนั้น   ไม่ได้เป็นคำนิยามตามพจนานุกรมที่อาจจะบอกว่าไพร่คือข้าทาสหรืออำมาตย์คือข้าราชการในสังคมไทยสมัยก่อน  ไพร่ในความหมายของผมและดูเหมือนว่าจะเป็นความหมายของคนในสังคมจำนวนมากเห็นได้จากการใช้คำ ๆ  นี้ในภาพยนต์และละครหลังข่าวกันเป็นประจำก็คือ  เป็น  “ชาวบ้าน”  ที่ไม่มี “ตระกูล”  ยากจน  เป็นคน “ชั้นต่ำ” ของสังคมที่ไม่มีอภิสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น   ว่าที่จริงไพร่นั้นเป็นคนที่  “ถูกกดขี่”  และเป็นคนที่เสียเปรียบทุกด้านในสังคม
ส่วนคำว่าอำมาตย์นั้น  ว่าไปแล้ว  เราก็แทบจะไม่ได้ใช้เลยในชีวิตประจำวันสมัยใหม่  แต่ถ้าตีความตามที่มีการใช้กันเป็นวาทกรรมในขณะนี้  ก็น่าจะหมายถึงคนที่เป็นคน  “ชั้นสูง”  ของสังคม  เป็นคนที่มีสถานะทางตำแหน่งงานในราชการหรือองค์กรธุรกิจ  เป็นคนที่มีอภิสิทธิ์  เป็น  “ผู้กดขี่” เป็น  “นาย”  และเป็นผู้ที่ได้เปรียบทุกอย่างในสังคม  ซึ่งในสมัยปัจจุบันนี้  ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นข้าราชการเลย
มาดูก่อนว่าเราเป็นคน “ชั้นสูง” หรือไม่?  นี่เป็นเรื่องชัดเจนว่าเราไม่ใช่  เราไม่ได้เกิดในตระกูล  “ผู้ดี”  [...]

โลกในมุมมองของ Value Investor             20 มีนาคม 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ตำนานความมั่งคั่งของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้น  เป็นแรงบันดาลใจให้กับ Value Investor ทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ในเมืองไทย  จุดเด่นของบัฟเฟตต์นั้น  นอกจากจำนวนเงินที่มหาศาลติดอันดับต้น ๆ ของเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกแล้ว  ยังเป็นเพราะเขาไม่ได้เป็นคนที่มีฐานะทางบ้านที่ร่ำรวยมาก่อน  หรือแต่งงานกับคนที่ร่ำรวย  นอกจากนั้น  เขาไม่ได้เป็นคนที่สร้างตัวจาก  “ธุรกิจ”  เขาเป็นแค่  “นักลงทุน”  มาตลอดชีวิต  ดังนั้น  นักลงทุนหนุ่ม ๆ  จำนวนมากจึงอาจจะคิดว่าพวกเขาก็สามารถรวยมหาศาลได้เช่นกันโดยการยึด  “อาชีพ”  การเป็น  “นักลงทุน” ตั้งแต่ยังอายุน้อยและด้วยเงินเริ่มต้นที่น้อยมากแบบเดียวกับบัฟเฟตต์   แต่นี่เป็นหนทางของ วอเร็น บัฟเฟตต์ จริงหรือ?   ลองมาดูเส้นทางการสร้างความมั่งคั่งของ วอเร็น บัฟเฟตต์ ดูว่าเขารวยจนมีเงินประมาณ 47,000 ล้านเหรียญหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.5 ล้านล้านบาทได้อย่างไร
พูดถึง “เงินเริ่มต้น” ของบัฟเฟตต์ก่อน  ตาม  “ตำนาน”  นั้น  บอกว่าบัฟเฟตต์เริ่มต้นลงทุนด้วยเงินเพียง  100 เหรียญหรือไม่กี่พันบาทไทย  [...]

โลกในมุมมองของ Value Investor             13 มีนาคม 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
กฏของการลงทุนข้อที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งก็คือ  “การกระจายความเสี่ยง”  หรือที่เรียกว่า Diversify  ในภาษาอังกฤษ   การกระจายความเสี่ยงนั้นจะเป็นการป้องกันอันตรายร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากความผันผวนหรือความผิดพลาดในการลงทุนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  ในแวดวงการเงินมีคำเปรียบเปรยเรื่องการกระจายความเสี่ยงว่าเหมือนกับการ  “ใส่ใข่ไว้ในตะกร้าหลายใบ”  นั่นก็คือ  หากตะกร้าใบใดใบหนึ่งตกลงพื้นทำให้ใข่แตกหมด  ใข่ในตะกร้าใบอื่น ๆ  ก็ยังอยู่   แต่ถ้าใส่ใข่ทั้งหมดในตะกร้าใบเดียว  และตะกร้าใบนั้นตกลงพื้น  ความเสียหายก็มหาศาล  ดังนั้น  เขาจึงบอกว่า  “อย่าใส่ใข่ทั้งหมดในตะกร้าใบเดียว”   ความหมายก็คือ  เงินทั้งหมดที่มีอยู่นั้น  อย่าลงทุนในทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว  ให้กระจายเงินลงทุนไปในทรัพย์สินต่าง ๆ  ทุกอย่างให้มากที่สุด  เวลาทรัพย์สินอย่างหนึ่งเสียหาย  ทรัพย์สินอื่นก็ยังอยู่และมักให้ผลตอบแทนชดเชยกับความเสียหายนั้นได้  ถ้าทำแบบนี้   โดยรวมแล้ว  เราจะไม่เสี่ยงหรือเสียงน้อยมาก  และผลตอบแทนที่ได้จะ “ดีพอใช้”
วิธีการในการ Diversify หรือกระจายความเสี่ยงนั้นมีหลักการใหญ่ ๆ  อยู่ 4 ข้อ  ซึ่งถ้าเราทำตามแล้ว  รับประกันได้ว่า  ความเสี่ยงของเราจะน้อยลง  ลงทุนแล้วนอนตาหลับและได้ผลตอบแทนน่าพอใจ  อย่างไรก็ตาม  อย่าหวังรวยจากการลงทุนด้วยกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงมาก ๆ
ข้อแรก  กระจายการถือหลักทรัพย์ในหลาย ๆ  กลุ่มหรือที่เรียกว่าหลาย  [...]

โลกในมุมมองของ Value Investor           6 มีนาคม 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
การลงทุนแบบ Value Investment ในเมืองไทยนั้นน่าจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจังหลังจากปี 2540 ซึ่งเป็นปีวิกฤติเศรษฐกิจไทยและหลังจากการตีพิมพ์หนังสือเรื่อง  “ตีแตก”  ของผมในราวปี 2542   นั่นเป็นปีเริ่มต้นที่  “เข้าตำรา”  โหร  นั่นคือ  ดวง “ตกฟาก”  ของ VI เหมาะสม  เป็น “ดวง” ที่ดีมาก  เพราะหลังจากการตกต่ำอย่างหนักของตลาดหุ้นในช่วงนั้นทำให้ตลาดเต็มไปด้วยหุ้นที่มีราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ  ผมยังจำได้ว่ามีหุ้นของกิจการที่มั่นคงแข็งแกร่ง  เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมอาหารที่เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต  ที่ยังมียอดขายดีมากในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ  มีกำไรและปันผลที่สูงมาก  ฐานะการเงินแข็งแกร่งไม่มีหนี้สินจากสถาบันการเงิน   แต่ราคาของมันคิดเป็นค่า PE แค่  5  เท่า  ค่า PB  ไม่เกิน 1 เท่า  และจ่ายปันผลเมื่อเทียบกับราคาหุ้นถึง 10%  ต่อปี  ดังนั้น  การลงทุนซื้อหุ้นแบบนี้ซึ่งก็คือหุ้นแบบ VI จึงเป็นการลงทุน  “ในฝัน”  และเมื่อเวลาผ่านไป  มันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นการลงทุนที่ดีและได้ผลตอบแทนที่งดงามมาก
ว่าไปแล้ว  ดวงตกฟากของ  [...]

โลกในมุมมองของ Value Investor          28 กุมภาพันธ์ 53
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าจะตกอยู่ในภาวะยุ่งเหยิงทางการเมืองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  หลาย ๆ  คนมองว่าถ้าแก้ไม่ตก  เราอาจจะกลายเป็น  Failed State หรือ  “รัฐที่ล้มเหลว”  นั่นคือ  บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป  ประชาชนแตกแยกและต่อสู้ทำร้ายกันเองและไม่มีใครสามารถปกครองหรือรักษาความสงบเรียบร้อยกันได้  และถ้าเป็นอย่างนั้น  เศรษฐกิจก็จะพังทลาย   มองมาที่หุ้นและตลาดหุ้น  นักวิเคราะห์และคอมเม้นเตเตอร์จำนวนมากต่างก็พูดถึงเหตุการและสถานการณ์ทางการเมืองที่  “รุนแรง”  ที่เกิดขึ้นว่าจะทำให้ตลาดหุ้น  “ตกอย่างหนัก”  และแนะนำว่าควร  “ลดพอร์ตลงทุน”  หลีกเลี่ยงการถือหุ้นจนกว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะ  “ชัดเจนกว่านี้”  แต่สถานการณ์ทางการเมืองก็ไม่เคยชัดเจนและไม่ดีขึ้น  เช่นเดียวกัน  ประเทศก็ไม่ได้กลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว  เช่นเดียวกัน  เศรษฐกิจก็ไม่ได้พังทลาย   และเช่นเดียวกัน  ตลาดหุ้นก็ไม่ได้ตกอย่างหนัก    ดูเหมือนว่าทุกอย่างก็ดำเนินไปตามครรลองของมัน   ยกเว้นแต่เรื่องของการเมืองที่ก็ยัง  “ล้าหลัง”  อยู่เหมือนเดิม
เรื่องของการเมืองที่จะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นนั้น   ดูเหมือนว่าคนจะเชื่อกันว่ามันมีผลกระทบที่รุนแรง  เราถูกสอนหรือถูกทำให้ฝังใจกันมานานว่า   การเมืองคือปัจจัยสำคัญในการกำหนดทุกอย่างในประเทศ  ถ้าการเมืองมีปัญหาหรือมี  “วิกฤติ”   เศรษฐกิจก็ไปไม่ได้  และแน่นอน  ตลาดหุ้นก็จะต้องตกอย่างรุนแรง  ดังนั้น  พอเกิดปัญหาทางการเมืองขึ้น  คนก็มีแนวโน้มจะขายหุ้นทิ้ง  ทำให้หุ้นตก   แต่ถ้าปัญหาการเมืองนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจหรือการดำเนินการของบริษัทจดทะเบียนโดยตรง  เมื่อเวลาผ่านไปนักลงทุนก็เริ่มเห็นและกลับเข้ามาซื้อหุ้นใหม่  [...]