โลกในมุมมองของ Value Investor 23 ตุ…
โลกในมุมมองของ Value Investor 23 ตุลาคม 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ในตลาดหุ้นนั้น เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่ากระทิงกับคำว่าหมีหรือ Bull กับ Bear กระทิงคือภาวะที่ตลาดหุ้นหรือราคาหุ้นหรือดัชนีหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน ตรงกันข้าม ตลาดหมีคือภาวะที่ดัชนีตลาดปรับตัวลงรุนแรงและต่อเนื่องยาวนานเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยังมีภาวะตลาดหุ้นอีกแบบหนึ่งคือภาวะที่ตลาดหุ้น “ไม่ไปไหน” คือหุ้นอาจจะขึ้นบ้างไม่มากนักแล้วก็ลงมาไม่มากอีกเช่นกันและก็ขึ้น ๆ ลง ๆ แบบนั้นเป็นเวลายาวนาน ตลาดหุ้นแบบนี้ฝรั่งเรียกว่า Range-Bound ผมขอเรียกว่าตลาด “หมู” เรามาลองดูว่าตลาดแต่ละแบบที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยนั้นเกิดเมื่อไร มีที่มาที่ไปอย่างไร
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ผมเพิ่งกลับจากก…
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ผมเพิ่งกลับจากการส่งลูกไปเรียนที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เวลาประมาณเกือบสองสัปดาห์ที่อาศัยอยู่ในอพารตเม้นท์ใจกลางลอนดอนที่ผมเช่าให้ลูกพักอาศัยนั้น ผมพบประสบการณ์หลายอย่างที่อาจจะเป็นสัญญาณบอกว่าอังกฤษซึ่งเป็นประเทศพัฒนาแล้วอันดับต้น ๆ ของโลกนั้น น่าจะมีระดับการพัฒนาที่เสื่อมถอยลงเมื่อเทียบกับประเทศไทยที่กำลังพัฒนามากขึ้น พูดง่าย ๆ ความห่างระหว่างรายได้หรือระดับการพัฒนาของอังกฤษกับไทยตามสถิตินั้น น่าจะลดลงในอนาคต ว่าที่จริง ผมเองคิดว่าตัวเลขสถิติความห่างชั้นในปัจจุบันเองนั้น ก็อาจจะไม่ใช่ “ของจริง” ตามพื้นฐาน แต่เป็นเรื่องของตัวเลขที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทกับค่าเงินปอนด์ที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ทำให้ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจของอังกฤษเหนือกว่าของไทยมากมายกว่าสิบเท่า
การลงทุนนั้นก็เหมือนกับการทำอะไรอีกหลาย …
การลงทุนนั้นก็เหมือนกับการทำอะไรอีกหลาย ๆ อย่างที่ วิธีหรือกระบวนการที่ง่ายกลับให้ผลที่ดีกว่าวิธีที่ยากและซับซ้อน ในภาษาอังกฤษจึงมีคำพูดที่นิยมกันมากว่า “Keep It Simple And Stupid” หรือใช้คำย่อว่า “KISS” แปลเป็นไทยว่า ต้องทำให้มันง่ายและโง่ที่สุด การลงทุนแบบ KISS นั้นควรจะเป็นอย่างไร? และมันดีจริงหรือ? เพื่อที่จะตอบคำถามนี้ ผมขอยกหลักการของโปรเฟสเซอร์ Charles D. Ellis นักวิชาการและนักเขียนเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนชื่อดังมาอธิบาย เขาเสนอว่า KISS ในการลงทุนนั้น มีหลักการและวิธีการ 5 ขั้นดังต่อไปนี้ ข้อแรก เก็บออมเงินสม่ำเสมอและเริ่มตั้งแต่อายุน้อย หลักการนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก เพราะการเริ่มต้นเร็วนั้น นอกจากจะเพาะนิสัยในการเก็บออมแล้ว การลงทุนจะเริ่มได้เร็วและมีระยะเวลาลงทุนนานกว่าที่เราจะเกษียณอายุ ด้วยพลังของการ “ทบต้น” ของผลตอบแทนที่ได้จะทำให้เม็ดเงินเติบโตเร็วมาก วิธีที่จะคำนวณว่าเม็ดเงินจะเติบโตไปถึงแค่ไหนนั้น … Continue reading
คำสาปของผู้ชนะ
โลกในมุมมองของ Value Investor 9 ตุลาคม 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร “ข่าวดี” ในแวดวงของนักเล่นหุ้นที่พบมากที่สุดอย่างหนึ่งก็คือการที่บริษัท “ชนะ” อะไรบางอย่าง เช่น การประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการที่ถูกควบคุมโดยหน่วยงานของรัฐเช่นกิจการโทรคมนาคม การชนะประมูลก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ และการชนะประมูลหรือแข่งขันซื้อกิจการของบริษัทจดทะเบียน เป็นต้น เพราะทุกครั้งที่มี “ข่าวดี” ดังกล่าว นักเล่นหุ้นต่างก็จะเข้าซื้อหุ้นไล่ราคาจนขึ้นไปสูง คนคิดว่าการที่บริษัทชนะการประมูลจะทำให้ผลประกอบการในอนาคตของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ความเป็นจริงก็คือ การชนะประมูลนั้น ไม่ได้แปลว่าบริษัทจะต้องมีกำไรเพิ่มในอนาคต การชนะการประมูลนั้นหมายความเพียงว่าบริษัทจะมีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น มีธุรกิจมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะต้องมีกำไรเพิ่มขึ้น หรือบริษัทจะมีกำไรเพิ่มขึ้นคุ้มค่ากับเงินที่จะต้องลงทุนเพิ่ม อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หุ้นของบริษัทโบรกเกอร์นั้นก็มักจะมีหลักคิดที่อิงอยู่กับความเชื่อที่มี “หลักการอ้างอิง” และเป็น “ประโยชน์” ต่อโบรกเกอร์เองในการกระตุ้นให้คนซื้อขายหุ้น ดังนั้น นักวิเคราะห์ส่วนมากก็จะคาดการณ์ผลประกอบการที่จะเพิ่มขึ้นอย่างคนมองโลกในแง่ดี นั่นคือ คาดว่าบริษัทจะมีกำไรเพิ่มขึ้นคุ้มค่าหรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามรายได้ที่จะเพิ่มขึ้น … Continue reading
นักเก็งกำไร VS นักลงทุน
โลกในมุมมองของ Value Investor 18 กันยายน 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ในตลาดหุ้นไทยนั้น ใครที่ซื้อหุ้นแล้ว “ถือยาว” ก็เรียกกันว่า “นักลงทุน” ส่วนคนที่ซื้อแล้วขายในระยะเวลาอันสั้นก็มักถูกเรียกว่า “นักเก็งกำไร” เท่าไรถึงจะเรียกว่ายาวหรือสั้นก็ไม่ชัดเจนแล้วแต่ใครจะคิด บางทีตอนซื้อก็คิดว่าจะถือสั้น “เก็งกำไร” แต่พอหุ้นตกติดหุ้นก็เลยต้องถือยาวกลายเป็น “ลงทุน” การแบ่งแยกว่าใครเป็นนักเก็งกำไรหรือใครเป็นนักลงทุนนั้น บ่อยครั้งไม่ใคร่ชัดเจน แม้แต่เจ้าตัวเองบางทีก็ไม่รู้จริง คนจำนวนมากคิดว่าตนเองเป็นนักลงทุนแต่จริง ๆ แล้วพฤติกรรมที่ทำอยู่เป็นการเก็งกำไรก็มีไม่น้อย บทความนี้จะพยายามกำหนดว่าแนวความคิดหรือพฤติกรรมแบบไหนเป็นการเก็งกำไรหรือลงทุน ไม่ใช่เรื่องเดียวแต่หลาย ๆ เรื่อง คนที่มีพฤติกรรมแบบเก็งกำไรมาก ๆ ผมก็คิดว่าเขาเป็นนักเก็งกำไรโดยธรรมชาติ คนที่มีพฤติกรรมของการลงทุนมาก ผมก็สรุปว่าเขามีธรรมชาติเป็นนักลงทุน ข้อแรก ก็แน่นอน นักเก็งกำไรมักจะถือหุ้นสั้น แต่ละตัวมักจะถือไม่เกิน … Continue reading
ปันผลคือพื้นฐานหุ้น
โลกในมุมมองของ Value Investor 11 กันยายน 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร หลักการหรือหัวใจของ Value Investment หรือการลงทุนแบบเน้นคุณค่าก็คือ การหามูลค่าที่ควรจะเป็นหรือมูลค่า “พื้นฐาน” ของหุ้น จากนั้นก็ดูว่าราคาหุ้นในตลาดเป็นเท่าไร ถ้าราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานที่คำนวณได้ก็ให้ซื้อ ถ้าราคาหุ้นสูงกว่ามูลค่าพื้นฐานก็ให้ขาย เพราะนักลงทุนแบบ VI เชื่อว่าในที่สุดราคาหุ้นจะวิ่งเข้าหามูลค่าพื้นฐานเสมอ คำถามสำคัญมีอยู่ 2 ข้อ นั่นคือ หนึ่ง มูลค่าพื้นฐานคืออะไร? มาจากไหน? อะไรเป็นตัวกำหนดมูลค่าพื้นฐานของหุ้น พูดง่าย ๆ คำนวณมูลค่าพื้นฐานอย่างไร? ข้อสอง เมื่อไรเล่าที่ราคาจะวิ่งเข้าหาพื้นฐาน? เป็นไปได้ไหมที่ราคาหุ้นอาจจะไม่สะท้อนพื้นฐานเป็นระยะเวลานานมาก เผลอ ๆ ตลอดไป กลายเป็นหุ้นที่อาจจะ … Continue reading
Jesse Livermore นักเก็งกำไรบันลือโลก
โลกในมุมมองของ Value Investor 4 กันยายน 53 ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ในโลกของ Value Investor นั้น ทุกคนรู้จักและนับถือ วอเร็น บัฟเฟตต์ ว่าเป็นนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่ในโลกของนักเก็งกำไรนั้น ชื่อของ Jesse Livermore ได้รับการยอมรับว่าเป็นตำนานของนักเก็งกำไรที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งเคียงบ่าเคียงไหล่กับคนอย่าง Bernard Baruch และ Gerald Loeb ว่าที่จริง บางคนบอกว่าเขาเป็นนักเก็งกำไรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ฉายาของเขาคือ “หมีใหญ่แห่งวอลสตรีท” เพราะเขาชอบเก็งกำไรโดยเฉพาะในช่วงตลาด “ขาลง” นั่นคือ เขาจะชอร์ตหุ้นและ/หรือสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดล่วงหน้า ชีวิตและหลักการเก็งกำไรของ ลิเวอร์มอร์นั้นน่าสนใจไม่เฉพาะแต่นักเก็งกำไร Value Investor ก็ควรจะรู้ไว้ ลิเวอร์มอร์ … Continue reading
คำพูดอมตะ
โลกในมุมมองของ Value Investor สิงหาคม 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร การลงทุนนั้นเป็นศิลปะ “ชั้นสูง” อย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงมี “คำพูด” ของกูรูมากมายที่พูดถึงการลงทุน ลองมาดูว่ามีคำพูดที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงและใช้อ้างอิงจนกลายเป็นคำพูดคลาสิกหรือเป็นคำพูดอมตะที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาอะไรบ้าง คำพูดแรกคงต้องยกให้เป็นของเบน เกรแฮม ในฐานะที่เป็น “บิดา” ของการวิเคราะห์การลงทุนอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ นั่นก็คือ “ตลาดหุ้นในระยะสั้นเป็นเสมือนเครื่องลงคะแนน แต่ในระยะยาวเป็นเสมือนเครื่องชั่ง” ความหมายก็คือ ในระยะสั้น ๆ นั้น ราคาหุ้นจะขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจซื้อขายของนักลงทุน ถ้าคนเชื่อและลงความเห็นว่ามันจะขึ้นมากกว่าคนที่คิดว่ามันจะลง ราคาก็จะขึ้นตามการ “ลงคะแนน” ของนักลงทุน แต่ในระยะยาวแล้ว ราคาหุ้นขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทว่ามันจะมีกำไรมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีกำไรมากหรือเทียบกับว่ามีน้ำหนักมาก ตลาดก็จะให้ราคาหุ้นสูงขึ้นตามกำไรหรือน้ำหนักนั้น คำพูดที่สองผมคงต้องยกให้กับ วอเร็น บัฟเฟตต์ ในฐานะที่เป็นนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก … Continue reading
ทฤษฎีเล่นหุ้นของนักลงทุน
โลกในมุมมองของ Value Investor 21 สิงหาคม 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ผมเรียนจบปริญญาเอกทางด้านการเงินในสาขาการลงทุน และได้เรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎีการเงินต่าง ๆ มากมาย ทฤษฎีเหล่านั้น แน่นอน ก่อนที่จะเป็นที่ยอมรับต้องได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริงโดยใช้ตัวเลขทางสถิติ แต่พอมาเป็นนักปฏิบัติ เป็นนักลงทุนจริง ๆ ผมก็พบว่า ยังมีทฤษฎีอีกมากมายที่มีการพูดกันโดยที่ไม่มีการพิสูจน์ ไม่มีการใช้สถิติ แต่เป็นเรื่องที่มาจากประสบการณ์ของคนในวงการที่พูดแล้วมีคนเห็นด้วยและเชื่อว่าน่าจะเป็นความจริง ผมเองเห็นว่าเป็นเรื่องน่าสนใจและอาจจะเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันจึงนำเสนอทฤษฎีการลงทุนซักสองเรื่องดังต่อไปนี้ ทฤษฎีแรกคือ ทฤษฎี “งานค็อกเทล” ซึ่งเสนอโดย ปีเตอร์ ลินช์ ทฤษฎีนี้บอกว่าภาวะหรือดัชนีตลาดหุ้นนั้น สามารถทำนายได้จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงแบบค็อกเทลที่ตัวเขาซึ่งเป็นผู้บริหารกองทุนรวมจะประสบ นั่นคือ ในช่วงที่ 1) ซึ่งมักจะเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นได้ตกลงมาระยะหนึ่งแล้วและไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะขึ้นมาได้อีก คนในงานจะไม่มีใครพูดถึงตลาดหุ้น ที่จริงถ้าพวกเขารู้ว่าลินช์เป็น “ผู้บริหารกองทุนรวม” พวกเขาก็จะพยักหน้าอย่างสุภาพแล้วก็จะรีบเดินจากไป … Continue reading
งานประจำของ VI
โลกในมุมมองของ Value Investor 17 สิงหาคม 2553 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร การที่จะเป็น Value Investor ที่ดีนั้นเราจะต้องทำอะไร? ถ้า VI ไม่ค่อยซื้อขายหุ้นหรือตามราคาหุ้นแล้ว วัน ๆ เขาจะทำอะไร? คำตอบของผมก็คือ งานของ VI ก็คือ การค้นหาหุ้นที่จะลงทุนและการเพิ่มความสามารถในการเลือกหุ้นและการจัดการการลงทุนได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะทำให้เราได้ผลตอบแทนที่ดีโดยที่มีความเสี่ยงไม่มาก และต่อไปนี้ก็คือ งานบางอย่างที่ผมคิดว่า VI ที่มุ่งมั่นควรทำเป็นประจำ เรื่องแรกคือ การหาความรู้เรื่องการลงทุนโดยเฉพาะที่เป็นแนว Value Investment และวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การอ่านหนังสือการลงทุนที่เขียนโดยนักวิชาการหรือนักลงทุนที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับว่าประสบความสำเร็จในสายงานของตน หนังสือการลงทุนนั้นมีมากมายมหาศาลยากที่จะอ่านได้หมด ดังนั้น อย่างน้อยเราควรอ่านเดือนละเล่มโดยเฉลี่ย และเนื้อหาของหนังสือนั้นควรจะครอบคลุมกว้างขวางในทุกด้านของทฤษฎีและปรัชญาการลงทุน ข้อแนะนำเพิ่มเติมของผมก็คือ … Continue reading