สัญญาณแห่งความรุ่งเรือง
โลกในมุมมองของ Value Investor 7 สิงหาคม 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาแต่ละไตรมาศนั้น มีประโยชน์น้อยในการพิจารณาการลงทุน เหตุผลก็เพราะมันเป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว นักลงทุนต้องการรู้ว่าอนาคต หรือการประกาศตัวเลขในไตรมาศที่จะถึงเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรมากกว่า การที่จะรู้ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรนั้น บ่อยครั้งผมจะดูจาก “สัญญาณ” ที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่ผมเห็นและสัมผัสในชีวิตประจำวัน อย่างเช่นในช่วงนี้ผมรู้สึกว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยคงจะรุ่งเรืองพอสมควรทีเดียว เพราะผมได้เห็นและรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงในกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้ สัญญาณแรกซึ่งผมเริ่มรู้สึกเล็กน้อยมาได้หลายเดือนแล้วก็คือ ร้านสะดวกซื้อมีคนเดินหยิบสินค้าและเข้าคิวจ่ายเงินมากขึ้น ร้านสะดวกซื้อนั้น จริง ๆ แล้วเป็นสัญญาณที่ไม่แรงหรือเป็นสัญญาณอ่อน เพราะจำนวนคนในแต่ละช่วงเวลานั้นมีไม่มาก การรอจ่ายเงินก็ไม่นาน อย่างไรก็ตาม มันเป็นสิ่งที่ผมเห็นทุกวัน บางวันเห็นมากกว่าหนึ่งครั้ง และส่วนใหญ่เห็นหลายร้าน เนื่องจากในซอยบ้านผมมีร้านสะดวกซื้อหลายร้านที่ผมต้องเดินผ่านเกือบทุกวัน การมีคนเข้าร้านสะดวกซื้อมากขึ้นเป็นสัญญาณว่าคนชั้นกลาง-ล่าง มีเงินมากขึ้นในการซื้อสินค้า เครื่องดื่มและอาหารบริโภคในชีวิตประจำวัน ดังนั้น นี่เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าน่าจะดีขึ้น … Continue reading
คนเหมือนกันทั้งโลก
โลกในมุมมองของ Value Investor 31 กรกฎาคม 2553 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ในการวิเคราะห์เรื่องการลงทุนนั้น แนวความคิดที่สำคัญมากอย่างหนึ่งที่ผมยึดถือก็คือความคิดที่ว่า “คนนั้นเหมือนกันทั้งโลก” ความแตกต่างของพฤติกรรมที่เราเห็นจากคนในแต่ละสังคมหรือแต่ละประเทศนั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกิดจากความแตกต่างของรายได้ นั่นคือ สังคมที่รวยกว่าจะมีพฤติกรรมในการบริโภคและการใช้ชีวิตแตกต่างจากคนในสังคมที่จนกว่า แต่ในสังคมที่รวยพอ ๆ กันก็จะประพฤติหรือบริโภคสิ่งที่คล้าย ๆ กัน พูดง่าย ๆ คนไม่ได้แตกต่างกันเพราะเชื้อชาติ สีผิว หรือแม้แต่วัฒนธรรม แต่คนแตกต่างกันเพราะมีรายได้ไม่เท่ากัน แต่ถ้าจะพูดให้ถูกต้องชัดเจนก็คือ แท้ที่จริงแล้ว คนเรานั้นชอบหรืออยากทำอะไรเหมือน ๆ กัน เพียงแต่คน ๆ หนึ่งอาจจะมีรายได้มากพอที่จะทำในสิ่งที่ต้องการได้ ในขณะที่คนอีกคนหนึ่งทำไม่ได้เพราะไม่มีเงิน จากแนวความคิดดังกล่าว ทำให้เราสามารถคาดการณ์ว่า ประเทศไทยหรือสังคมไทยจะเคลื่อนไหวไปทางไหน สินค้าหรือบริการอะไรจะขายได้หรือขายดีในอนาคต … Continue reading
ทำเงินก้อนโต
โลกในมุมมองของ Value Investor 24 กรกฎาคม 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร Value Investor นั้นก็เหมือนกับคนในวงการอื่น ๆ ที่มีทั้งนักลงทุนประเภท Aggressive หรือพวกที่ “ก้าวร้าว” กล้าได้กล้าเสีย ทำงานหนัก หนุ่มแน่น ซึ่งในบางช่วงบางสถานการณ์ อย่างเช่นในช่วงนี้ สามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ หลายคนกลายเป็นเศรษฐีในเวลาไม่นาน กับอีกกลุ่มหนึ่งหรือที่จริงควรเรียกว่าอีกปีกหนึ่งที่เป็น VI ประเภท Conservative หรือนักลงทุนแนวอนุรักษ์นิยมที่เน้นความปลอดภัยในการลงทุนเป็นหลัก ไม่ชอบอะไรที่หวือหวาและอันตราย คนในกลุ่มนี้ชอบลงทุนในกิจการที่มีความแน่นอนของผลประกอบการของบริษัทแม้ว่ากิจการจะโตช้าและหลายกิจการอาจจะใกล้ที่จะอยู่ในอุตสาหกรรมตะวันตกดิน เกือบทั้งหมดชอบหุ้นถูกแม้ว่ามันจะถูกมานาน พวกเขามักจะเป็นคนที่มีอายุมากกว่าพวกแรกและหลายคนมีเงินไม่มากและเหลือเฟือที่จะกล้าเสี่ยง ผลตอบแทนการลงทุนของพวกเขาดูเหมือนว่าจะไปแบบเนิบ ๆ ไม่หรูหราและอาจจะไม่เลวร้ายไม่ว่าในสถานการณ์ไหน สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปก็คือ ถ้าเราจะเป็น VI แบบ … Continue reading
หมึกพอลในตลาดหุ้น
โลกในมุมมองของ Value Investor 17 กรกฎาคม 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร การแข่งขันฟุตบอลโลกได้จบลงแล้วพร้อมกับชัยชนะและการเป็น “ฮีโร” ของนักเตะทีมสเปนและ “หมึกพอล” ปลาหมึกยักษ์ที่สามารถทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลโลกได้ถูกต้องติดต่อกัน 8 ครั้งตลอดการแข่งขัน หลายคนคงคิดว่าปลาหมึกยักษ์ชื่อพอลดังกล่าวมี “ญาณ” พิเศษที่ทำให้มันสามารถทำนายผลได้ถูกต้องแต่ก็อาจจะยังงง ๆ อยู่ว่ามันทำได้อย่างไรเนื่องจากมันเป็นสัตว์ที่ไม่ได้มีความรู้อะไรเกี่ยวกับฟุตบอล สิ่งที่มันทำอยู่ก็คือการเลือกกินหอยในกล่องใบหนึ่งจากกล่องสองใบที่คนเอาไปวางไว้ให้มันเท่านั้น สำหรับคนที่ “มีเหตุผล” แล้ว พวกเขาคิดว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญ หรือ “ฟลุ๊ค” แต่ถ้าสมมุติว่าแทนที่จะเป็นปลาหมึก ผู้ที่ทำนายการแข่งขันนั้นเป็นคนจริง ๆ ที่ชื่อว่า “พอล” และสามารถทำนายการแข่งขันฟุตบอลโลกถูกต้องถึง 8 ครั้งติดต่อกันแบบหมึกพอล อะไรจะเกิดขึ้น? พอลคงเป็น “ฮีโร” จริง … Continue reading
กำเนิด VI
โลกในมุมมองของ Value Investor 10 กรกฎาคม 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร พื้นฐานของชีวิตและการเริ่มต้นเป็น Value Investor หรือนักลงทุนของแต่ละคนนั้นบอกอะไรบางอย่างถึงแนวทางหรือกลยุทธการลงทุนของเขา รวมถึงการคาดการณ์อนาคตที่เขาจะไปถึงได้ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้น “เกิดมาเพื่อที่จะเป็นนักลงทุนเอกของโลก” เพราะเขารักการหาเงินและลงทุนตั้งแต่เด็ก เขาเกิดในช่วงเวลาและในประเทศที่เหมาะสม และได้พบและเรียนรู้ศาสตร์การลงทุนจาก เบน เกรแฮม ปรมาจารย์ด้านการลงทุนเอกของโลก กลยุทธและวิธีการของเขาก็คือ ลงทุนระยะยาวและโตไปกับเศรษฐกิจที่รุ่งเรืองสุด ๆ ของอเมริกา จอร์จ โซรอส นั้น เป็นเด็กหนุ่มชาวยิวฮังการีที่ต้องหนีนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง ความคิดของเขาก็คือ ต้องเร็วและเอาตัวรอดให้ได้ การลงทุนของเขานั้นดูเหมือนจะคล้าย ๆ กับการต่อสู้หรือสงคราม นั่นคือ เข้า “โจมตี” … Continue reading
โลกของศิลปิน
โลกในมุมมองของ Value Investor 3 กรกฎาคม 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร สำหรับผม นักลงทุนมืออาชีพหรือคนที่ลงทุนเป็นเรื่องเป็นเรื่องเป็นราวและใช้เวลากับการลงทุนค่อนข้างมากนั้น เป็นเหมือน “ศิลปิน” เช่นเดียวกับคนที่เป็น ดารา นักร้อง นักกีฬา นักเขียน นักวาดภาพ และศิลปินอื่น ๆ ลองมาไล่ดูว่าเหมือนกันอย่างไร ข้อแรกก็คือ นักลงทุนก็เหมือนกับดารา (ต่อไปนี้ผมจะใช้คำว่าดาราเป็นตัวแทนศิลปินอื่น ๆ ทั้งหมด) ในแง่ที่ว่า ทั้งคู่ต่างก็เป็นคนที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการ “เล่น” หรือ “แสดง” หรือ “ทำมาหากิน” หรือสร้างชื่อเสียงและอื่น ๆ ความสามารถนี้เกิดจากการศึกษาในด้านของ “เบสิค” หรือพื้นฐานของวิชาความรู้ แต่ความสามารถในการกระทำนั้นเกิดจากการฝึกฝนและพรสวรรค์ของแต่ละบุคคล … Continue reading
ความฝันของ VI
โลกในมุมมองของ Value Investor 26 มิถุนายน 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร Value Investor หนุ่มสาวหลายคน โดยเฉพาะที่เริ่มประสบความสำเร็จจากการลงทุนอย่างงดงามนั้น มักจะมีความฝันที่บรรเจิด พวกเขามักจะคำนวณตัวเลขความมั่งคั่งที่เขาจะมีในอนาคตโดยอิงจากผลตอบแทนที่ผ่านมาในช่วง 3-4 ปี ซึ่งสูงมากเช่นเฉลี่ยปีละ 40-50% และบางคนมากยิ่งกว่านั้น พวกเขารู้ว่าการทำกำไรจากตลาดหุ้นปีละ 40-50% ในระยะยาวนั้นยากมาก โดยเฉพาะเมื่อภาวะตลาดไม่อำนวยและพอร์ตลงทุนมีขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้นเขาก็จะลดประมาณการผลตอบแทนลง อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่าการทำผลตอบแทนปีละ 20-25% นั้นไม่ใช่เรื่องยาก ว่าที่จริงบางทีผ่านไป 2-3 เดือนเขาก็ได้กำไรมาแล้วทั้ง ๆ ที่ภาวะตลาดหุ้นก็ไม่ได้ดีนัก การตั้งเป้าผลตอบแทนที่ 25% ต่อปีในระยะยาวนั้นแปลว่าเขาอาจจะสามารถ มี “อิสรภาพทางการเงิน” หรือเลิกทำงานประจำได้ภายในอาจจะ … Continue reading
VI Effect
โลกในมุมมองของ Value Investor 19 มิถุนายน 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ปรากฏการณ์เล็ก ๆ อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ในแวดวงของ Value Investor ก็คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียกว่า “VI Effect” นี่คือปรากฏการณ์ที่หุ้นหลาย ๆ ตัวที่กลุ่ม Value Investor “มืออาชีพ” ซื้อลงทุนและได้รับการกล่าวขวัญถึงในเว็บไซ้ต์หรือสื่อต่าง ๆ มีราคาปรับตัวขึ้นค่อนข้างเร็วและมาก ก่อนที่จะพูดถึงเหตุผล ผมคงต้องทำความเข้าใจถึงความหมายของคำว่า “Effect” เสียก่อนว่ามันหมายถึงอะไรเวลาพูดเกี่ยวกับเรื่องของการลงทุน คำว่า Effect นั้น หมายถึงผลกระทบ หรืออิทธิพลอันเนื่องมาจากการกระทำของคนหรือกลุ่มของนักลงทุนที่มีต่อราคาหุ้นซึ่งอาจจะไม่นับหรือยังไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของพื้นฐานของบริษัท แต่เป็นเรื่องที่การกระทำของคนหรือกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ส่งผลให้มีคนทำตามจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นหรือลงมากกว่าที่ควรเป็น ตัวอย่างเช่น เมื่อมีข่าวว่า วอเร็น … Continue reading
ลดความเสี่ยงแบบ VI
โลกในมุมมองของ Value Investor 12 มิ.ย. 53 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับการลงทุนในพันธบัตรหรือกองทุนต่าง ๆ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย เราควรจะต้องลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยลงเท่าที่จะทำได้ แต่ในขณะเดียวกัน ยังได้ผลตอบแทนที่ดีมาก พูดง่าย ๆ ลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงแต่ความเสี่ยงต่ำ และต่อไปนี้คือเกณฑ์หรือกลยุทธง่าย ๆ ที่จะทำให้เราได้ผลลัพธ์แบบนั้น ข้อ 1) รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ นี่เป็นหลักสำคัญ เพราะความเสี่ยงก็คือการที่คุณ “ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่” หรือเข้าใจผิดว่ารู้แต่จริง ๆ แล้วไม่รู้ เช่น คิดว่าการลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ที่ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์เช่นปิโตรเคมีนั้น “ไม่เสี่ยง” ข้อ 2) กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ไม่ถือหุ้นจำนวนน้อยหรือมากตัวเกินไป จำนวนที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนที่มีเงินลงทุนไม่เกิน 100 … Continue reading
สัญญาณแห่งคุณค่า
โลกในมุมมองของ Value Investor 5 มิถุนายน 2553 ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ในการค้นหาว่าหุ้นตัวไหนจะมี Value หรือมีคุณค่า หรือมีคุณค่ามากขึ้นนั้น นอกจากกำไรที่ควรจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ต่อไปนี้คือสัญญาณบางอย่างที่จะช่วยบอกเราว่าหุ้นตัวนั้นจะเป็นหุ้น Value ที่น่าสนใจในอนาคตและเป็นหุ้นที่เราควรพิจารณาลงทุน สัญญาณแรกก็คือ Market Share หรือส่วนแบ่งทางการตลาดของสินค้าของบริษัทเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นี้เป็นสัญญาณที่ดีมาก เนื่องจากมันบอกว่าความสามารถในการแข่งขันของบริษัทกำลังเพิ่มขึ้น และการได้หรือมีธุรกิจมากขึ้นมักจะก่อให้เกิดความได้เปรียบในแง่ของต้นทุนการผลิตและการขายของสินค้าต่อหน่วยซึ่งจะลดลง และนั่นก็จะทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้นไปอีก ก่อให้เกิด “วงจรแห่งความรุ่งเรือง” ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ สัญญาณข้อที่สองก็คือ บริษัทสามารถควบคุมราคาขายของสินค้าของบริษัทได้ดี นั่นก็คือ บริษัทสามารถกำหนดหรือควบคุมราคาขายสินค้าของบริษัทได้ในระดับที่มีเหตุผล คือมีกำไรที่เพียงพอ นี่เป็น Value หรือคุณค่าของกิจการ … Continue reading