Home   SearchSearch   MemberlistMemberlist   UsergroupsUsergroups   RegisterRegister   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in
หากจะมองข้ามหุ้นอสังหา...เพราะเหตุใดครับ
Goto page 1, 2  Next
 
Post new topic   Reply to topic    Thai Value Investor Webboard Forum Index -> Value Investing
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Coca-Cola
Regular


Joined: 24 Apr 2006
Posts: 235
Location: ราษบูรณะ

PostPosted: Wed Feb 11, 2009 3:02 pm    Post subject: หากจะมองข้ามหุ้นอสังหา...เพราะเหตุใดครับ Reply with quote

ผมรู้สึกว่า VI ส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยมองหุ้นอสังหาบ้างเลย ทั้ง LPN LH AP และ QH  ...  

เป็นต้น ทำให้มีข้อสงสัยว่าหุ้นกลุ่มนี้ ไม่ใช่หุ้นในแนว VI หรือเปล่าครับ
_________________
เล่นหุ้นไม่เก่ง...เซ็งจังหว่า
Back to top
View user's profile Send private message Yahoo Messenger
et al.
Regular


Joined: 23 Apr 2007
Posts: 242

PostPosted: Wed Feb 11, 2009 3:29 pm    Post subject: Re: หากจะมองข้ามหุ้นอสังหา...เพราะเหตุใดครับ Reply with quote

Coca-Cola wrote:
ผมรู้สึกว่า VI ส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยมองหุ้นอสังหาบ้างเลย ทั้ง LPN LH AP และ QH  ...  

เป็นต้น ทำให้มีข้อสงสัยว่าหุ้นกลุ่มนี้ ไม่ใช่หุ้นในแนว VI หรือเปล่าครับ


อย่างที่ดร. บอกน่ะครับ
property developer ต้องหาลูกค้าตลอดเวลา
เหนื่อยตลอดเวลา...
แต่ก็ ไม่ได้หมายความว่าลงทุนไม่ได้ ถามว่าเป็นหุ้นแนว VI มั้ย ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน
เพราะบางบริษัท ก็มีจุดแข็งในตัว
พวกนี้ถ้า demand turn around เมื่อไหร่ ได้กันเป็นเด้งๆครับ 2X ก็ยังน้อยไป
สุดท้าย ราคาที่ MOS สูงๆคงเป็นตัวตัดสิน
Back to top
View user's profile Send private message
alex1975



Joined: 10 Jul 2007
Posts: 58

PostPosted: Wed Feb 11, 2009 4:57 pm    Post subject: Reply with quote

ตอนนี้มีหลายตัวที่ต่ำกว่า book value หรือราคาพาร์ด้วยซ้ำครับ
Back to top
View user's profile Send private message
Luty97
Regular


Joined: 20 Jun 2006
Posts: 959
Location: BKK

PostPosted: Wed Feb 11, 2009 10:35 pm    Post subject: Reply with quote

แต่ผมว่าคนในเวปนี้ มี LPN PS กันหลายคนนะ อิอิอิ...

เพียงแต่ไม่โพส บอกกันเท่านั้น ช่วงนี้เค้าเลิกเชียร์หุ้นกันละ

เข็ดจากปีที่แล้ว คนเชียร์ก็เจ็บ คนตามก็เจ็บ แต่คนเชียร์โดนด่าแถมอีก  Laughing
_________________
อย่าซื้อหุ้นตามคนอื่นนะครับ
"คิดเอง ทำเอง รับผลนั้นเอง"

Critical Mass!!!
Back to top
View user's profile Send private message MSN Messenger
dome@perth
Regular


Joined: 05 Oct 2007
Posts: 1098
Location: Island of Kangaroos

PostPosted: Wed Feb 11, 2009 10:45 pm    Post subject: Reply with quote

Luty97 wrote:
แต่ผมว่าคนในเวปนี้ มี LPN PS กันหลายคนนะ อิอิอิ...

เพียงแต่ไม่โพส บอกกันเท่านั้น ช่วงนี้เค้าเลิกเชียร์หุ้นกันละ

เข็ดจากปีที่แล้ว คนเชียร์ก็เจ็บ คนตามก็เจ็บ แต่คนเชียร์โดนด่าแถมอีก  Laughing


oops  ชู่ว์  do not do that  do not do that
_________________
A Financial Freedom Seeker
works for.. not to work forever
Back to top
View user's profile Send private message Send e-mail
sai
Regular


Joined: 30 Apr 2008
Posts: 1658
Location: โชคชัยสี่

PostPosted: Thu Feb 12, 2009 12:04 am    Post subject: Reply with quote

แต่ความจริง
ผมว่าอสังหาราคาน่าสนใจหลายตัวนะครับ อาทิ น้อง Q น้อง P น้อง L และ น้อง A ก็ไม่เห็นว่าไม่น่าสนใจอย่างไรนะครับ (สนใจอยู่ครับ แต่ยังไม่ได้ซื้อ)
_________________
ฝันใกล้ใกล้ แล้วไปช้าช้า
Back to top
View user's profile Send private message Send e-mail
happiness
Regular


Joined: 26 Jun 2007
Posts: 513

PostPosted: Thu Feb 12, 2009 12:07 am    Post subject: Reply with quote

ซัดไปแล้ว มีทั้งตัวใหญ่ และตัวเล็ก ๆ  Very Happy

สำหรับกลุ่มอสังหา บางตัวหนี้สูง ก็หลีกเลี่ยงกันหน่อยก็ดีนะครับ
_________________
you can get it if you really want

ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ความฝันที่มีแต่คุณเท่านั้นที่มองเห็น
Back to top
View user's profile Send private message
jung_oh
Regular


Joined: 08 Jul 2007
Posts: 587
Location: อุดม(ด้วยความ)สุข

PostPosted: Thu Feb 12, 2009 9:32 am    Post subject: Reply with quote

ผมก็ถืออยู่นะครับ หุ้น อสังหา


วันก่อน ก้เพิ่งซื้อเพิ่มไปเอง  Very Happy
Back to top
View user's profile Send private message Send e-mail MSN Messenger
DevilCupid
Regular


Joined: 30 Jan 2009
Posts: 100

PostPosted: Thu Feb 12, 2009 11:15 am    Post subject: Reply with quote

อมตะกับนวนคร ถือเป็นหุ้นอสังหามั้ยครับ
ดูแล้วสองตัวนี้เป็นยังไงครับ
Back to top
View user's profile Send private message
yoyo
Regular


Joined: 16 Feb 2003
Posts: 4103

PostPosted: Thu Feb 12, 2009 11:25 am    Post subject: Reply with quote

ถ้านับกองทุนอสังหา กับ นิคมเป็น หุ้นอสังหาด้วย
ผมถืออสังอยู่ประมาณ 65% ของ port แน่ะ ...  Cool
_________________
การลงทุนที่มีค่าที่สุด คือการลงทุนในความรู้
www.yoyoway.com
Back to top
View user's profile Send private message Send e-mail
naris
Regular


Joined: 09 May 2005
Posts: 5714
Location: ทะเลแห่งภูเขา

PostPosted: Thu Feb 12, 2009 12:02 pm    Post subject: Reply with quote

ส่วนตัวผมเอง อยู่ต่างจังหวัดโอกาสตามผลงานที่ผ่านมาและทำเลที่จะสร้างใหม่แทบไม่มี ดูแต่งบอย่างเดียวค่อนข้างอันตรายสำหรับกลุ่มนี้ เลยพยายามหลีกเลี่ยงครับ ถ้าจะมีก็เอาพอสนุกๆด้วยหลายๆสาเหตุ แต่ไม่ใช่ซื้อเกิน5%ของพอร์ตแล้วถ้าถือคงจะถือแบบชั่วคราวครับ
_________________
ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร
Back to top
View user's profile Send private message Send e-mail Yahoo Messenger
nw108
Regular


Joined: 08 Jun 2008
Posts: 288

PostPosted: Thu Feb 12, 2009 12:56 pm    Post subject: Reply with quote

Very Happy  


    โดยส่วนตัวที่มีประสบการณ์กับงานก่อสร้าง ส่วนใหญ่งบดูลไม่ค่อยสะอาดครับ เเต่ง บ/ช กันเป็นส่วนใหญ่ ลงทุนในกลุ่มนี้บ้างเเต่ไม่มากเท่าไรครับ
Back to top
View user's profile Send private message MSN Messenger
ktpkhk8



Joined: 15 Jun 2006
Posts: 48
Location: songkha

PostPosted: Sun Feb 15, 2009 11:25 pm    Post subject: หุ้นอสังหา เงินเฟ้อ สถานการณ์ปัจจุบัน ถึง แนวโน้มข้างหน้า Reply with quote

ผมคิดว่าอสังหา น่าลงทุน เหตุเพราะเป็นกลุ่มที่ลงหนัก และเป็นลำดับต้นๆ ของการตกลงของตลาดหุ้นไทย ก็น่าจะกลับมาได้ก่อน
เงินเฟ้อ -การบริโภค มีผลต่ออสังหา ปัจจุบันแนวโน้มเป็นเงินฝืด เลยทำให้อสังหาตกลง แต่..หากทุกอย่างไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น ราคาหุ้นที่ตกลงแรงขณะนี้ (ต่ำ bv ปันผลสูง..มาก..) จะมีแรงดีดกลับที่รุนแรงได้เช่นกัน
อีกทั้งรัฐบาลชุดปัจจุบันก็มองขาดในเรื่องอสังหา ซึ่งจะนำไปสู่การบริโภคอื่นๆที่จะตามมา มีบ้านเป็นจุดเริ่มต้นการดำรงชีวิต ก็จะต้องหาทุกอย่างเข้าบ้าน อีกอย่างที่ดินและบ้านจะชนะเงินเฟ้อได้ในระยะยาว
เมื่อมาดูฐานะการเงินของบริษัทบ้านต่างๆ หลังวิกฤต ปี2540 มีความมั่นคงในแง่ฐานทุน และโครงสร้างหนี้สิน (มีบทเรียนการกู้ยืมเงินนอกแล้วเจ๊ง เป็นอย่างไร) และกลุ่มผู้ที่ให้ยืมปัจจุบันคือธนาคารไทยเป็นส่วนใหญ่ กลุ่มธนาคาร จะเห็นได้ว่าแข็งแกร่งมากจากงบการเงินที่ออกมาปี2551 นี้ ย่อมไม่มีปัญหาเรื่องความพร้อมในการปล่อย แต่จะปล่อยลดลง ก็ตามสภาพเศรษฐกิจอยู่แล้ว แต่..มันเป็นรายได้ของธนาคาร ธนาคารจะไม่ปล่อยสินเชื่อก็ต้องกินแกลบแน่นอน คงยากจะไม่ปล่อย
       ก็แนะนำว่าซื้อหุ้นของบริษัทที่ธนาคารปล่อยได้อย่างสบายใจ คื่อมีชื่อเสียง ฐานะการเงินดี ผลิตภัณฑ์ดี ผู้บริหารเก่งและดี  มี่ที่ดินเผื่อไว้พัฒนาแล้ว  ส่วนตัวหุ้นก็พิจารณาเองนะครับ เพราะทั้งหมดเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผมเอง

       "สุดท้ายทุกคนย่อมอยากมีบ้านเป็นของตัวเองซักหลัง ใช่ไหมครับ"
_________________
KTPK8.>>..การปลูกผลไม้ เพื่อเก็บเกี่ยวดอกผลต้อง อย่าด่วนโค่นต้นเสียทีเดียวหากต้นไม้นั่นยังแข็งแรงอยู่ จงอยู่รอเก็บเกี่ยวจนกว่าต้นนั้นจะแก่และอ่อนแอ และไม่สามารถให้ผลได้แล้ว จึงค่อยโค่น..
Back to top
View user's profile Send private message
sai
Regular


Joined: 30 Apr 2008
Posts: 1658
Location: โชคชัยสี่

PostPosted: Mon Feb 16, 2009 10:55 am    Post subject: Reply with quote

nw108 wrote:
Very Happy  


    โดยส่วนตัวที่มีประสบการณ์กับงานก่อสร้าง ส่วนใหญ่งบดูลไม่ค่อยสะอาดครับ เเต่ง บ/ช กันเป็นส่วนใหญ่ ลงทุนในกลุ่มนี้บ้างเเต่ไม่มากเท่าไรครับ

ขอความรู้เพิ่มเติมหน่อยครับ ว่ากลุ่มนี้เค้าจะมีกลยุทธ์ในการตกแต่งบัญชีอย่างไรครับ เพราะเท่าที่เดาเดาเอาคงจะซื้อที่ดินถูกแล้วลงบัญชีแพงกว่าอย่างนั้นหรือเปล่าครับ ขอบคุณครับ
_________________
ฝันใกล้ใกล้ แล้วไปช้าช้า
Back to top
View user's profile Send private message Send e-mail
Amadeus
Regular


Joined: 29 Jul 2008
Posts: 270

PostPosted: Thu Feb 19, 2009 5:23 pm    Post subject: Reply with quote

yoyo wrote:
ถ้านับกองทุนอสังหา กับ นิคมเป็น หุ้นอสังหาด้วย
ผมถืออสังอยู่ประมาณ 65% ของ port แน่ะ ...  Cool


ขอความรู้หน่อยนะครับน้องโย

กำลังจะเริ่มศึกษากลุ่มนี้ เห็นกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหนี้มากแถมเป็นหนี้ระยะยาวไม่น้อยทีเดียว
(เอาเฉพาะพวกที่ขายบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้า คอนโด นะครับ)

แล้วของเก่าก็ยังขายไม่หมด ก็ต้องขึ้นโครงการใหม่ตลอด
คอนโดทำเลทองมักจะขายหมด  แต่พวกบ้านเดี่ยวมักจะเหลือเป็นสต็อกไว้

หลายบริษัทโตขึ้นเพราะว่าสินค้าคงคลังมากขึ้นและหนี้ก็เพิ่มด้วย
แต่กำไรก็โตบ้างตกบ้าง

รายรับที่รับรู้เข้ามาในงบเข้ามาตั้งแต่ตอนโอน หรือตอนจองครับ
แล้วถ้าเป็นกรณีเช่าซื้อเค้าบันทึกรายได้เหมือนกับโอนแล้วเลยหรือป่าวครับ

ขอคำแนะนำเวลาจะศึกษาหุ้นกลุ่มนี้หน่อยครับ Smile
_________________
Some men read Playboy but Warren reads annual reports.
I read Hustler ha ha
Back to top
View user's profile Send private message
Amadeus
Regular


Joined: 29 Jul 2008
Posts: 270

PostPosted: Thu Feb 19, 2009 5:35 pm    Post subject: Reply with quote

ต่ออีกนิดนะครับ

มองปัจจุบัน ศก.แย่ลง แต่โครงการที่เริ่มไปแล้วก็หยุดไม่ได้
ในขณะที่กำลังซื้อหดลงแน่ๆ แต่ไม่เป็นไรเก็บไว้ก่อนไว้ขายตอน ศก.ดี

มองไปข้างหน้า ศก.กลับมาดี คนเริ่มมั่นใจว่าส่งไหวแน่นอน
แต่ไม่ได้หมายความว่าเอาของในสต็อกมาขายอย่างเดียวแล้วรับตังไป
ตอ้งแข่งกันขยายโครงการใหม่ๆอีก ไม่แคล้วตอ้งกู้ ใครเป็นหนี้เยอะ
กู้ไม่ได้ก็เสียเปรียบคู่แข่งไป

ข้อดี น่าจะเป็นราคาหุ้นที่ตกลงมามากจริงๆ ทั้งตัวใหญ่ ตัวเล็ก
อาจได้ปันผลงามๆระหว่างรอ

ใครเห็นต่างอย่างไรโปรดชี้แนะ ถือว่าช่วยกันเปิดหูเปิดตาครับ Wink
_________________
Some men read Playboy but Warren reads annual reports.
I read Hustler ha ha
Back to top
View user's profile Send private message
satantuey
Regular


Joined: 29 Jul 2008
Posts: 139

PostPosted: Thu Feb 19, 2009 7:29 pm    Post subject: Reply with quote

Cool ผมทำงานอยู่บริษัทอสังหาแห่งนึง...(ไม่เอ่ยนาม..อิอิ) Laughing   ผมว่าช่วงนี้ค่อนข้างแย่อ่ะครับ....ฝืดเคือง...ลูกค้ากู้ไม่ผ่านเยอะ...โอนยากขึ้น...กระทบมาถึงสภาพคล่องบริษัท.....สรุป...ช่วงนี้ไปหาตัวอื่นกลุ่มอื่นน่าจะดีก่า Wink
Back to top
View user's profile Send private message
yoyo
Regular


Joined: 16 Feb 2003
Posts: 4103

PostPosted: Fri Feb 20, 2009 11:10 am    Post subject: Reply with quote

Amadeus wrote:


กำลังจะเริ่มศึกษากลุ่มนี้ เห็นกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหนี้มากแถมเป็นหนี้ระยะยาวไม่น้อยทีเดียว
(เอาเฉพาะพวกที่ขายบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้า คอนโด นะครับ)

แล้วของเก่าก็ยังขายไม่หมด ก็ต้องขึ้นโครงการใหม่ตลอด
คอนโดทำเลทองมักจะขายหมด  แต่พวกบ้านเดี่ยวมักจะเหลือเป็นสต็อกไว้

หลายบริษัทโตขึ้นเพราะว่าสินค้าคงคลังมากขึ้นและหนี้ก็เพิ่มด้วย
แต่กำไรก็โตบ้างตกบ้าง

รายรับที่รับรู้เข้ามาในงบเข้ามาตั้งแต่ตอนโอน หรือตอนจองครับ
แล้วถ้าเป็นกรณีเช่าซื้อเค้าบันทึกรายได้เหมือนกับโอนแล้วเลยหรือป่าวครับ

ขอคำแนะนำเวลาจะศึกษาหุ้นกลุ่มนี้หน่อยครับ Smile


... หุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ดูจะไม่ค่อยดี การมีหนี้เยอะๆนี่เสี่ยงมากครับ อย่างที่พี่ Amadeus บอกว่าอสังหาหลายๆตัวมีหนี้เยอะ ทำให้ทั้งกลุ่มดูอันตรายและควรห่างๆไว้ แต่ในวิกฤตผมก็มองว่ามักจะมีโอกาสอยู่เสมอ ..

ในช่วงที่อุตสาหกรรมกำลังแย่ ก็จะมีบริษัทที่ล้มหายตายจากไป แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีบริษัทบางแห่งที่ยังเอาตัวรอดอยู่ได้ บ้างเจ็บหนัก บ้างเจ็บนิดหน่อย

เมื่ออุตสาหกรรมกลับมาอยู่ในภาวะปกติ คู่แข่งในตลาดจะแบ่งได้ตามลักษณะดังนี้
1. เจ็บหนักถอนตัวออกไป ... พวกนี้ก็ไม่ใช่คู่แข่งอีกต่อไป
2. เจ็บหนัก แต่ยังสู้ไหวอยู่ ... ก็จะทำโครงการออกมาแข่งกัน แต่เนื่องจากเจ็บหนัก ทำให้กลุ่มนี้ต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรถึงจะกลับมาได้ เพราะในช่วงอสังหาแย่ๆ สภาพคล่องจะของกลุ่มนี้จะเหือดหายไปพอสมควร จะกลับมาทำโครงการใหม่ก็คงทำได้แต่โครงการเล็กๆพอเลี้ยงตัวไปก่อน
3. เจ็บนิดหน่อย ... กลุ่มนี้แหละครับที่ผมว่าหลังจากผ่านวิกฤตกันไปได้ จะกลับมายิ่งใหญ่กันอีกครั้ง อาจจะใหญ่กว่าก่อนวิกฤตด้วยซ้ำ เพราะคู่แข่งหายไปหมดทำให้คนแย่งเค้กลดลง ในขณะที่เค้กเองก็อาจจะใหญ่ขึ้นด้วย เพราะในช่วงวิกฤตมีการชะลอ demand ไว้ เมื่อกลับมาภาวะปกติ demand ที่อั้นไว้ก็จะค่อยๆออกมา
4. คู่แข่งใหม่ที่ไม่เคยอยู่ในอุตหสากรรมนี้ .. กลุ่มนี้อาจจะมีสภาพคล่องที่ดี เพราะยังไม่เคยเจ็บตัวมาก่อน มีเงินทำโครงการใหญ่ๆได้ แต่สิ่งที่กลุ่มนี้ขาดไปคือความน่าเชื่อถือในการทำโครงการ พวกเราในฐานะก็เป็นหนึ่งในผู้บริโภคอสังหาก็น่าจะพอมองออกนะครับว่า ความน่าเชื่อถือของผู้ทำโครงการนั้นเป็น Key success factor ที่สำคัญลำดับต้นๆในธุรกิจอสังหา เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้ก็จะใช้เวลาอีกพอสมควรถึงจะมีโอกาสมาเทียบกับพวกที่อยู่ในอุตสาหกรรมมาก่อนได้

สรุปว่า กลุ่มอสังหาโดยรวมผมว่าก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ... แต่ถ้าเราสามารถหาหุ้นที่เป็นกลุ่มที่ 3 คือพวกที่จะเจ็บนิดหน่อยเมื่อเกิดวิกฤต และพร้อมที่จะกลับมายิ่งใหญ่เมื่อวิกฤตผ่านไป กลุ่มนี้ผมว่าเป็นหุ้นที่น่าสนใจมากครับ ยิ่งถ้าเราสามารถซื้อได้ในราคา discount เยอะๆ

ผมซื้อหุ้นอสังหาไม่ได้หวังว่าจะกำไรในปีนี้ปีหน้าครับเพราะอุตสาหกรรมคงแย่ลงจริงๆ อย่างที่หลายๆคนก็คงรู้กัน แต่ผมหวังกำไรหลายๆเด้งในอีกหลายๆปีข้างหน้า.. ในขณะที่ระหว่างรอก็กินปันผลรอไปเรื่อยๆก่อน

คุณสมบัติที่สนใจในกลุ่มนี้คือ
- หนี้น้อยๆ
- มี Backlog ช่วยค้ำไว้ระดับนึง
- มีความแข็งแกร่งในตลาดนั้นๆ
- มีปันผลสูงๆ yield ดีๆ เอาไว้รอวิกฤตผ่านไป
_________________
การลงทุนที่มีค่าที่สุด คือการลงทุนในความรู้
www.yoyoway.com
Back to top
View user's profile Send private message Send e-mail
ศิษย์เซียน007
Regular


Joined: 16 Aug 2008
Posts: 569

PostPosted: Fri Feb 20, 2009 11:27 am    Post subject: Reply with quote

"คุณสมบัติที่สนใจในกลุ่มนี้คือ
- หนี้น้อยๆ
- มี Backlog ช่วยค้ำไว้ระดับนึง
- มีความแข็งแกร่งในตลาดนั้นๆ
- มีปันผลสูงๆ yield ดีๆ เอาไว้รอวิกฤตผ่านไป" คุณYOYO

หนี้น้อยๆ ว้าวผมเจอบริษัทเดียวเองครับ  Smile

แต่ถ้าหนี้น้อยๆ เงินเยอะๆผมเจอหลายเลยครับเช่น คุณYOYOเป็นต้นครับ  Laughing
Back to top
View user's profile Send private message
beammy
Regular


Joined: 03 Jan 2005
Posts: 3231
Location: Chonburi, Rayong

PostPosted: Fri Feb 20, 2009 11:31 am    Post subject: Reply with quote

yoyo wrote:
ผมซื้อหุ้นอสังหาไม่ได้หวังว่าจะกำไรในปีนี้ปีหน้าครับเพราะอุตสาหกรรมคงแย่ลงจริงๆ อย่างที่หลายๆคนก็คงรู้กัน แต่ผมหวังกำไรหลายๆเด้งในอีกหลายๆปีข้างหน้า.. ในขณะที่ระหว่างรอก็กินปันผลรอไปเรื่อยๆก่อน

คุณสมบัติที่สนใจในกลุ่มนี้คือ
- หนี้น้อยๆ
- มี Backlog ช่วยค้ำไว้ระดับนึง
- มีความแข็งแกร่งในตลาดนั้นๆ
- มีปันผลสูงๆ yield ดีๆ เอาไว้รอวิกฤตผ่านไป


ประเด็นอยู่ที่ตัวแดงครับ มีอยู่ตัวเดียวจริงๆ  Cool
_________________
+ ผลตอบแทบทบต้น ... อีก 10 ปีเด๋วรู้กัน +
_________________________________
Back to top
View user's profile Send private message
Amadeus
Regular


Joined: 29 Jul 2008
Posts: 270

PostPosted: Fri Feb 20, 2009 1:15 pm    Post subject: Reply with quote

beammy wrote:
yoyo wrote:
ผมซื้อหุ้นอสังหาไม่ได้หวังว่าจะกำไรในปีนี้ปีหน้าครับเพราะอุตสาหกรรมคงแย่ลงจริงๆ อย่างที่หลายๆคนก็คงรู้กัน แต่ผมหวังกำไรหลายๆเด้งในอีกหลายๆปีข้างหน้า.. ในขณะที่ระหว่างรอก็กินปันผลรอไปเรื่อยๆก่อน

คุณสมบัติที่สนใจในกลุ่มนี้คือ
- หนี้น้อยๆ
- มี Backlog ช่วยค้ำไว้ระดับนึง
- มีความแข็งแกร่งในตลาดนั้นๆ
- มีปันผลสูงๆ yield ดีๆ เอาไว้รอวิกฤตผ่านไป


ประเด็นอยู่ที่ตัวแดงครับ มีอยู่ตัวเดียวจริงๆ  Cool


เป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์อย่างยิ่งครับ ขอบคุณYOYOมากๆ

จะไปนั่งหาตัวแดงๆหน่อย  Cool
ว่าแต่เจ้าตลาดนั้นๆเนี่ย ไม่รู้ตลาดไหน
อยู่นอกเมือง กลางเมือง บนฟ้า ก็ไม่รู้

...คนสมัยนี้นิสัยมันแปลกขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อก่อนที่ริมทางรถไฟไม่มีค่า เสียงมันดังน่ารำคาญ
ตอนนี้ขนาดที่ลอยๆอยู่บนฟ้าอยู่ ขอแค่ให้อยู่ติดรถไฟ(ฟ้า)
แย่งกันซื้อน่าดู... Laughing
_________________
Some men read Playboy but Warren reads annual reports.
I read Hustler ha ha
Back to top
View user's profile Send private message
chaitorn
Regular


Joined: 27 Jan 2009
Posts: 538
Location: bangkok

PostPosted: Fri Feb 20, 2009 6:16 pm    Post subject: Reply with quote

เห็นเขาคุยกันในเวปนี้ มีความรู้เรื่องอสังหาริมทรัพย์และความเห็นหุ้นในกลุ่มนี้ที่น่าสนใจทีเดียว

เลยขออนุญาตนำมาฝากให้เพื่อน ๆ ลองอ่านความเห็นกันครับ น่าสนใจจริง ๆ ครับ  Laughing

http://www.templeboxing.com/index.php?topic=1487.0
_________________
CHAITORN
Back to top
View user's profile Send private message
GeneraX
Regular


Joined: 27 Mar 2008
Posts: 521
Location: Melbourne, Australia

PostPosted: Fri Feb 20, 2009 7:34 pm    Post subject: Reply with quote

beammy wrote:
yoyo wrote:
ผมซื้อหุ้นอสังหาไม่ได้หวังว่าจะกำไรในปีนี้ปีหน้าครับเพราะอุตสาหกรรมคงแย่ลงจริงๆ อย่างที่หลายๆคนก็คงรู้กัน แต่ผมหวังกำไรหลายๆเด้งในอีกหลายๆปีข้างหน้า.. ในขณะที่ระหว่างรอก็กินปันผลรอไปเรื่อยๆก่อน

คุณสมบัติที่สนใจในกลุ่มนี้คือ
- หนี้น้อยๆ
- มี Backlog ช่วยค้ำไว้ระดับนึง
- มีความแข็งแกร่งในตลาดนั้นๆ
- มีปันผลสูงๆ yield ดีๆ เอาไว้รอวิกฤตผ่านไป


ประเด็นอยู่ที่ตัวแดงครับ มีอยู่ตัวเดียวจริงๆ  Cool


หนี้น้อยๆประเภท ไม่มีหนี้จากการกู้เลย เท่าที่ดูผ่านๆในตลาดน่าจะมี 2 ตัวเป็นอย่างน้อย แต่ก็เป็นตัวที่ Mkt Cap น้อยๆเช่นกัน

ส่วนตัวแดงๆนั่น ก็นึกได้เจ้าเดียวเหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าตรงกับที่พี่ๆคิดมั้ย  Smile
_________________
Financial Discipline + Value Investment + Time = Financial Independence
Back to top
View user's profile Send private message Send e-mail Visit poster's website
atsu
Regular


Joined: 06 Feb 2004
Posts: 896
Location: กรุงเทพฯ-เชียงใหม่(ไปๆมาๆ)

PostPosted: Fri Feb 20, 2009 9:39 pm    Post subject: Reply with quote

ในสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ หุ้นอสังหาต่างจากหุ้นยานยนต์ยังไงครับ  Question


ผมเห็นหลายๆคนพยายาม"รอก่อน"ในหุ้นยานยนต์
แต่"เข้าซื้อเลย"ในหุ้นอสังหา
Back to top
View user's profile Send private message
GeneraX
Regular


Joined: 27 Mar 2008
Posts: 521
Location: Melbourne, Australia

PostPosted: Sat Feb 21, 2009 1:25 am    Post subject: Reply with quote

atsu wrote:
ในสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ หุ้นอสังหาต่างจากหุ้นยานยนต์ยังไงครับ  Question


ผมเห็นหลายๆคนพยายาม"รอก่อน"ในหุ้นยานยนต์
แต่"เข้าซื้อเลย"ในหุ้นอสังหา


Backlog กับ Fix cost รึเปล่าครับ Question
_________________
Financial Discipline + Value Investment + Time = Financial Independence
Back to top
View user's profile Send private message Send e-mail Visit poster's website
tatandchin
Regular


Joined: 20 Mar 2005
Posts: 476

PostPosted: Sat Feb 21, 2009 3:08 pm    Post subject: Reply with quote

ขอความรู้ครับ
backlog ที่สูงอาจไม่ได้หมายถึง รายได้ที่จะรับรู้สูงไปด้วยเสมอไป ใช่ไหมครับ ถ้าอัตราการ reject สูง
Back to top
View user's profile Send private message Send e-mail
GeneraX
Regular


Joined: 27 Mar 2008
Posts: 521
Location: Melbourne, Australia

PostPosted: Sat Feb 21, 2009 4:15 pm    Post subject: Reply with quote

tatandchin wrote:
ขอความรู้ครับ
backlog ที่สูงอาจไม่ได้หมายถึง รายได้ที่จะรับรู้สูงไปด้วยเสมอไป ใช่ไหมครับ ถ้าอัตราการ reject สูง


ก็จริงอย่างที่พี่ว่าครับ ถ้า backlog มาก แต่ถ้า supply > demand หรือ ต่อให้มี demand มากแต่ rejection rate ที่สูงแน่นอนว่า รายได้ทั้งในส่วนที่รับรู้ใน income statement และส่วนของ cashflow ก็ต้องลดลงไปด้วย

ส่วนตัวผมมองว่า ถ้าจะเทียบกับกลุ่มยานยนตร์แล้ว ถ้าดีของอสังหาก็จะเน้นไปที่ Fixed Cost มากกว่าครับ เพราะดูแล้วต่ำกว่ากันมาก
_________________
Financial Discipline + Value Investment + Time = Financial Independence
Back to top
View user's profile Send private message Send e-mail Visit poster's website
chaitorn
Regular


Joined: 27 Jan 2009
Posts: 538
Location: bangkok

PostPosted: Sat Feb 21, 2009 4:22 pm    Post subject: Reply with quote

tatandchin
Quote:
ขอความรู้ครับ
backlog ที่สูงอาจไม่ได้หมายถึง รายได้ที่จะรับรู้สูงไปด้วยเสมอไป ใช่ไหมครับ ถ้าอัตราการ reject สูง


backlog คือ มูลค่าที่ลูกค้าทำสัญญาแล้วกับโครงการ ซึ่งเป็นจุดเริ่มแรกของเงื่อนไขที่จะสามารถรับรู้รายได้ของโครงการได้ โดยมีเงื่อนไขการรับรู้ตามส่วนงาน หรือ ตามงวด 9 เงื่อนไขดังนี้
   *  มีการขายเกิดขึ้นแล้ว โดยการขายได้ร้อยละ 40 ของจำนวนที่เปิดขาย
    * ผู้ซื้อไม่มีสิทธิเรียกเงินคืน
   * ผู้ซื้อและผู้ขายต้องมีอิสระต่อกัน
   * รวมต้นทุนที่งานพัฒนาและงานก่อสร้างของผู้ขายได้ผ่านขั้นตอนร้อยละ 10 ของงานก่อสร้างตามโครงการที่เสนอขาย (ไม่รวมค่าที่ดิน)
   * เงินวางเริ่มแรกและเงินค่างวดของผู้ซื้อที่ชำระแล้วต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
   *  ผู้ขายมีความสามารถเก็บเงินได้ตามสัญญา
   * ผู้ขายมีความสามารถทางการเงินดี
   * การก่อสร้างได้ก้าวหน้าไปด้วยดี
   * ผู้ขายสามารถประมาณเงินรับจากการขายรวมและต้นทุนทั้งหมดที่ต้องใช้ในการก่อสร้างได้อย่างมีหลักเกณฑ์

โดยสรุปเงื่อนไขเชิงปริมาณที่จะรับรู้รายได้ที่สำคัญก็คือ

1.  มูลค่าของผู้ซื้อในโครงการทังหมดจะต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 40 ของมูลค่าโครงการที่เปิดขาย เช่น มูลค่าโครงการทั้งหมด 1000 ล้านบาท จะต้องมียอดผู้ซื้อในโครงการไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาท (ยอดตามสัญญาซื้อ หรือ backlog ของโครงการ) ดังนั้น จะเห็นได้ว่า หลาย ๆ โครงการจึงนิยมเปิดเป็น เฟส เพื่อให้เข้าได้ตามหลักเกณฑ์ข้อนี้

2. เมื่อมีการทำสัญญาการซื้อขายของผู้ซื้อเกิดขึ้นแล้ว ผู้ซื้อแต่ละรายจะต้องชำระเงินวางเริ่มแรกและเงินค่างวดในจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของราคาตามสัญญา

3.  และข้อนี้หละครับที่เป็นข้อที่สำคัญมาก ๆ เพราะจะดูว่าความสามารถของผู้ประกอบการมีฐานะการเงินเพียงพอ และมีสภาพคล่องที่จะชำระค่างวดงานให้กับผู้รับเหมาก่อสร้างเพื่อให้มีความคืบหน้าของงานก่อสร้างเกิดขึ้นได้หรือไม่ นั้นคือ การรับรู้รายได้จะเกิดขึ้นได้ จะต้องมีความสำเร็จของงานการก่อสร้างตามความคืบหน้าของการพัฒนางานในโครงการซึ่งรวมต้นทุนที่งานพัฒนาและงานก่อสร้างของผู้ขาย โดยต้องมีความคืบหน้าผ่านขั้นตอนตั้งแต่ร้อยละ 10 ของงานก่อสร้างตามโครงการที่เสนอขายขึ้นไป (ไม่รวมค่าที่ดินที่ปลูกสร้าง)
_________________
CHAITORN
Back to top
View user's profile Send private message
chaitorn
Regular


Joined: 27 Jan 2009
Posts: 538
Location: bangkok

PostPosted: Sat Feb 21, 2009 4:24 pm    Post subject: Reply with quote

วิธีการรับรู้รายได้ตามส่วนงานที่ทำเสร็จเมื่อครบตามเงื่อนไขดังกล่าวแล้วก็คือ จะรับรู้รายได้
   * ตามอัตราส่วนต้นทุนของงานที่เกิดขึ้นกับต้นทุนทั้งหมดที่ประมาณไว้โดยไม่รวมต้นทุนที่ดิน
   * ความคืบหน้าตามอัตราส่วนต้นทุนของงานที่แล้วเสร็จนั้น ผู้ขายจะต้องจัดให้มีการสำรวจหรือประเมินผลงานที่ทำเสร็จโดยวิศวกรหรือสถาปนิกที่เชื่อถือได้
_________________
CHAITORN
Back to top
View user's profile Send private message
chaitorn
Regular


Joined: 27 Jan 2009
Posts: 538
Location: bangkok

PostPosted: Sat Feb 21, 2009 4:40 pm    Post subject: Reply with quote

โดยเงื่อนไขการหยุดรับรู้รายได้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อ ในระหว่างการผ่อนชำระค่างวด หากผู้ซื้อไม่ได้ชำระค่างวดตามสัญญาตามเงื่อนไขคือ เมื่อผู้ซื้อผิดนัดชำระเกินกว่า 3 งวดติดต่อกัน  กิจการต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

สำหรับเรื่องการอัตราการ reject สูง เข้าใจว่า เมื่อผู้ซื้อจ่ายชำระเงินดาวน์ครบตามสัญญาแล้ว แต่ไม่สามารถกู้เงินกับธนาคารได้ เช่น ผ่อนดาวน์ไปแล้วร้อยละ 30 เหลืออีก ร้อยละ 70 ต้องกู้เงินกับธนาคาร

ถ้าหากกู้เงินไม่ผ่าน ตรงนี้ก็จะทำให้มีปัญหาการรับรู้รายได้ที่รับรู้ไปแล้ว อาจต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญได้ หากไม่สามารถหาคนมาแทนผู้ซื้อรายเก่าได้ครับ

ตรงนี้คือความเสี่ยงที่สำคัญในขณะนี้ ที่เราต้องไปดูว่าเงินดาวน์บ้านและผ่อนค่างวดอยู่ในอัตราที่สูงมากน้อยเพียงใด เพราะหากเงินดาวน์ต่ำเกินไป เช่น ใกล้ ๆ ร้อยละ 20 หรือต่ำกว่า อาจเป็นโอกาสให้ผู้ซื้อบ้านยอมทิ้งเงินดาวน์ได้ง่าย ก็จะทำให้โครงการของผู้ขายประสบปัญหาได้โดยง่ายครับ แต่ถ้าดาวน์สูง ผู้ซื้ออาจเสียดาย และต้องพยายามที่จะรักษาสัญญาไว้ต่อไปครับ
_________________
CHAITORN
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Post new topic   Reply to topic    Thai Value Investor Webboard Forum Index -> Value Investing All times are GMT + 7 Hours
Goto page 1, 2  Next
Page 1 of 2

 
Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum



Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group